๒๒
สํ
าหรั
บคํ
าว
า “ตั
วตน” หรื
อความสํ
านึ
กเกี่
ยวกั
บการมี
ตั
วตนนั้
น จะเน
น
การดํ
ารงอยู
ของตั
วเราในฐานะที่
เป
นบุ
คคล (Person) อั
นเป
นที่
ตั้
งของการรั
บรู
ทางป
ญญาและ
อารมณ
ความรู
สึ
กที่
เป
นผู
ก
อให
เกิ
ดการกระทํ
าต
าง ๆ ขึ้
น
๑๒
ดั
งนั้
นการมี
อั
ตลั
กษณ
ร
วมจึ
งมี
นั
ยยะของการเกี่
ยวพั
นที่
ตื่
นตั
วบางอย
าง
ในส
วนที่
เราในฐานะคนในพื้
นที่
ที่
จะยอมรั
บอย
างตั้
งใจว
าฉั
นเป
นใคร แม
ว
าอั
ตลั
กษณ
จะไม
ใช
สิ่
งที่
มี
อยู
ในตั
วของมั
นเอง หรื
อกํ
าเนิ
ดขึ้
นมาพร
อมกั
บคนและสิ่
งของก็
ตาม แต
อั
ตลั
กษณ
ก็
เป
นสิ่
งที่
ต
อง
ถู
กสร
างขึ้
นมาโดยมนุ
ษย
เพื่
อที่
จะมี
การร
วมรั
บรู
และทํ
าความเข
าใจในสิ่
งนั้
นๆร
วมกั
น และอั
ตลั
กษณ
ก็
ยั
งมี
ลั
กษณะของความเป
นพลวั
ต (Dynamic) อยู
ตลอดเวลา ดั
งที่
ป
เตอร
เบอร
เจอร
และโทมั
ส
ลั
คแมน (Berger and Luckman) ที่
มองว
า อั
ตลั
กษณ
ที่
ถู
กสร
างขึ้
นมานั้
นมั
กจะมี
กระบวนการมา
จากสั
งคม ครั้
นเมื่
อเกิ
ดการตกผลึ
กแล
ว ก็
อาจมี
ลั
กษณะเคลื่
อนที่
และมี
การปรั
บเปลี่
ยนได
อี
ก หรื
อ
แม
กระทั่
งอาจมี
การเปลี่
ยนแปลงรู
ปแบบไปเลย ทั
้
งนี้
ขึ้
นอยู
กั
บตั
วสั
งคมเป
นหลั
กด
วยเช
นกั
น
๑๓
๒.๔.๓.๒ การเกิ
ดอั
ตลั
กษณ
อั
ตลั
กษณ
ที่
เกิ
ดขึ้
นในใจของผู
คนนั้
น มั
กเกิ
ดขึ้
นมาจากการพั
ฒนาระบบ
ความคิ
ดและกระบวนการที่
ก
อให
เกิ
ดซึ่
งสั
งกั
ป (Conceptual) กั
บประสบการณ
ที่
มี
ความสั
มพั
นธ
กั
บพื้
นที่
(Space) และเวลา (Time)
๑๔
อั
ตลั
กษณ
เกิ
ดจากกระบวนการปฏิ
สั
งสรรค
ระหว
างบุ
คคลและบุ
คคลหนึ่
ง
สามารถที่
จะมี
อั
ตลั
กษณ
ได
อย
างหลากหลาย และเมื่
อบุ
คคลมี
การยอมรั
บอั
ตลั
กษณ
ใดอั
ตลั
กษณ
หนึ่
งในเวลานั้
น โดยที่
จะกํ
าหนดตํ
าแหน
งของตนเองในขณะเดี
ยวกั
นก็
จะถู
กกํ
าหนดตํ
าแหน
งจาก
บุ
คคลอื่
น ๆ ในโลกทางสั
งคมเสมอ อั
ตลั
กษณ
จึ
งเป
นผลผลิ
ตที่
เกิ
ดขึ้
นจากความสั
มพั
นธ
ของตั
วเรา
กั
บคนอื่
นและสั
งคมที่
เราอาศั
ยอยู
และเกี่
ยวเนื่
องกั
บการมองตั
วเราเองว
า “ฉั
นมองตั
วเองอย
างไร”
และคนอื่
นมองฉั
นอย
างไร” มั
นเป
นการกํ
าหนดตํ
าแหน
งซึ่
งเกิ
ดจากคนอื่
