untitled - page 28
๑๘
๒.๓.๓ บ
านนาซ
าว อํ
าเภอเชี
ยงคาน
๒.๓.๓.๑ หมู
บ
านนาซ
าว
ตํ
าบลนาซ
าวนั้
น เกิ
ดขึ้
นเพราะการที่
มี
คนอพยพเข
ามาอยู
และได
บุ
กเบิ
กน้ํ
าขุ
ดก
อนให
เป
นที่
นาแนวยาวไปตามลํ
าห
วยหย
องทั้
งสองฟาก บางแห
งก็
ได
มี
การถมห
วย
เป
นที่
นา จึ
งให
ชื่
อตํ
าบลว
า “นาซ
าว” แต
ในบางยุ
คสมั
ยก็
มี
การยุ
บตํ
าบลนาซ
าวมาตั้
งเป
นตํ
าบลนา
บอน และมี
การยุ
บตํ
าบลนาบอนลงเมื่
อป
พ.ศ.๒๔๖๘ และไปตั้
งเป
นตํ
าบลนาซ
าว ต
อมาจึ
งขึ้
นอยู
กั
บอํ
าเภอเชี
ยงคาน สมั
ยที่
นายฟอง สิ
งห
หั
ก เป
นกํ
านั
น แล
วแยกจากตํ
าบลเชี
ยงคานกลั
บมาตั้
ง
เป
นตํ
าบลนาซ
าวมาจนถึ
งป
จจุ
บั
น อย
างไรก็
ตามจากการศึ
กษาของ ปราณี
บานชื่
น
๙
พบว
า เมื่
อ
ขุ
นหมื่
นนิ
นทร
ได
ตั้
งชื่
อหมู
บ
านแล
วก็
ได
ประกาศให
ราษฎรในหมู
บ
านป
กหลั
กทํ
าไร
ทํ
านา ห
ามทํ
า
การเคลื่
อนย
ายต
อไปอี
ก ซึ่
งในการทํ
านาในสมั
ยนั้
นเครื่
องไม
เครื่
องมื
อยั
งไม
มี
ความทั
นสมั
ย ส
งผล
ทํ
าให
การทํ
านาเป
นไปด
วยความยากลํ
าบาก ประกอบกั
บที่
ดิ
นที่
เป
นป
าและที่
ไม
เรี
ยบ จึ
งต
องมี
การขุ
ดและส
าวขึ้
นมา และการขุ
ดส
าวก็
จะทํ
าไปตามลํ
าห
วยเล็
กๆ ซึ่
งความยาวของลํ
าห
วยนั้
นมี
ลั
กษณะที่
ยาวเปรี
ยบเสมื
อนกั
บไม
ส
าว ดั
งนั้
นผู
เกี่
ยวข
องจึ
งอาศั
ยคํ
าสองคํ
านี้
คื
อคํ
าว
า “ส
าว” กั
บ
ส
าว” มาตั้
งเป
นชื่
อหมู
บ
านว
า “บ
านนาซ
าว” แต
ในภาษาท
องถิ่
นนั้
นก็
ยั
งคงมี
การเรี
ยกชื่
อว
า “บ
าน
น
าส
าว” อยู
ซึ่
งคํ
าว
า “ส
าว” ก็
มี
นั
ยยะถึ
งการปรั
บพื้
นที่
สู
งๆต่ํ
าๆให
ราบเสมอกั
น เพื่
อใช
เป
นที่
สํ
าหรั
บการทํ
านา
๒.๓.๓.๒ อาณาเขต
บ
านนาซ
าว ตํ
าบลนาซ
าว อํ
าเภอเชี
ยงคานนั้
นมี
อาณาเขตติ
ดต
อกั
บ
หมู
บ
านต
าง ๆ ดั
งนี้
ทิ
ศเหนื
อจดบ
านนาบอน หมู
ที่
๙ ทิ
ศใต
จดบ
านใหม
ศาลาเฟ
อง หมู
ที่
๕ ทิ
ศ
ตะวั
นออก จดบ
านโพน หมู
ที่
๓ และบ
านใหม
ตาแสงหมู
ที่
๖ ทิ
ศตะวั
นตกจดเขตโหง บ
านกลาง
ตํ
าบลปากตม
๒.๓.๓.๓ ลั
กษณะภู
มิ
ประเทศ
สภาพภู
มิ
ประเทศของบ
านนาซ
าวนั้
นเป
นที่
สู
ง ตั้
งอยู
บนเนิ
นหรื
อโคก
สภาพโดยรอบหมู
บ
านเป
นที่
ลุ
ม มี
น้ํ
าขั
ง มี
พื
ชผั
กที่
อุ
ดมสมบู
รณ
ทิ
ศตะวั
นออกมี
ลํ
าน้ํ
าห
วยหย
อง
ลํ
าน้ํ
าฮวย ทิ
ศตะวั
นตกมี
ลํ
าน้ํ
านาโนน ต
นไม
โดยรอบหมู
บ
านมี
มากโดยเฉพาะด
านทิ
ศตะวั
นตก
ลั
กษณะการตั้
งบ
านเรื
อนเริ่
มจากบริ
เวณบ
านใต
หมู
ที่
๑ ซึ่
งเป
นคุ
มที่
อยู
บริ
เวณโดยรอบ ดอนหอ
ด
านทิ
ศเหนื
อเป
นบริ
เวณที่
เป
นบ
านเก
าแก
เมื่
อประชากรมี
จํ
านวนมากขึ้
นจึ
งขยายมาที่
หมู
ที่
๑๔ มี
นายเจริ
ญ คํ
าทา เป
นผู
ใหญ
บ
าน หมู
ที่
๗ มี
นายเมฆ อิ
นอ่ํ
าเป
นผู
ใหญ
บ
านหมู
ที่
๑๓ แยกมาจาก
หมู
ที่
๑๔ มี
นายสอน ตั
นทอง เป
นผู
ใหญ
บ
าน ส
วนหมู
ที่
๔ มี
นายเจริ
ญ นาม เป
นผู
ใหญ
บ
าน
ซึ่
งหมู
๔นี้
เดิ
มเป
นชาวบ
านนาซ
าว แต
ได
มี
การแยกพื้
นที่
ออกมาเป
นหมู
บ
านใหม
ชื่
อ “บ
านใหม
เอก
ตาแสง” ในป
พ.ศ.๒๕๔๕ ภายในหมู
บ
านนั้
นมี
การวางแผนผั
งหมู
บ
านด
วยการตั
ดถนนตาม
แนวนอน ที่
ขนานไปกั
บถนนหมายเลข ๒๐๑ จํ
านวน๓ สาย
๙
ปราณี
ชื่
นบาน. (๒๕๒๗).
ความหมายและประวั
ติ
ความเป
นของการตั้
งชื่
อตํ
าบล หมู
บ
านและสถานที่
สํ
าคั
ญต
างๆใน
จั
งหวั
ดเลย.
ปมท.หน
า ๒๐๘.
1...,18,19,20,21,22,23,24,25,26,27
29,30,31,32,33,34,35,36,37,38,...189