untitled - page 45

๓๕
๒.๔.๘.๔ ลั
กษณะของศิ
ลปะพื้
นบ
าน
ส
วนศิ
ลปะพื้
นบ
านเกิ
ดขึ้
นมาควบคู
กั
บการดํ
ารงอยู
ของมนุ
ษย
ที่
เกิ
จากความต
องการใช
สิ่
งต
าง ๆ เพื่
อการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ต สิ่
งนี้
จึ
งเป
นแรงผลั
กดั
นให
มนุ
ษย
คิ
ดสร
างผลงาน
ขึ้
น ศิ
ลปะพื้
นบ
านจึ
งเป
นการสร
างสรรค
ทางวั
ตถุ
ที่
สอดคล
องกั
บรสนิ
ยมทางจิ
ตใจของมนุ
ษย
ที่
มี
ความพึ
งพอใจในรู
ปร
าง ทรวดทรง สี
และลวดลายที่
แตกต
างกั
นออกไปตามแนวคิ
ด คติ
ความเชื่
อย
างไรก็
ตามศิ
ลปะพื้
นบ
านที่
ส
วนใหญ
นั้
นมั
กสะท
อนภาพของความเรี
ยบง
ายออกมา ส
งผลให
ตั
ผลงานมี
ลั
กษณะที่
โดดเด
นเป
นเอกลั
กษณ
และมี
แบบอย
างเฉพาะตั
วเอง ซึ่
งมี
รายละเอี
ยดดั
งนี้
๔๔
๑) ความเรี
ยบง
ายและมี
รู
ปแบบอิ
สระ
หมายถึ
ง การไม
มี
รู
ปแบบ
เฉพาะทั้
งรู
ปทรงและขนาดที่
ไม
คงที่
หรื
อตายตั
ว หรื
อมี
การออกแบบไว
ล
วงหน
า ซึ่
งการประดิ
ษฐ
สร
างงานศิ
ลปะพื้
นบ
านในแต
ละชิ้
นนั้
นขึ้
นอยู
กั
บวั
สดุ
ที่
ใช
ประดิ
ษฐ
สร
างเป
นสํ
าคั
ญ การปรั
บและ
แปรผั
นรู
ปแบบจึ
งไม
สลั
บซั
บซ
อน ส
งผลทํ
าให
ตั
วผลงานมี
ความเรี
ยบง
าย และที่
สํ
าคั
ญช
างก็
มี
อิ
สระ
ในการคิ
ดออกแบบได
ตามความพึ
งพอใจ
ความเรี
ยบง
ายในงานศิ
ลปะพื้
นบ
านถื
อว
าเป
นเสน
ห
ทางความงาม
เชิ
งศิ
ลปะอย
างหนึ่
งถื
อว
าเป
นความงามตามธรรมชาติ
จากความซื่
ออั
นเป
นผลมาจากการสะท
อน
ภาพของการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตที่
อยู
ในกรอบของสั
งคมและวั
ฒนธรรมแบบชาวบ
าน ผลงานจึ
งถู
กผลิ
ออกมาอย
างบริ
สุ
ทธิ์
ใจ สอดแทรกด
วยอิ
ทธิ
พลทางจิ
ตใจ ความเชื่
อความศรั
ทธาและวิ
ถี
แห
งการ
ดํ
าเนิ
นชี
วิ
ต ดั
งเช
นบทเพลงพื้
นบ
านและการละเล
นพื้
นเมื
องที่
มี
ทั้
งเนื้
อร
อง ทํ
านองและท
าทางที่
เข
าใจง
าย ซึ
มซั
บและซาบซึ้
งได
อย
างรวดเร็
วโดยไม
ต
องตี
ความมาก
๔๕
๒) ประโยชน
ใช
สอย
ถื
อว
าเป
นป
จจั
ยสํ
าคั
ญต
อการสร
างงานของ
ชาวบ
าน เพราะการสร
างงานในแต
ละประเภทก็
เพื่
อนํ
ามาใช
สอยโดยตรงในชี
วิ
ตประจํ
าวั
๓) วั
สดุ
ท
องถิ่
นที่
ช
างนํ
ามาผลิ
อั
นเนื่
องมาจากความจํ
าเป
นและ
ความต
องการใช
ประโยชน
จึ
งนํ
าเอาสิ่
งมี
อยู
ในธรรมชาติ
รอบตั
วมาสร
างเป
นผลงานซึ่
งวั
สดุ
ที่
มี
อยู
นั้
ก็
มี
ทั้
งที่
มี
คุ
ณภาพดี
และไม
ดี
นั
ก ดั
งนั้
นวั
สดุ
จึ
งถื
อว
าจะเป
นตั
วกํ
าหนดรู
ปแบบและวิ
ธี
การสร
างงาน
ศิ
ลปะพื้
นบ
าน
๔) ใช
เวลาว
างในการประดิ
ษฐ
และสร
างผลงาน
โดยมี
เป
าหมายเพื่
ใช
เพื่
อให
เพื่
อการแลกเปลี่
ยนการสร
างผลงานในแต
ละชิ้
นจึ
งไม
ต
องเร
งรี
บ กระบวนการสร
างงาน
จึ
งดํ
าเนิ
นตามความพึ
งพอใจ มี
เวลาให
คิ
ดประดิ
ดประดอย โดยเฉพาะในส
วนที่
เป
นลวดลาย
ละเอี
ยด ผลงานที่
ออกมาจึ
งมั
กสะท
อนให
เห็
นถึ
งความประณี
ตเป
นหลั
๕) มี
ลั
กษณะเฉพาะถิ่
น (Local Style)
ที่
สื
บทอดและเอาอย
างสื
ทอดต
อกั
นมาในท
องถิ่
น และเป
นแบบอย
างที่
สามารถเสริ
มสร
างรสนิ
ยมด
านความงามที่
มี
ลั
กษณะเฉพาะขึ้
๖) สร
างขึ้
นด
วยความบริ
สุ
ทธิ์
ใจและจริ
งใจ
อั
นเกิ
ดจากการที่
มี
อิ
สระ
ในการคิ
ดและสร
างสรรค
รู
ปแบบ ผลงานจึ
งไม
มี
ความซั
บซ
อนหรื
อมี
กรรมวิ
ธี
การประดิ
ษฐ
ที่
ยุ
งยาก
ตรงไปตรงมา ไม
มี
การปรุ
งแต
งจนเกิ
นความจํ
าเป
๔๔
มโน พิ
สุ
ทธิ
รั
ตนานนนท
. (๒๕๓๙).
ศิ
ลปะพื้
นบ
าน.
กรุ
งเทพฯ : ภาควิ
ชาทั
ศนศิ
ลปศึ
กษา คณะศิ
ลปกรรมศาสตร
มหาวิ
ทยาลั
ยศรี
นคริ
นทรวิ
โรฒ, หน
า ๑๔-๑๘.
๔๕
วั
ฒนะ จู
ฑะวิ
ภาต. (๒๕๔๕).
ศิ
ลปะพื้
นบ
าน.
กรุ
งเทพฯ : สิ
ปประภา, หน
า ๒๑.
1...,35,36,37,38,39,40,41,42,43,44 46,47,48,49,50,51,52,53,54,55,...189
Powered by FlippingBook