bk129 - page 143

135
ผู
สอน ในการส่
งเสริ
มและสนั
บสนุ
นให้
ผู
เรี
ยนได้
นํ
าประสบการณ์
ที่
มี
มาแลกเปลี่
ยนเรี
ยนรู
ร่
วมกั
รั
บฟั
งความรู
ใหม่
ๆ ได้
แสดงความคิ
ดเห็
น ร่
วมระดมสมอง และอภิ
ปรายผล ที่
เกิ
ดจากการทํ
กิ
จกรรมการเรี
ยนรู
ด้
วยการปฎิ
บั
ติ
และการทํ
ากิ
จกรรมกลุ่
มที่
ต้
องมี
การช่
วยเหลื
อเกื
อกู
ลกั
น โดย
ผู
สอนมี
บทบาทในการสร้
างแรงจู
งใจส่
งเสริ
มผู
เรี
ยนให้
เกิ
ดความเชื่
อมั่
นในตนเองมี
การใช้
คํ
าพู
ด้
านบวกด้
วยการชมเชยสนั
บสนุ
นผู
เรี
ยนให้
ได้
ใช้
ความรู
ความสามารถในการพั
ฒนาตนเองอย่
าง
ต่
อเนื่
องด้
วยการฝึ
กปฎิ
บั
ติ
ซํ
าๆ จากการกิ
จกรรมและให้
ผู
เรี
ยนมี
ปฎิ
สั
มพั
นธ์
ร่
วมกั
นเพื่
อส่
งเสริ
บรรยากาศแห่
งการเรี
ยนรู
ที่
เอื
อประโยชน์
ต่
อการพั
ฒนาการเรี
ยนของผู
เรี
ยนโดยตรง ในระหว่
างทํ
กิ
จกรรมและหลั
งทํ
ากิ
จกรรมผู
เรี
ยนสามารถรั
บรู
ถึ
งการเปลี่
ยนแปลงของตนเองได้
จากการกิ
จกรรม
ดั
งนั
นเพื่
อให้
ผู
เรี
ยนได้
ทราบผลจากการเรี
ยนรู
จึ
งนํ
าไปสู
การจั
ดกิ
จกรรมการเรี
ยนรู
ในขึ
นตอนที่
7
7
.
การประเมิ
นผลการเรี
ยนรู
ด้
วยตนเองและเป็
นกลุ
เกิ
ดจากการนํ
ากระบวนการเรี
ยนการสอนผู
ใหญ่
(Knowles, 1980) ในขั
นตอนที่
7คื
การประเมิ
นผลการเรี
ยนรู
นํ
ามาผสมผสานกั
บแนวคิ
ดนี
โอฮิ
วแมนนิ
สในขั
นตอนที่
3การเรี
ยนรู
ด้
วยการปฏิ
บั
ติ
และการฝึ
กฝน และขั
นตอนที่
4 การเรี
ยนรู
ด้
วยการปฏิ
บั
ติ
เป็
นกลุ่
ม เพื่
อเป็
นการ
ประเมิ
นผลของผู
เรี
ยน เนื่
องจากขั
นตอนของทั
งสองแนวคิ
ดมี
ความสอดคล้
องกั
น จึ
งสามารถ
นํ
าไปใช้
ในการจั
ดกิ
จกรรมการเรี
ยนรู
ในขั
นตอนที่
7ได้
โดยในขั
นตอนที่
7นี
ผู
เรี
ยนมี
ส่
วนร่
วมในการประเมิ
นผลการเรี
ยนรู
ด้
วยตนเองและ
กลุ่
มได้
จากการที่
ผู
เรี
ยนทํ
ากิ
จกรรมต่
างๆผู
เรี
ยนสามารถนํ
าผลที่
ได้
จากการประเมิ
นตนเองและผล
การประเมิ
นจากผู
เรี
ยนด้
วยกั
นนํ
ามาปรั
บปรุ
งและพั
ฒนาตนเองได้
อย่
างต่
อเนื่
อง และผู
เรี
ยนได้
ทราบว่
าผลการเรี
ยนรู
เป็
นไปตามความต้
องการเรี
ยนรู
ในขั
นตอนที่
3ซึ
งผู
เรี
ยนสามารถประเมิ
ความต้
องการซํ
าซึ
งการประเมิ
นผลนี
ควรเป็
นลั
กษณะการประเมิ
นร่
วมกั
นระหว่
างผู
สอนและผู
เรี
ยน
1.3 เนื
อหาภาวะผู
นํ
าของปรี
ดา เรื
องวิ
ชาธร (2551) ประกอบด้
วย 8 ด้
านคื
1. มี
คุ
ณธรรมประเสริ
ฐประจํ
าใจกํ
ากั
บตนเองและปฏิ
บั
ติ
ต่
อผู
อื่
2. ทั
กษะการติ
ดต่
อสื่
อสาร
3. ทั
กษะในการสั
งเกต เพื่
อมองคนให้
เห็
นลึ
กถึ
งศั
กยภาพภายใน
4.มี
ความสมดุ
ลระหว่
างความกล้
าในการตั
ดสิ
นใจและการไตร่
ตรองอย่
างรอบคอบ
5. มี
จิ
ตใจใฝ่
เรี
ยนรู
เพื่
อหาความจริ
งและลึ
กซึ
งยิ่
งขึ
6. มี
ความยื
ดหยุ่
นไม่
ยึ
ดมั่
นติ
ดกรอบความคิ
ดอย่
างตายตั
7. มี
ทั
กษะและประสบการณ์
ในการมองเห็
นการเปลี่
ยนแปลงของสั
งคม
8. มี
จิ
ตใจเป็
นผู
เริ่
มกระทํ
าก่
อน
1...,133,134,135,136,137,138,139,140,141,142 144,145,146,147,148,149,150,151,152,153,...409
Powered by FlippingBook