ct154 - page 67
59
พิ
ธี
กรรมดั้
งเดิ
มเหล่
านี้
ก็
จะมี
คนชองรั
บจั
ดเป็
นการแสดงการประกอบพิ
ธี
กรรมบุ
ญส่
งทุ่
งให้
กั
บผู้
สนใจ ซึ่
ง
ปรากฏการณ์
เหล่
านี้
แสดงให้
เห็
นว่
า พิ
ธี
กรรมบุ
ญส่
งทุ่
ง ถู
กเสนอเป็
นภาพลั
กษณ์
ตั
วแทนวั
ฒนธรรมชอง
รู
ปแบบหนึ่
ง ขณะเดี
ยวกั
นก็
เป็
นสิ
นค้
าวั
ฒนธรรมที่
สามารถจั
ดแสดงขึ้
นได้
แต่
ทั้
งนี้
กลุ่
มผู้
ใหญ่
ใน
ท้
องถิ่
นก็
ยั
งคงเชื่
อว่
า พิ
ธี
กรรมบุ
ญส่
งทุ่
ง เป็
นพิ
ธี
กรรมที่
ปฏิ
บั
ติ
กั
นสื
บมาตั้
งแต่
บรรพบุ
รุ
ษ เพื่
อสร้
างความ
มั่
นคงให้
กั
บตนเองครอบครั
วว่
ายมฑู
ตจะคุ้
มครองดู
แลพวกเขาให้
ปลอดภั
ยตลอดในรอบปี
3.5 พิ
ธี
กรรมเซ่
นไหว้
ศาลเจ้
าที่
พิ
ธี
กรรมต่
างๆ ของคนชอง มี
ขั้
นตอนการเซ่
นไหว้
ผี
ประกอบเป็
นส่
วนหนึ่
งอยู่
ในทุ
กพิ
ธี
กรรม
เช่
น พิ
ธี
กรรมบุ
ญส่
งทุ่
ง และพิ
ธี
กรรมการแต่
งงาน โดยเป็
นการตั้
งศาลเพี
ยงตาเพื่
อเซ่
นไหว้
ซึ่
งเป็
น
ขั้
นตอนสาคั
ญในพิ
ธี
กรรม แต่
เพื่
อทาความเข้
าใจความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างคนชองกั
บวิ
ญญาณศั
กดิ์
สิ
ทธิ์
ใน
ระดั
บขั้
นต่
างๆ จึ
งขออธิ
บายเรื่
องของการไหว้
ศาลเจ้
าที่
ที่
คนชองให้
ความเคารพนั
บถื
อลดหลั่
นกั
นมา
โดยอธิ
บายไว้
ดั
งนี้
3.5.1
เจ้
าพ่
อสวนนารายณ์
เจ้
าพ่
อสวนนารายณ์
หรื
อ เจ้
าพ่
อศวรนารายณ์
เป็
นสิ่
งศั
กดิ์
สิ
ทธิ์
ที่
คนชองและคนทั่
วไป
ในแถบอาเภอเขาคิ
ชฌกู
ฏเคารพนั
บถื
อสู
งสุ
ด เชื่
อว่
าเป็
นผู้
ปกครองดิ
นแดนทั้
งหมดในแถบเขาคิ
ชฌกู
ฏ
ชาวบ้
านมั
กเรี
ยกรวมกั
นว่
า “เจ้
าพ่
อสวนนารายณ์
และเจ้
าแม่
พลายชมพู
” เชื่
อว่
าทั้
งคู่
เป็
นวิ
ญญาณ
ศั
กดิ์
สิ
ทธิ์
ในการดู
แลคุ้
มครองคนท้
องถิ่
นให้
ปลอดภั
ย และเป็
นผู้
ทาให้
ทรั
พยากรท้
องถิ่
นมี
ความอุ
ดม
สมบู
รณ์
เรื่
องราวเกี่
ยวกั
บเจ้
าพ่
