untitled - page 35

๒๕
๒.๔.๔.๑ การรั
บรู
ทางตา
การรั
บรู
ทางตานั้
นจะเริ่
มต
นขึ้
นเมื่
อมนุ
ษย
รั
บเอาข
อมู
ลที่
มองเห็
นผ
าน
เข
าสู
ภายในช
องตาดํ
า ก
อนที่
จะนํ
าข
อมู
ลส
งตรงเข
าสู
สมอง เพื่
อการแปลความหมาย และสรุ
ปผล
ในสิ่
งที่
สนใจมองนั้
นออกมา ดั
งนั้
นการที่
มนุ
ษย
จะสามารถมองเห็
นหรื
อมองไม
เห็
นในสิ่
งที่
ปรากฏ
จึ
งขึ้
นอยู
กั
บป
จจั
ยจากสิ่
งแวดล
อมทางกายภาพ เช
น แสงสว
าง ตํ
าแหน
งของผู
ดู
ระยะทาง รวมถึ
ป
จจั
ยภายในตั
วของมนุ
ษย
ด
วย เช
น ความเชื่
อ ประสบการณ
ความต
องการ ความลํ
าเอี
ยงหรื
อการ
สั
งเกต ฯลฯ สํ
าหรั
บการรั
บรู
ที่
เกิ
ดขึ้
นกั
บผลงานทั
ศนศิ
ลป
นั้
นมี
ดั
งนี้
๑๙
๑) รั
บรู
ส
วนเนื้
อหาเรื่
องราว (Content)
หมายถึ
ง ส
วนที่
ทํ
าให
เข
าใจ
ความหมายของผลงาน อาจปรากฏเป
นภาพมนุ
ษย
สั
ตว
ทิ
วทั
ศน
ฯลฯ ที่
แสดงให
เห็
นจริ
งตาม
ธรรมชาติ
ลดสกั
ดตั
ดทอนจากความจริ
งตามธรรมชาติ
หรื
อการแสดงออกตามอารมณ
ความรู
สึ
๒) รั
บรู
ส
วนประกอบทางทั
ศนศิ
ลป
(Visual Elements)
หมายถึ
ส
วนประกอบต
าง ๆ ที่
นํ
ามาประสานกั
นให
เกิ
ดเป
นคุ
ณค
าจากความสั
มพั
นธ
ความกลมกลื
น ความ
เป
นเอกภาพ ความขั
ดแย
งทางโครงสร
างของผลงานโดยรวมจากการใช
สี
จุ
ด เส
น แสงเงา พื้
นผิ
ขนาด ทิ
ศทางหรื
อตํ
าแหน
ง ฯลฯ
๒.๔.๔.๒ การรั
บรู
สุ
นทรี
ยรส
การรั
บรู
สุ
นทรี
ยรสนั้
นถื
อว
าเป
นเรื่
องที่
มี
อยู
จริ
งและเกิ
ดขึ้
นมาจากการ
ที่
มนุ
ษย
ได
กระทบและมี
ประสบการณ
กั
บสิ่
งที่
เข
ามากระทบจนทํ
าให
เกิ
ดความหลงใหล ดื
มด่ํ
า และ
เห็
นคุ
ณค
า แม
เพี
ยงเสี้
ยววิ
นาที
เดี
ยว มนุ
ษย
ทุ
กคนสามารถรั
บรู
สุ
นทรี
ยรสของความงามได
เพี
ยงแต
การรั
บรู
จะในอยู
ระดั
บใดนั้
นก็
ขึ้
นกั
บประสบการณ
ของแต
ละบุ
คคล ซึ่
งการรั
บรู
นั้
น ๆ ก็
อาจเกิ
ดขึ้
จากใช
ประสาทสั
มผั
สทางการมองเห็
น หรื
อประสาทสั
มผั
สทางการการได
ยิ
นอย
างใดอย
างหนึ่
และสุ
นทรี
ยรสก็
อาจเกิ
ดขึ้
นพร
อม ๆ กั
นก็
ได
สํ
าหรั
บผลของการรั
บรู
นั้
นสามารถแบ
งออกเป
น ๔
ระดั
๑) ระดั
บความรู
สึ
ก (Feeling)
เป
นระดั
บการรั
บรู
ด
วยประสาทสั
มผั
ที่
ใช
สั
มผั
สกั
บความงาม คื
อ การมองเห็
นความงามของงานทั
ศนศิ
ลป
ด
วยตา หรื
อมองเห็
นลี
ลาการ
เคลื่
อนไหวอั
นงดงามของศิ
ลปะการแสดง และการได
ยิ
นเสี
ยงอั
นไพเราะของเสี
ยงขั
บร
องและ
บรรเลงเครื
องดนตรี
การได
ยิ
นนี้
ทางดนตรี
อาจเรี
ยกว
า “ ฟ
งผ
านหู
(Passive Listening)” สํ
าหรั
ขั้
นการรั
บรู
นี้
อาจเกิ
ดขึ้
นอย
างไม
ตั้
งใจซึ่
งถื
อว
าเป
นการสั
มผั
สเพี
ยงผิ
วเผิ
นเท
านั้
๒) ระดั
บจิ
ตใจ (Mind)
เป
นระดั
บของการรั
บรู
ที่
มี
ความตั้
งใจมากขึ้
เพราะสุ
นทรี
ยรสที่
ได
จากการมองเห็
นหรื
อการฟ
งนั้
น มี
ผลต
อจิ
ตใจของผู
รั
บรู
ที่
อาจมี
การคิ
ไตร
ตรองต
อผลงานนั้
น ซึ่
งเป
นการเกิ
ดอาการติ
ดตาตรึ
งใจ หรื
อ เกิ
ดความชื่
นชอบในรสแห
งเสี
ยงที่
ได
ยิ
นนั้
นซึ่
งเรี
ยกได
อี
กอย
างว
า “ ฟ
งด
วยความรู
สึ
ก (Sensuous Listening)” เชื่
อได
อี
กเช
นกั
นว
ผู
รั
บทุ
กคนน
าจะมี
การรั
บรู
ในระดั
บนี้
แล
ว เพราะผู
รั
บรู
อาจจะติ
ดใจชื่
นชอบในภาพจิ
ตรกรรมบ
าง
ภาพ ฉากการแสดงของการแสดงเรื่
องใดเรื่
องหนึ่
ง หรื
อ ชื่
นชอบในเสี
ยงหรื
อรู
ปแบบของดนตรี
บาง
ประเภทหรื
อแม
แต
เสี
ยงร
องของนั
กร
องบางคน
๑๙
เด
นพงษ
วงศาโรจน
. (๒๕๔๕). การรั
บรู
ทางทั
ศนศิ
ลป
.ใน
การรั
บรู
และจิ
นตภาพ.
วิ
รุ
ณ ตั้
งเจริ
ญ บรรณาธิ
การ.
กรุ
งเทพฯ : สั
นติ
ศิ
ริ
การพิ
มพ
, หน
า ๕๕-๖๑.
1...,25,26,27,28,29,30,31,32,33,34 36,37,38,39,40,41,42,43,44,45,...189
Powered by FlippingBook