๑๙
๒.๓.๓.๔ สภาพภู
มิ
อากาศ
ลั
กษณะของภู
มิ
อากาศโดยส
วนรวมนั้
นมี
อากาศ
แปรปรวนอยู
เสมอ มี
๓ ฤดู
อากาศจะร
อนจั
ดในฤดู
ร
อนที่
เริ่
มต
นเดื
อนมี
นาคม ถึ
งเดื
อนมิ
ถุ
นายน
อุ
ณหภู
มิ
เฉลี่
ยโดยประมาณ ๖-๑๒ องศาเซลเซี
ยส อากาศจะเย็
นในฤดู
หนาวโดยที่
ฤดู
หนาวนั้
น
จะเริ่
มต
นในเดื
อนพฤศจิ
กายนถึ
งเดื
อนกุ
มภาพั
นธ
จะมี
อุ
ณหภู
มิ
เฉลี่
ยโดยประมาณ ๓๐-๔๒ องศา
เซลเซี
ยส ส
วนในฤดู
ฝนนั้
นก็
จะเริ่
มต
นในเดื
อนกรกฏาคมถึ
งเดื
อนตุ
ลาคม
๒.๓.๓.๕ ประชากร
ตํ
าบลนาซ
าวมี
จํ
านวนครั
วเรื
อนแบ
งตามหมู
บ
านดั
งนี้
บ
าน
นาซ
าว ๔๑๕ ครั
วเรื
อน บ
านนาบอน ๓๗๑ ครั
วเรื
อน บ
านใหม
ศาลาเฟ
อง ๓๒๔ ครั
วเรื
อน
บ
านโพธิ์
ศรี
แท
น๒๖๖ ครั
วเรื
อน บ
านโพน ๒๑๗ ครั
วเรื
อน บ
านนาบอน (๒) ๒๑๗ ครั
วเรื
อน
บ
านหนองสะพุ
ง ๒๐๐ ครั
วเรื
อน บ
านนาบอน (๓) ๑๘๖ ครั
วเรื
อน บ
านโพธิ์
ศรี
แท
น (๒) ๑๕๖
ครั
วเรื
อน บ
านแก
งมี้
๑๔๐ ครั
วเรื
อน บ
านใหม
ศาลาเฟ
อง (๒) ๑๑๗ ครั
วเรื
อน บ
านใหม
ตา
แสง ๖๓ ครั
วเรื
อน และบ
านหนองขอนทอง ๔๒ ครั
วเรื
อน ส
วนชาวบ
านนาซ
าวมี
พื้
นเพดั้
งเดิ
มที่
ได
เคลื่
อนย
ายมาจากเมื
องแมดกาสี
แขวงเมื
องเชี
ยงขวาง นั้
นจึ
งถื
อว
าเป
นกลุ
มที่
มี
เชื้
อสายดั้
งเดิ
ม
เป
นชาวลาว ป
จจุ
บั
นมี
ประชากรทั้
งสิ้
น ๑,๘๕๔ คน มี
จํ
านวน๓๑๔ ครอบครั
ว
๒.๓.๓.๖ ภาษา
ที่
ใช
ในหมู
บ
านนาซ
าวนั้
นเป
นภาษาท
องถิ่
นบ
านนาซ
าว ที่
มี
การ
เปล
งเสี
ยงของชาวบ
านระดั
บปานกลาง ตั้
งแต
การเริ่
มต
นประโยคไปจนถึ
งสุ
ดท
ายของประโยค
ชาวบ
านโดยมากนั้
นมั
กจะใช
คํ
าศั
พท
ดั้
งเดิ
มที่
บรรพบุ
รุ
ษถ
ายทอดสื
บต
อกั
นมา คํ
าที่
น
าสนใจมี
หลาย
คํ
าได
แก
“ตํ
าข
าวคํ
า” หมายถึ
ง การตํ
าข
าวก
อนวั
นขึ้
นและแรม ๑๕ ค่ํ
า หรื
อ มื้
อขะลํ
า มื้
อโฮม
หมายถึ
ง พ
อลู
กพ
อเมี
ย หมายถึ
ง ผู
แต
งงานและมี
ลู
กเมี
ยแล
ว
การใช
ภาษาถิ่
นของชาวบ
านนาซ
าวที่
มั
กนิ
ยมใช
ในคํ
าทั
กทายกั
นคื
อ “ซิ
ไปได
” ซึ่
งหมายถึ
ง จะไปไหน คํ
าว
า “ไปก
อนเด
อ” ซึ่
งหมายถึ
ง ลาก
อน คํ
าว
า “กิ
นข
าวกั
บหยั
ง”
หมายถึ
ง กิ
นข
าวกั
บอะไร คํ
าว
า “กิ
นข
าวแลงแล
วตี่
” หมายถึ
ง กิ
นข
าวเย็
นแล
วหรื
อยั
ง นอกจากนี้
ชาวบ
านนาซ
าวยั
งมี
คํ
าอุ
ทานที่
มั
กจะอุ
ทานก
อนต
อประโยคด
วยคํ
าว
า “บั
ดเด” เช
น “บั
ดเดมาแต
ไส การลากของเสี
ยงส
งผลทํ
าให
เกิ
ดสํ
าเนี
ยงเฉพาะขึ้
นมา แต
การลากเสี
ยงท
ายประโยคจะสั้
นกว
า
ชาวอํ
าเภอเชี
ยงคาน
ส
วนคํ
าศั
พท
เฉพาะถิ่
นที
่
ใช
ประกอบการเล
นผี
ขนน้ํ
าของบ
านนาซ
าว
ได
แก
คํ
าว
า “หย
ม” หมายถึ
ง การขย
มตั
ว
คํ
าว
า “ย
อน” หมายถึ
ง การยุ
บตั
วเป
นจั
งหวะ
คํ
าว
า “กลองบั๊
ง” หมายถึ
ง กลองที่
ทํ
าจากไม
แก
น ลั
กษณะกลมคล
าย
บั๊
งไม
ไผ
คํ
าว
า “ขะแหละ” หมายถึ
ง เสี
ยงของหมากขะเหล็
บหรื
อเข็
ป (กะลอ
แขวนคอวั
วควาย) ทํ
าจากไผ
เมื่
อกระทบกั
นจะมี
เสี
ยงเป
นจั
งหวะดั
ง
คํ
าว
า “ขะโหละ” หมายถึ
งเสี
ยงของหมากกะโหล
ง ใช
แขวนคอวั
ว
ควายขนาดใหญ
ปากกว
างทํ
าจากโลหะจํ
าพวกเหล็
กตี
เป
นรู
ปทรงกลมบาง ๆ ลู
กข
างใน
คํ
าว
า “นุ
งผ
าฮํ
าขาไก
” หมายถึ
ง นุ
งผ
าโจงกระเบนรั
ดขา
คํ
าว
า “แต
มลายดอกบั
วเครื
อ” หมายถึ
ง การเขี
ยนหน
ากากผี
ขนน้ํ
า
ด
วยลายดอกบั
วมี
ลั
กษณะเป
นเถา (เครื
อ)