untitled - page 34

๒๔
ความสั
มพั
นธ
พื้
นฐานระหว
างสั
ญลั
กษณ
นั้
น ๆ กั
บตั
วอ
างถึ
ง กล
าวคื
อ เป
นการให
ความหมายกั
สิ่
งที่
กล
าวถึ
งโดยตรง เป
นความหมายที่
มี
ลั
กษณะเป
นสากล (Universal) เป
นความหมายเดี
ยว
สํ
าหรั
บทุ
กคน และเป
นภาวะวิ
สั
ย (Objective) คื
อ การอ
างอิ
งขึ้
นมาโดยไม
มี
การประเมิ
นคุ
ณค
จากตั
วผู
ใช
ความหมายและปราศจากความโน
มเอี
ยงในค
านิ
ยมใดค
านิ
ยมหนึ่
ง เช
น “บ
าน” เป
ตั
วให
ความหมาย (Signifier)ที่
ทุ
กคนเข
าใจตรงกั
น เช
นเดี
ยวกั
บความหมายนั
ยประหวั
(Connotative Meaning) ที่
เป
นความหมายทางสั
งคม ซึ่
งความหมายในขั้
นนี้
ก็
อาจที่
จะ
แปรเปลี่
ยนไปตามวั
ฒนธรรมของการรั
บสารในแต
ละบริ
บทของสั
งคม อย
างไรก็
ตามความหมาย
ทางสั
งคมนั้
นจะเกิ
ดขึ้
นได
จากการกํ
าหนดรู
ปแบบของตั
วหมายหรื
อตั
วให
ความหมาย (Signifier)
ดั
งนี้
๑) การควบคุ
มความหมายทางสั
งคมจะกระทํ
าได
โดยเปลี่
ยนตั
วหมาย /
ตั
วให
ความหมาย แต
คงตั
วหมายถึ
ง / ตั
วคิ
ดนามธรรม (Signifier) เช
นมี
การใช
คํ
าว
า “บ
าน” กั
“คฤหาสน
” ในการโฆษณาโครงการที่
อยู
อาศั
ยจะให
ความรู
สึ
กและความหมายที่
แตกต
างกั
น การ
สร
างความหมายทางสั
งคมจึ
งอยู
ที่
การเลื
อกและการจั
ดลี
ลาตั
วสั
ญลั
กษณ
สํ
าหรั
บการโฆษณาทาง
สื่
อสิ่
งพิ
มพ
ย
อม หมายถึ
ง องค
ประกอบทางอวั
จนภาษาต
าง ๆ(Non-Verbal Element) เช
นภาพ
ประกอบ ขนาด แสง สี
ฯลฯ
๒) ภาษาหรื
อสั
ญลั
กษณ
ใด ๆ ก็
ตาม สามารถมี
ความหมายได
มากกว
หนึ่
งความหมายโดยแปรตามสภาวะทางเศรษฐกิ
จสั
งคม(Social Context) เช
น พรมยั
งให
ความ
หมายถึ
ง ความหรู
หรา โอ
อ
า จั
ดเป
นตั
วหมายถึ
ง/ตั
วคิ
ดนามธรรม (Signifier) ได
และความหมายยั
แปรตามยุ
คสมั
ยทางประวั
ติ
ศาสตร
(Historical Context)
๒.๔.๔ ทฤษฎี
การรั
บรู
การรั
บรู
(Perception) เป
นคุ
ณสมบั
ติ
ที่
ลึ
กลั
บซั
บซ
อนของมนุ
ษย
ที่
มี
อยู
ในมนุ
ษย
ทุ
กคน แต
คุ
ณภาพในการรั
บรู
ของแต
ละคนจะมี
มากบ
างน
อยบ
างแตกต
างกั
นตามสภาวะ การรั
บรู
ของมนุ
ษย
นั้
นจะใช
ประสาทสั
มผั
สทางตา หรื
อจั
กษุ
ประสาทมากที่
สุ
ด รองลงมาคื
อ หู
หรื
อโสต
ประสาทส
วนที่
เหลื
อคื
อ ทางกาย ทางกลิ่
นและทางรสชาติ
๑๗
การรั
บรู
เกี่
ยวข
องกั
บผู
สร
างสรรค
และผู
รั
บผลงาน (Appreciator) ถ
าสภาพการรั
บรู
ของศิ
ลป
นส
งปรากฏการณ
ที่
เป
นผลงานตรงกั
แรงผลั
กดั
นภายในของผู
ชื่
นชมและสั
งคมก็
จะส
งผลต
อการรั
บรู
ทางสุ
นทรี
ยภาพ
การรั
บรู
เกี่
ยวข
องกั
บบริ
บทและสิ่
งแวดล
อม ป
ญญาและความรู
ศั
กยภาพการ
รั
บรู
และรสนิ
ยมเฉพาะบุ
คคล อย
างไรก็
ตามการรั
บรู
ทั้
งที่
อยู
ในแบบนามธรรมหรื
อรู
ปธรรม ผู
รั
บก็
สามารถสร
างภาพขึ้
นในสมองแล
วตี
ความหมาย พร
อมกั
บนํ
าเสนอด
วยการพู
ดหรื
อการเขี
ยน
ออกมา จึ
งกล
าวได
ว
า ระบบกลไกของสมองนั้
นมี
ความมหั
ศจรรย
ในการสร
างภาพหรื
อปรั
บภาพได
อย
างหลากหลายลั
กษณะทั้
งเชิ
งจิ
นตภาพ สั
ญลั
กษณ
แบบของอารมณ
ความรู
สึ
ก เหตุ
ผลเชิ
วิ
ทยาศาสตร
แรงกระตุ
นจิ
ตใต
สํ
านึ
กและรู
ปความคิ
๑๘
๑๗
วิ
ทย
พิ
ณคั
นเงิ
น. (๒๕๔๗).
ศิ
ลปะทรรศน
.
กรุ
งเทพฯ : โรงพิ
มพ
เพิ่
มทรั
พย
การพิ
มพ
, หน
า ๑๑๙.
๑๘
วิ
รุ
ณ ตั้
งเจริ
ญ. (๒๕๔๕). การรั
บรู
และจิ
นตภาพ. ใน
การรั
บรู
และจิ
นตภาพ.
วิ
รุ
ณ ตั้
งเจริ
ญ บรรณาธิ
การ. กรุ
งเทพฯ
: สั
นติ
ศิ
ริ
การพิ
มพ
, หน
า ๒๗-๖๑
1...,24,25,26,27,28,29,30,31,32,33 35,36,37,38,39,40,41,42,43,44,...189
Powered by FlippingBook