นรั
บรู
ด
วย ในแง
นี้
อั
ต
ลั
กษณ
จึ
งเป
นประหนึ่
งสั
ญลั
กษณ
(Symbol) ที่
แสดงตั
วตนว
า เรามี
ลั
กษณะร
วมและลั
กษณะต
าง
จากคนอื่
นอย
างไร
๑๕
โดยมี
กระบวนการทางสั
งคมในการสร
าง สื
บทอดทั้
งนี้
ขึ้
นอยู
กั
บบริ
บทของ
ความสั
มพั
นธ
ทางสั
งคมที่
มี
ต
อคนหรื
อกลุ
มอื่
น ๆ ด
วย อั
ตลั
กษณ
ในระดั
บป
จเจกและระดั
บกลุ
มจะ
ถู
กสร
างขึ้
นบนพื้
นฐานของความเหมื
อนกั
นของสมาชิ
กภายในกลุ
มที่
สามารถโยงไปสู
การมี
อั
ตลั
กษณ
ในเรื่
องของวั
ฒนธรรม พิ
ธี
กรรมและความเชื่
อที่
แตกต
างจากกลุ
มอื่
น ๆ ด
วยเช
นกั
น
๑๖
อั
ตลั
กษณ
๑๒
ปริ
ตตา เฉลิ
มเผ
า กออนั
นตกู
ล. (๒๕๔๕). อั
ตลั
กษณ
ซ
อนของนั
กมนุ
ษยวิ
ทยาในบ
านเกิ
ด. ใน
คนใน : ประสบการณ
ภาคสนามของนั
กมานุ
ษยวิ
ทยาไทย.
ปริ
ตตา เฉลิ
มเผ
า กออนั
นตกู
ลบรรณาธิ
การ. กรุ
งเทพฯ : ศู
นย
มานุ
ษยวิ
ทยาสิ
ริ
นธร, หน
า ๒๐๑-
๒๐๒.
๑๓
เครื
อจิ
ต ศรี
บุ
ญนาค. (๒๕๕๐).
ดนตรี
ในพิ
ธี
กรรมชนเผ
าดั้
งเดิ
มสายตระกู
ลมอญ-เขมร.
สุ
ริ
นทร
: คณะมนุ
ษยศาสตร
และสั
งคมศาสตร
มหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏสุ
ริ
นทร
, หน
า ๑๖-๑๗.
๑๔
ไพเวช วั
งบอน. (๒๐๐๘). การหาแรงบั
นดาลใจในการออกแบบและการสร
างความแตกต
างในการออกแบบ. ใน
หลั
กสู
ตร
การอบรม โครงการพั
ฒนาบุ
คลากรด
านผลิ
ตภั
ณฑ
และบรรจุ
ภั
ณฑ
.
ส
วนพั
ฒนาขี
ดความสามารถบริ
การอุ
ตสาหกรรม สํ
านั
กพั
ฒนา
หน
วยบริ
การอุ
ตสาหกรรม กรมส
งเสริ
มอุ
ตสาหกรรม กระทรวงอุ
ตสาหกรรม, หน
า ๗๒-๑๑๓.
๑๕
อั
ควิ
ทย
เรื
องรอง. (๒๕๕๐). อั
ตลั
กษณ
และบทบาทของลิ
เกเด็
กคณะโรงเรี
ยนศรี
เอี่
ยมอนุ
สรณ
. ใน
วารสารมนุ
ษยศาสตร
และสั
งคมศาสตร
มหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏบ
านสมเด็
จเจ
าพระยา.
ฉบั
บที่
๑ (หลากมิ
ติ
ทางป
ญญา รวมบทความด
านมนุ
ษยศาสตร
และ
สั
งคมศาสตร
) กรุ
งเทพฯ : โรงพิ
มพ
บริ
ษั
ทสหธรรมิ
ก, หน
า ๑๔๕-๑๘๐.
๑๖
เครื
อจิ
ต ศรี
บุ
ญนาค. (๒๕๕๐).
ดนตรี
ในพิ
ธี
กรรมชนเผ
าดั้
งเดิ
มสายตระกู
ลมอญ-เขมร.
สุ
ริ
นทร
: คณะมนุ
ษยศาสตร
และสั
งคมศาสตร
มหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏสุ
ริ
นทร
, หน
า ๑๗.