untitled - page 46

๓๖
๗) การสะท
อนวิ
ถี
การดํ
าเนิ
นชี
วิ
เพราะศิ
ลปะพื้
นบ
านนั้
นถู
กสร
าง
ขึ้
นมาเพื่
อชี
วิ
ตมนุ
ษย
จึ
งเน
นถึ
งการมี
คุ
ณค
าด
านการใช
สอยควบคู
ไปกั
บความงาม ลั
กษณะการใช
สอยจึ
งเป
นตั
วกํ
าหนดรู
ปแบบและมั
กสะท
อนให
เห็
นในงานศิ
ลปะพื้
นบ
านในแต
ละประเภท เช
เครื่
องจั
กสานที่
ใช
ในครั
วเรื
อน เครื่
องดั
กจั
บสั
ตว
เครื่
องมื
อที่
ใช
ในงานช
าง ฯลฯ ซึ่
งลั
กษณะของ
การใช
สอยจึ
งเป
นตั
วบ
งชี้
ถึ
งวิ
ถี
การดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตที่
มี
อายุ
ยาวนาน การสื
บทอดต
อมาเป
นระยะหลาย
ช
วงอายุ
คน จึ
งแสดงให
เห็
นถึ
งประวั
ติ
ความเป
นมาแห
งภู
มิ
ป
ญญาและค
านิ
ยมของคนพื้
นบ
านได
ดี
๘) มี
คุ
ณค
าคงที่
(Constant Value)
เหตุ
เพราะผลงานส
วนใหญ
มี
การคลี่
คลายรู
ปแบบและการพั
ฒนาที่
ค
อนข
างช
าและมี
การเปลี่
ยนแปลงน
อยที่
สุ
ด ซึ่
งแสดงให
เห็
ถึ
งความสั
มพั
นธ
กั
นกั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตของผู
คนในท
องถิ่
นนั้
น ๆ คุ
ณค
าทั้
งด
านประโยชน
ใช
สอยและความ
งามจึ
งมี
การเปลี่
ยนแปลงน
อยที่
สุ
ด ดั
งเช
น ผลงานเครื่
องจั
กสาน
๒.๕ งานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข
อง
วรนั
นท
บุ
นนาค สุ
ณี
ย
กวิ
ศราศั
ย และ สุ
ปราณี
วานมนตรี
๔๖
ศึ
กษาเรื่
อง รู
ปแบบ
ศิ
ลปวั
ฒนธรรมประเพณี
ฟ
อนแห
ต
นดอกไม
: กรณี
ศึ
กษาบ
านอาฮี
หมู
ที่
๑,๖ ตํ
าบลอาฮี
อํ
าเภอ
ท
าลี่
จั
งหวั
ดเลย ผลการศึ
กษา พบว
า ประเพณี
แห
ต
นดอกไม
เป
นประเพณี
โบราณที่
ชาวบ
านอาฮี
ได
รั
กษาสื
บทอดเป
นมรดกทางวั
ฒนธรรมเป
นเวลาไม
ต่ํ
ากว
า ๒๐๐ป
แล
ว ประเพณี
แห
ต
นดอกไม
ทํ
กั
นหลั
งวั
นสงกรานต
โดยการใช
วั
ดเป
นศู
นย
กลางในการปฏิ
บั
ติ
การบู
ชาต
นดอกไม
ต
นดอกไม
ที่
ชาวบ
านทํ
าขึ้
นมาเพื่
อใช
ในการบู
ชามี
ขนาดความสู
ง ๓-๕ เมตร มี
การจั
ดทํ
าขึ้
นมาทุ
กคุ
มเพื่
อการ
ประกวดแข
งขั
น โดยต
นดอกไม
เหล
านั้
นจะมี
การประดั
บประดาด
วยดอกคู
ณ ดอกจํ
