126
การเสริ
มสร้
างคุ
ณลั
กษณะด้
านการทํ
างานเป็
นกลุ่
ม ขั
้
นที่
3 การทดลองใช้
หลั
กสู
ตรและการ
ประเมิ
นผลหลั
กสู
ตร ขั
้
นที่
4การปรั
บปรุ
งแก้
ไขหลั
กสู
ตรหลั
งการทดลอง ผลการทดลองใช้
หลั
กสู
ตรพบว่
าประสิ
ทธิ
ภาพหลั
กสู
ตรฝึ
กอบรมแต่
ละหั
วข้
อผ่
านตามเกณฑ์
80/80 ผลการ
เปรี
ยบเที
ยบผลสั
มฤทธิ
์
และเจตคติ
ก่
อนและหลั
งการใช้
หลั
กสู
ตรพบว่
า ผลสั
มฤทธิ
์
และเจตคติ
หลั
ง
การทดลองใช้
หลั
กสู
ตรสู
งกว่
าก่
อนการใช้
หลั
กสู
ตรอย่
างมี
นั
ยสํ
าคั
ญทางสถิ
ติ
ที่
ระดั
บ.05
มนตรี
ธี
รธรรมพิ
พั
ฒน์
(2540) ได้
ศึ
กษาจริ
ยธรรมกั
บภาวะผู
้
นํ
าศึ
กษาทั
ศนะของนั
กวิ
ชาการ
รั
ฐศาสตร์
ในมหาวิ
ทยาลั
ยแห่
งประเทศไทยที่
มี
ต่
อผู
้
นํ
าทางการเมื
องผลการศึ
กษาพบว่
านั
กวิ
ชาการ
รั
ฐศาสตร์
ส่
วนมากมี
ทั
ศนะสอดคล้
องกั
นในประเด็
นการศึ
กษาด้
านต่
างๆดั
งนี
้
สภาพของผู
้
นํ
าควร
กํ
าหนดตามรั
ฐธรรมนู
ญและการยอมรั
บของสั
งคมนั
้
นลั
กษณะผู
้
นํ
าที่
พึ
งประสงค์
คื
อ ผู
้
นํ
าแบบ
ประชาธิ
ปไตยวิ
ธี
การให้
ได้
มาซึ
่
งผู
้
นํ
าที่
มี
ความชอบธรรมคื
อวิ
ธี
การแบบประชาธิ
ปไตย เป็
นกลไกที่
มี
เหตุ
ผลทุ
กคนควรเคารพความคิ
ดสิ
ทธิ
เสรี
ภาพและมนุ
ษยภาพของกั
นและกั
นตลอดจนมี
ส่
วนร่
วม
ทางการเมื
องและความสามารถตรวจสอบการทํ
างานของผู
้
นํ
าและถอดผู
้
นํ
าไม่
ชอบธรรมได้
จริ
ยธรรม
ของผู
้
นํ
ากั
บจริ
ยธรรมของนั
กปกครองเป็
นหลั
กตั
ดสิ
นความถู
กผิ
ดในอาชี
พทางการเมื
องจริ
ยธรรมจะ
เกิ
ดขึ
้
นได้
ต้
องอาศั
ยโครงสร้
างระบบกลไกวิ
ธี
การในระบอบการปกครองที่
ถู
กต้
องชอบธรรม
สุ
รศั
กดิ
์
ม่
วงทอง (2543)ได้
ศึ
กษาเรื่
อง
พุ
ทธธรรมกั
บภาวะผู
้
นํ
าที่
พึ
งประสงค์
ผลการศึ
กษา
พบว่
าหลั
กพุ
ทธธรรมได้
กํ
าหนดสถานภาพของบุ
คคลว่
ามี
ศั
กยภาพสู
งหรื
อตํ
่
า โดยให้
ปฏิ
บั
ติ
ตาม
อุ
ดมการณ์
แนวพุ
ทธที่
มี
หลั
กธรรมเป็
นข้
อกํ
าหนดนอกจากนี
้
ยั
งพบว่
า พุ
ทธธรรมมี
ความเชื่
อว่
า
คุ
ณลั
กษณะของผู
้
นํ
าที่
พึ
งประสงค์
ในการดํ
ารงตํ
าแหน่
งส่
วนใหญ่
ให้
ความสํ
าคั
ญกั
บลั
กษณะส่
วนตั
ว
ของผู
้
นํ
าอั
นเป็
นที่
มาของการยอมรั
บของสั
งคมในระดั
บท้
องถิ่
น
รั
ตติ
กรณ์
จงวิ
ศาล (2543) ศึ
กษาผลการฝึ
กอบรมภาวะผู
้
นํ
าการเปลี่
ยนแปลงของผู
้
นํ
านิ
สิ
ต
มหาวิ
ทยาลั
ยเกษตรศาสตร์
โดยใช้
ทฤษฏี
ภาวะผู
้
นํ
าการเปลี่
ยนแปลงของBass&Avolio (1999) กลุ่
ม
ตั
วอย่
างเป็
นผู
้
นํ
านิ
สิ
ตมหาวิ
ทยาลั
ยจํ
านวน 24คน ได้
รั
บการสุ่
มเข้
ากลุ่
มควบคุ
ม 12คน เป็
นกลุ่
ม
ทดลอง 12คน เป็
นการฝึ
กอบรมแบบสั
มมนาเชิ
งปฏิ
บั
ติ
การ 1หลั
กสู
ตรและภายหลั
งการฝึ
กอบรมมี
การพบกั
นภายในกลุ่
มเพื่
อนช่
วยเพื่
อน ทุ
ก 2สั
ปดาห์
เป็
นระยะเวลา 2 เดื
อนรวมทั
้
ง 4 ครั
้
ง
ผลการวิ
จั
ยพบว่
าผู
้
นํ
านิ
สิ
ตที่
ได้
รั
บการฝึ
กอบรมภาวะผู
้
นํ
าการเปลี่
ยนแปลงมี
เจตคติ
ที่
ดี
ต่
อภาวะผู
้
นํ
า
การเปลี่
ยนแปลงหลั
งการฝึ
กอบรมมี
ภาวะผู
้
นํ
าการเปลี่
ยนแปลงที่
ผู
้
นํ
าประเมิ
นตนเองและภาวะผู
้
นํ
า
ที่
ร่
วมงานประเมิ
นผู
้
นํ
าหลั
งสิ
้
นสุ
ดการทดลองมากกว่
าผู
้
นํ
านิ
สิ
ตที่
ไม่
ได้
รั
บการฝึ
กอบรมภาวะผู
้
นํ
า
การเปลี่
ยนแปลงอย่
างมี
นั
ยสํ
าคั
ญทางสถิ
ติ
ที่
ระดั
บ .05ส่
วนเจตคติ
ที่
ดี
ต่
อภาวะผู
้
นํ
าการเปลี่
ยนแปลง
หลั
งสิ
้
นสุ
ดการทดลอง และความพึ
งพอใจในการทํ
างานของผู
้
ร่
วมงานหลั
งสิ
้
นสุ
ดการทดลองไม่
พั
ฒนาอย่
างมี
นั
ยสํ
าคั
ญทางสถิ
ติ
แต่
มี
แนวโน้
มว่
ามี
ความพึ
งพอใจในการทํ
างานของผู
้
ร่
วมงานหลั
ง