283
เป
นเรื่
องที่
ผู
เรี
ยนเข
าใจได
ง
ายเพื่
อที่
จะนํ
าไปพั
ฒนาตนเองได
จึ
งทํ
าให
การจั
ดโปรแกรมเกิ
ด
ประสิ
ทธิ
ภาพมากยิ่
งขึ้
น
3.2.2 ด
านผู
สอน
ผู
สอนต
องมี
และประสบการณ
ในด
านความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมหรื
อจรรยาบรรณของ
สื่
อมวลชนเป
นอย
างดี
มี
ความเป
นกลาง ไม
ลํ
าเอี
ยง ไม
อคติ
โดยสามารถสื่
อสารหรื
อยกตั
วอย
างที่
สอดคล
องกั
บแนวคิ
ดให
ผู
เรี
ยนสามารถเข
าใจได
ง
ายขึ้
น และที่
สํ
าคั
ญต
องมี
ประพฤติ
หรื
อแสดง
พฤติ
กรรมที่
เป
นแบบอย
างที่
ดี
แก
ผู
เรี
ยนได
ซึ่
งผู
เรี
ยนสามารถรั
บรู
ถึ
งความมี
จรรยาบรรณของ
สื่
อมวลชนในตั
วผู
สอนได
จากผลงานต
างๆที่
ผ
านมาของผู
สอนดั
งนั้
นถ
าผู
สอนประพฤติ
ปฏิ
บั
ติ
เป
น
แบบอย
างที่
ดี
แล
ว จะส
งผลถึ
งความน
าเชื่
อถื
อที่
มี
ต
อตั
วผู
เรี
ยนด
วย สอดคล
องกั
บชาญสวั
สดิ์
สาลี
(2539) ที่
ว
าผู
สอนต
องมี
ความรอบรู
มี
ประสบการณ
ในเนื้
อหาที่
จะถ
ายทอดได
อย
างดี
และมี
ความสามารถในการถ
ายทอดความรู
ประสบการณ
และเนื้
อหา สามารถสร
างบรรยากาศในการ
เรี
ยนรู
ที่
เป
นกั
นเอง และสอดคล
องกั
บสุ
รางค
โค
วตระกู
ล (2546) กล
าวว
าหากต
องการให
ผู
เรี
ยนมี
คุ
ณลั
กษณะใดลั
กษณะหนึ่
งนอกจากการปลู
กฝ
งที่
ดี
แล
วผู
สอนควรจะมี
พฤติ
กรรมดั
งกล
าวในตั
วเอง
ด
วยและต
องแสดงออกมาให
ผู
เรี
ยนได
เห็
นเป
นแบบอย
าง
3.2.3 ด
านเนื้
อหา
เนื้
อหาต
องมี
ลั
กษณะเฉพาะเพื่
อกระตุ
นให
ผู
เรี
ยนเกิ
ดกระบวนการคิ
ดวิ
เคราะห
และมี
การ
เรี
ยงลํ
าดั
บเป
นขั้
นตอน โดยเริ่
มจากเนื้
อหาที่
เป
นทฤษฎี
และนํ
าไปสู
การปฏิ
บั
ติ
จนท
ายที่
สุ
ดส
งผลถึ
ง
การปรั
บเปลี่
ยนแนวความคิ
ดและพฤติ
กรรม เช
น เนื้
อหาสาระของการฝ
กอบรมโดยเรี
ยงลํ
าดั
บตั้
งแต
วั
นแรกของการฝ
กอบรมจนถึ
งวั
นสุ
ดท
ายของการฝ
กอบรมประกอบด
วย 1)หลั
กการวิ
ทยุ
ชุ
มชน 2)
การผลิ
ตรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนวิ
ทยุ
ชุ
มชน 3) รู
ปแบบรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน 4) การใช
เสี
ยงอย
างถู
กต
อง 5)
ความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมในการเสนอข
าว 6) ความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมในการแสดงความคิ
ดเห็
น
และ 7) ความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมในการประกาศโฆษณา 8) การทํ
ากิ
จกรรมเพื่
อสั
งคมที่
หมู
บ
านเด็
ก
9) ศึ
กษาดู
งานสถานี
วิ
ทยุ
แห
งประเทศไทย และสถานี
วิ
ทยุ
ชุ
มชนร
วมด
วยช
วยกั
น จากตารางการ
ฝ
กอบรมจะเห็
นได
ว
า ในช
วงแรกของการฝ
กอบรมจะเป
นการให
ความรู
ในเรื่
องเนื้
อหาและทฤษฏี
โดยจะมี
การฝ
กปฏิ
บั
ติ
ควบคู
ไปด
วย และในช
วงท
ายของการฝ
กอบรม จะเป
นเนื้
อหาที่
เน
นการ
ปรั
บเปลี่
ยนพฤติ
กรรมและกรอบแนวความคิ
ดของผู
เข
าร
วมอบรมซึ่
งในท
ายที่
สุ
ดผู
เข
าร
วมอบรมจะ
ได
ศึ
กษาจากสถานการณ
และสภาพป
ญหาที่
เกิ
ดขึ้
นจริ
งในสั
งคม เพื่
อให
ผู
เรี
ยนเกิ
ดการบู
รณาการ
ทางความคิ
ดและสามารถประยุ
กต
ความรู
ที่
ได
เรี
ยนรู
ไปทั้
งหมดมาใช
ในการปฏิ
บั
ติ
งานและดํ
าเนิ
น
ชี
วิ
ตประจํ
าวั
นของตนเองได