อสวนนารายณ์
ไม่
มี
ประวั
ติ
บอกเล่
าความเป็
นมา ซึ่
ง ชิ
น อยู่
ดี
(2524:13) กล่
าวว่
า มองซิ
เออลาจอง กิ
แอร์
(M. Lajonquiere) ก็
มี
ความเห็
นว่
า พวกที่
เข้
ามาตั้
งเมื
องที่
จั
นทบุ
รี
นั้
น เป็
นพวกนั
บถื
อศาสนาพราหมณ์
พวกที่
นั
บถื
อศาสนาพราหมณ์
จะเป็
นพวกชองใช่
หรื
อไม่
ผู้
เขี
ยนได้
สอบหาร่
องรอยศาสนาพราหมณ์
ในหมู่
บ้
านไทยเผ่
าชองก็
พบร่
องรอยที่
ลางๆ เลื
อนๆ เทพารั
กษ์
ที่
พวกไทยเผ่
าชองนั
บถื
อจนทุ
กวั
นนี้
ก็
คื
อ เจ้
าสวนนารายณ์
และเจ้
า(คลอง) นายชมภู
คา “สวน
นารายณ์
” น่
าจะเพี้
ยนมาจากอิ
ศวรนารายณ์
นอกจากนี้
สุ
เรขา สุ
พรรณไพบู
ลย์
(2530) สั
นนิ
ษฐานว่
า
พระอิ
ศวร หรื
อพระนารายณ์
ที่
เข้
ามาปะปนก็
คงได้
รั
บอิ
ทธิ
พลแนวความเชื่
อและพิ
ธี
กรรมไปจากคนไทย
ในอดี
ตรู
ปร่
างหน้
าตาของเจ้
าสวนนารายณ์
ไม่
ปรากฏว่
ามี
ลั
กษณะเป็
นอย่
างไร เป็
น
เพี
ยงการเชื่
อว่
าพื้
นที่
ตรงปากดง(บ้
านลาพั
ง)มี
เจ้
าสวนนารายณ์
สิ
งสถิ
ตอยู่
ซึ่
งเฉิ
น ผั
นผาย กล่
าวว่
า เมื่
อ
ประมาณ 60 ปี
ก่
อน คนชองแถบตาบลตะเคี
ยนทอง คลองพลู
และน้
าขุ่
นจะเดิ
นทางไปจั
นทบุ
รี
ใช้
ทาง
เกวี
ยนโดยออกจากคลองพลู
ผ่
านบ้
านท้
ายทุ่
งตะเคี
ยนทอง ผ่
านบ้
านลาพั
ง ศาลเจ้
านารายณ์
จะหยุ
ด
บอกเจ้
าศาลนารายณ์
โดยเอาใบไม้
กิ่
งไม้
วางที่
ศาลเจ้
านารายณ์
บอกกล่
าวว่
าขอให้
เดิ
นทางสะดวก
ปลอดภั
ย อย่
ามี
อั
นตรายแต่
อย่
างใดเลย แล้
วก็
เดิ
นต่
อไปต่
อมากองกิ่
งไม้
นั้
นมี
ขนาดใหญ่
ขึ้
น จนเป็
นที่
เข้
าใจกั
นว่
า พื้
นที่
นั้
นเป็
นศาลเจ้
าสวนนารายณ์
และเมื่
อ ปี
พ.ศ.2509 พ่
อค้
าชาวจี
นที่
เดิ
นทางเข้
ามา
ค้
าขาย ชื่
อ “เจ็
กนี
ฮอง” ก็
ได้
สร้
างศาลเจ้
าสวนนารายณ์
ขึ้
น เพื่
อแก้
บนให้
ตนเองเดิ
นทางกลั
บสู่
เมื
อง
1...,57,58,59,60,61,62,63,64,65,66
68,69,70,71,72,73,74,75,76,77,...145