bk129 - page 132
124
วี
ระเทพปทุ
มเจริ
ญวั
ฒนา (2545) ศึ
กษาการพั
ฒนารู
ปแบบการเสริ
มสร้
างอุ
ปนิ
สั
ย 7ประการ
ตามแนวคิ
ดของสตี
เฟ่
นอาร์
โควี่
สํ
าหรั
บเยาวชนตอนปลายโดยใช้
หลั
กการของนี
โอฮิ
วแมนนิ
สและ
การจั
ดการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยน โดยสร้
างโปรแกรมฝึ
กอบรมแล้
วนํ
าไปทดลองใช้
กั
บกลุ่
ม
ตั
วอย่
างเป็
นเยาวชนที่
อยู
่
ในหมู
่
3ตํ
าบลบึ
งยี่
โถ อํ
าเภอ ธั
ญบุ
รี
จั
งหวั
ดปทุ
มธานี
จํ
านวน 36คน
แบ่
งเป็
น 2กลุ่
มคื
อกลุ่
มทดลองเข้
าร่
วมโปรแกรมฝึ
กอบรมเพื่
อการเสริ
มสร้
างอุ
ปนิ
สั
ย 7ประการ
ตามแนวคิ
ดของสตี
เฟ่
น อาร์
โควี่
และกลุ่
มควบคุ
มไม่
ได้
เข้
าโปรแกรมนี
้
กลุ่
มทดลองจะเข้
าร่
วม
โปรแกรมดั
งกล่
าวนี
้
ใน 2ส่
วนคื
อส่
วนที่
1การเข้
าร่
วมฝึ
กอบรมเชิ
งปฏิ
บั
ติ
การเพื่
อการเสริ
มสร้
าง
อุ
ปนิ
นั
ย 7ประการตามแนวคิ
ดของสตี
เฟ่
นอาร์
โควี่
เป็
นเวลา 20ชั่
วโมง และส่
วนที่
2 เป็
นการจั
ด
โครงการค่
ายอาสาพั
ฒนาเป็
นเวลา 12 วั
นพบว่
า 1. รู
ปแบบการเสริ
มสร้
างอุ
ปนิ
สั
ย 7ประการตาม
แนวคิ
ดสตี
เฟ่
นอาร์
โควี่
มี
กระบวนการได้
แก่
1) การกํ
าหนดวั
ตถุ
ประสงค์
ทางการศึ
กษา2) การเลื
อก
ประสบการณ์
การเรี
ยนรู
้
3) การจั
ดประสบการณ์
การเรี
ยนรู
้
ได้
แก่
การสร้
างบรรยากาศการเรี
ยนรู
้
ที่
ผ่
อนคลาย การเสริ
มสร้
างภาพพจน์
ที่
ดี
ต่
อตนเอง การเรี
ยนรู
้
ด้
วยการปฏิ
บั
ติ
จริ
ง และการฝึ
กฝนทั
้
ง
รายบุ
คคลและเป็
นกลุ่
ม และการจู
งใจเพื่
อส่
งเสริ
มการเรี
ยนรู
้
4) การประเมิ
นผลการเรี
ยนรู
้
พบว่
า
ความคิ
ดเห็
นต่
อรู
ปแบบอยู
่
ในระดั
บมากที่
สุ
ด 2. ผลการทดลองใช้
รู
ปแบบพบว่
าเยาวชนกลุ่
มทดลอง
มี
อุ
ปนิ
สั
ย 7ประการหลั
งการทดลองสู
งกว่
าเยาวชนกลุ่
มควบคุ
มอย่
างมี
นั
ยสํ
าคั
ญทางสถิ
ติ
ที่
ระดั
บ
.05และมี
พฤติ
กรรมที่
แสดงออกถึ
งอุ
ปนิ
นั
ย 7ประการหลั
งการทดลองมากกว่
าร้
อยละ 80
วรรั
ตน์
อภิ
นั
นท์
กู
ล (2548) การพั
ฒนารู
ปแบบกิ
จกรรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนตาม
แนวคิ
ดนี
โอฮิ
วแมนิ
ส เพื่
อเสริ
มสร้
างการเรี
ยนรู
้
เกี่
ยวกั
บคุ
ณลั
กษณ์
ที่
พึ
งประสงค์
ของผู
้
ประสบ
ความสํ
าเร็
จตามกฎแห่
งความสํ
าเร็
จของนโปเลี
ยนฮิ
ลล์
มี
วั
ตถุ
ประสงค์
เพื่
อพั
ฒนารู
ปแบบกิ
จกรรม
การศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนตามแนวคิ
ดนี
โอฮิ
วแมนนิ
ส เพื่
อเสริ
มสร้
างการเรี
ยนรู
้
เกี่
ยวกั
บ
คุ
ณลั
กษณะที่
พึ
งประสงค์
ของผู
้
ที่
ประสบความสํ
าเร็
จตามกฎแห่
งความสํ
าเร็
จของนโปเลี
ยนฮิ
วส์
โดย
สร้
างโปรแกรมและคู
่
มื
อการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนตามแนวนี
โอฮิ
วแมนนิ
ส เพื่
อเสริ
มสร้
างการ
เรี
ยนรู
้
เกี่
ยวกั
บคุ
ณลั
กษณะที่
พึ
งประสงค์
ของผู
้
ที่
ประสบความสํ
าเร็
จตามกฎแห่
งความสํ
าเร็
จของนโป
เลี
ยน ฮิ
ลล์
โดยนํ
าไปทดลองกั
บกลุ่
มตั
วอย่
างที่
เป็
นนิ
สิ
ตคณะครุ
ศาสตร์
จุ
ฬาลงกรณ์
มหาวิ
ทยาลั
ย
จํ
านวน 40คนแบ่
งเป็
น 2กลุ่
มคื
อกลุ่
มทดลองเข้
าร่
วมกิ
จกรรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนตาม
แนวนี
โอฮิ
วแมนนิ
ส เพื่
อเสริ
มสร้
างคุ
ณลั
กษณะที่
พึ
งประสงค์
ของผู
้
ที่
ประสบความสํ
าเร็
จตามกฏแห่
ง
ความสํ
าเร็
จของนโปเลี
ยนฮิ
ลล์
และกลุ่
มควบคุ
มไม่
ได้
เข้
าร่
วมกิ
จกรรมนี
้
กลุ่
มทดลองจะเข้
าร่
วม
กิ
จกรรมดั
งกล่
าวนี
้
ใน 2ส่
วนคื
อส่
วนที่
1การเข้
าร่
วมโปรแกรมเชิ
งปฏิ
บั
ติ
การ เป็
นเวลา 40ชั่
วโมง
และส่
วนที่
2 เป็
นการเรี
ยนรู
้
ด้
วยตนเองโดยเรี
ยนจากคู
่
มื
อ เป็
นเวลา 15ชั่
วโมง ผลการวิ
จั
ยปรากฏ
ดั
งนี
้
1. กระบวนการของรู
ปแบบ ได้
แก่
(1) การกํ
าหนดวั
ตถุ
ประสงค์
ทางการศึ
กษา (2) การเลื
อก
1...,122,123,124,125,126,127,128,129,130,131
133,134,135,136,137,138,139,140,141,142,...409