าปา และไม
ใบหลากสี
สํ
าหรั
บการทํ
าต
นดอกไม
นั้
น ชาวบ
านมั
กจะมี
การทํ
าขึ
นมาเป
นคู
เรี
ยกว
า “ต
นตั
วผู
ต
ตั
วเมี
ย” เป
าหมายสู
งสุ
ดของการแห
ต
นดอกไม
ก็
คื
อ อนิ
สงส
ผลบุ
ญ ความสามั
คคี
ความเห็
นอก
เห็
นใจ และการส
งเสริ
มวั
ฒนธรรมและภู
มิ
ป
ญญาท
องถิ่
ภิ
ญโญ ภู
เทศ ศึ
กษาเรื่
อง การนํ
าภู
มิ
ป
ญญาท
องถิ่
นด
านดนตรี
มาใช
ในการเรี
ยนการสอน
ในโรงเรี
ยนมั
ธยมศึ
กษาของจั
งหวั
ดนครสวรรค
ผลการศึ
กษาพบว
า การดํ
าเนิ
นการใช
ภู
มิ
ป
ญญา
ท
องถิ่
นด
านดนตรี
มาใช
ในการเรี
ยนการสอนในโรงเรี
ยนต
องประกอบด
วยกระบวนการ ๕ ขั้
นตอน
คื
อ การวิ
เคราะห
ชุ
มชน การจั
ดทํ
าชุ
ดความรู
การสร
างกิ
จกรรม การขยายผลสู
ชุ
มชนและการ
ประเมิ
นผล
๔๗
ธรรมรั
ตน
โถวสกุ
๔๘
ศึ
กษาเรื่
อง รู
ปแบบและกระบวนการงานประดิ
ษฐ
ในผลงานการ
ค
นคว
าริ
เริ่
มทางนาฏศิ
ลป
หรื
อศิ
ลปะการละครของนั
กศึ
กษาโปรแกรมวิ
ชานาฏศิ
ลป
มหาวิ
ทยาลั
๔๖
วรนั
นท
บุ
นนาค
,
สุ
ณี
ย
กวิ
ศราศั
ย และ สุ
ปราณี
วานมนตรี
. (๒๕๕๑
).
รู
ปแบบศิ
ลปวั
ฒนธรรมประเพณี
การฟ
อนแห
ต
ดอกไม
: กรณี
ศึ
กษาบ
านอาฮี
หมู
ที่
,
ตํ
าบลอาฮี
อํ
าเภอท
าลี่
จั
งหวั
ดเลย.
ขอนแก
น: กองทุ
นทํ
านุ
บํ
ารุ
งศิ
ลปวั
ฒนธรรมภู
มิ
ป
ญญา
ท
องถิ่
น มหาวิ
ทยาลั
ยขอนแก
น, หน
า บทคั
ดย
อ.
๔๗
ภิ
ญโญ ภู
เทศ. (มกราคม-มิ
ถุ
นายน, ๒๕๕๓). การนํ
าภู
มิ
ป
ญญาท
องถิ่
นด
านดนตรี
มาใช
ในการเรี
ยนการสอนในโรงเรี
ยน
มั
ธยมศึ
กษาของจั
งหวั
ดนครสวรรค
,
วารสารพิ
กุ
ป
ที่
๘ ฉบั
บที่
๑ หน
า ๙๕-๑๐๖.
๔๘
ธรรมรั
ตน
โถวสกุ
ล. (กรกฏาคม-ธั
นวาคม, ๒๕๕๐). รู
ปแบบและกระบวนการงานประดิ
ษฐ
ในผลงานการค
นคว
าริ
เริ่
มทาง
นาฏศิ
ลป
หรื
อศิ
ลปะการละครของนั
กศึ
กษาโปรแกรมวิ
ชานาฏศิ
ลป
มหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏจั
นทรเกษม. ใน
วารสารจั
นทรเกษมสาร.
ป
ที่
๑๓ ฉบั
บที่
๒๕. หน
า ๑๐๑-๑๐๗.
1...,36,37,38,39,40,41,42,43,44,45 47,48,49,50,51,52,53,54,55,56,...189
Powered by FlippingBook