bk129 - page 142
134
เกิ
ดจากการนํ
ากระบวนการเรี
ยนการสอนผู
้
ใหญ่
(Knowles, 1980) ในขั
้
นตอนที่
4 คื
อ
การกํ
าหนดวั
ตถุ
ประสงค์
ร่
วมกั
นนํ
ามาผสมผสานกั
บแนวคิ
ดนี
โอฮิ
วแมนนิ
สในขั
้
นตอนที่
4 คื
อ
การเรี
ยนรู
้
ด้
วยการปฏิ
บั
ติ
เป็
นกลุ่
ม เนื่
องจากทั
้
งสองขั
้
นตอนของทั
้
งสองแนวคิ
ดมี
ความสอดคล้
อง
กั
น การที่
ผู
้
เรี
ยนเป็
นผู
้
กํ
าหนดวั
ตถุ
ประสงค์
ของการศึ
กษาของตนเอง จากการวิ
เคราะห์
ความ
ต้
องการของตนเองจากขั
้
นตอนที่
3 ผู
้
เรี
ยนยอมรั
บในสิ่
งที่
ตนเองระบุ
ไว้
และในการทํ
ากิ
จกรรมการ
เรี
ยนรู
้
ในขั
้
นตอนที่
4 ใช้
การเรี
ยนรู
้
ด้
วยการปฏิ
บั
ติ
เป็
นกลุ่
ม จากนั
้
นนํ
าไปสู
่
การจั
ดกิ
จกรรมการ
เรี
ยนรู
้
นั
้
นตอนที่
5
5
.
กํ
าหนดกิ
จกรรมการเรี
ยนรู
้
ที่
จู
งใจการเรี
ยนรู
้
เสริ
มสร้
างภาพพจน์
ตนเองและเรี
ยนรู
้
ด้
วย
การปฏิ
บั
ติ
ฝึ
กฝนด้
วยตนเองและเป็
นกลุ
่
ม
เกิ
ดจากการนํ
ากระบวนการเรี
ยนการสอนผู
้
ใหญ่
(Knowles, 1980) ในขั
้
นตอนที่
5
คื
อ กํ
าหนดกิ
จกรรมการเรี
ยนรู
้
นํ
ามาผสมผสานกั
บแนวคิ
ดนี
โอฮิ
วแมนนิ
สในขั
้
นตอนที่
2 การ
เสริ
มสร้
างภาพพจน์
ที่
ดี
ต่
อตนเอง 3. การเรี
ยนรู
้
ด้
วยการปฏิ
บั
ติ
และการฝึ
กฝน 4. การเรี
ยนรู
้
ด้
วยการ
ปฏิ
บั
ติ
เป็
นกลุ่
ม และ 5. การจู
งใจเพื่
อส่
งเสริ
มการเรี
ยนรู
้
เนื่
องจากขั
้
นตอนทั
้
งสองแนวคิ
ดมี
ความ
สอดคล้
องกั
นที่
สามารถนํ
าไปใช้
ในการจั
ดกิ
จกรรมการเรี
ยนรู
้
ในขั
้
นตอนที่
5ได้
ในขั
้
นตอนที่
5นี
้
เป็
นการกํ
าหนดการเรี
ยนรู
้
ที่
ส่
งเสริ
มผู
้
เรี
ยนได้
ใช้
ประสบการณ์
เดิ
ม
มาใช้
ในการจั
ดการเรี
ยนรู
้
อย่
างเต็
มที่
การเสริ
มสร้
างภาพพจน์
ที่
ดี
ต่
อตนเอง และการสร้
างแรงจู
งใจ
เพื่
อส่
งเสริ
มการเรี
ยนรู
้
เป็
นการเปลี่
ยนแปลงภาพพจน์
ของตนเอง โดยใช้
คํ
าพู
ดด้
านบวก ให้
ผู
้
เกิ
ดการ
เปลี่
ยนแปลงจากภายในและสะท้
อนออกมาเป็
นคํ
าพู
ดการกระทํ
าด้
านบวก โดยใช้
การเรี
ยนรู
้
ด้
วย
การปฏิ
บั
ติ
และการฝึ
กฝน ให้
ผู
้
เรี
ยนสามารถค้
นหาคํ
าตอบได้
ด้
วยตนเอง โดยมี
การดํ
าเนิ
นกิ
จกรรมที่
ยื
ดหยุ่
นตอบสนองความต้
องการของผู
้
เรี
ยน ซึ
่
งมี
ลั
กษณะการเรี
ยนรู
้
อย่
างหลากหลายด้
วยการปฏิ
บั
ติ
โดยการจั
ดกิ
จกรรมกลุ่
มและส่
งผลให้
เกิ
ดกระบวนการจั
ดการเรี
ยนรู
้
ในขั
้
นตอนที่
6ต่
อไป
6. การดํ
าเนิ
นกิ
จกรรมการเรี
ยนรู
้
ที่
จู
งใจการเรี
ยนรู
้
เสริ
มสร้
างภาพพจน์
ตนเอง การ
เรี
ยนรู
้
ด้
วยการปฏิ
บั
ติ
ฝึ
กฝนด้
วยตนเองและเป็
นกลุ
่
ม
เกิ
ดจากการนํ
ากระบวนการเรี
ยนการสอนผู
้
ใหญ่
(Knowles,1980) ในขั
้
นตอนที่
6 คื
อ
การดํ
าเนิ
นกิ
จกรรมการเรี
ยนรู
้
นํ
ามาผสมผสานกั
บแนวคิ
ดนี
โอฮิ
วแมนนิ
สในขั
้
นตอนที่
2 การ
เสริ
มสร้
างภาพพจน์
ที่
ดี
ต่
อตนเอง 3. การเรี
ยนรู
้
ด้
วยการปฏิ
บั
ติ
และการฝึ
กฝน 4. การเรี
ยนรู
้
ด้
วยการ
ปฏิ
บั
ติ
เป็
นกลุ่
ม และ 5. การจู
งใจเพื่
อส่
งเสริ
มการเรี
ยนรู
้
เนื่
องจากขั
้
นตอนทั
้
งสองแนวคิ
ดมี
ความ
สอดคล้
องกั
นจึ
งสามารถนํ
าไปใช้
ในการจั
ดกิ
จกรรมการเรี
ยนรู
้
ในขั
้
นตอนที่
6ได้
ในขั
้
นตอนที่
6นี
้
เป็
นกระบวนการเรี
ยนรู
้
ที่
กระตุ
้
นให้
ผู
้
เรี
ยนได้
ดํ
าเนิ
นกิ
จกรรมการ
เรี
ยนรู
้
อย่
างเต็
มความสามารถผู
้
เรี
ยนมี
ส่
วนร่
วมในการดํ
าเนิ
นกิ
จกรรมและได้
รั
บการเสริ
มแรงจาก
1...,132,133,134,135,136,137,138,139,140,141
143,144,145,146,147,148,149,150,151,152,...409