bk128 - page 220

283
เป
นเรื่
องที่
ผู
เรี
ยนเข
าใจได
ง
ายเพื่
อที่
จะนํ
าไปพั
ฒนาตนเองได
จึ
งทํ
าให
การจั
ดโปรแกรมเกิ
ประสิ
ทธิ
ภาพมากยิ่
งขึ้
3.2.2 ด
านผู
สอน
ผู
สอนต
องมี
และประสบการณ
ในด
านความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมหรื
อจรรยาบรรณของ
สื่
อมวลชนเป
นอย
างดี
มี
ความเป
นกลาง ไม
ลํ
าเอี
ยง ไม
อคติ
โดยสามารถสื่
อสารหรื
อยกตั
วอย
างที่
สอดคล
องกั
บแนวคิ
ดให
ผู
เรี
ยนสามารถเข
าใจได
ง
ายขึ้
น และที่
สํ
าคั
ญต
องมี
ประพฤติ
หรื
อแสดง
พฤติ
กรรมที่
เป
นแบบอย
างที่
ดี
แก
ผู
เรี
ยนได
ซึ่
งผู
เรี
ยนสามารถรั
บรู
ถึ
งความมี
จรรยาบรรณของ
สื่
อมวลชนในตั
วผู
สอนได
จากผลงานต
างๆที่
ผ
านมาของผู
สอนดั
งนั้
นถ
าผู
สอนประพฤติ
ปฏิ
บั
ติ
เป
แบบอย
างที่
ดี
แล
ว จะส
งผลถึ
งความน
าเชื่
อถื
อที่
มี
ต
อตั
วผู
เรี
ยนด
วย สอดคล
องกั
บชาญสวั
สดิ์
สาลี
(2539) ที่
ว
าผู
สอนต
องมี
ความรอบรู
มี
ประสบการณ
ในเนื้
อหาที่
จะถ
ายทอดได
อย
างดี
และมี
ความสามารถในการถ
ายทอดความรู
ประสบการณ
และเนื้
อหา สามารถสร
างบรรยากาศในการ
เรี
ยนรู
ที่
เป
นกั
นเอง และสอดคล
องกั
บสุ
รางค
โค
วตระกู
ล (2546) กล
าวว
าหากต
องการให
ผู
เรี
ยนมี
คุ
ณลั
กษณะใดลั
กษณะหนึ่
งนอกจากการปลู
กฝ
งที่
ดี
แล
วผู
สอนควรจะมี
พฤติ
กรรมดั
งกล
าวในตั
วเอง
ด
วยและต
องแสดงออกมาให
ผู
เรี
ยนได
เห็
นเป
นแบบอย
าง
3.2.3 ด
านเนื้
อหา
เนื้
อหาต
องมี
ลั
กษณะเฉพาะเพื่
อกระตุ
นให
ผู
เรี
ยนเกิ
ดกระบวนการคิ
ดวิ
เคราะห
และมี
การ
เรี
ยงลํ
าดั
บเป
นขั้
นตอน โดยเริ่
มจากเนื้
อหาที่
เป
นทฤษฎี
และนํ
าไปสู
การปฏิ
บั
ติ
จนท
ายที่
สุ
ดส
งผลถึ
การปรั
บเปลี่
ยนแนวความคิ
ดและพฤติ
กรรม เช
น เนื้
อหาสาระของการฝ
กอบรมโดยเรี
ยงลํ
าดั
บตั้
งแต
วั
นแรกของการฝ
กอบรมจนถึ
งวั
นสุ
ดท
ายของการฝ
กอบรมประกอบด
วย 1)หลั
กการวิ
ทยุ
ชุ
มชน 2)
การผลิ
ตรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนวิ
ทยุ
ชุ
มชน 3) รู
ปแบบรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน 4) การใช
เสี
ยงอย
างถู
กต
อง 5)
ความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมในการเสนอข
าว 6) ความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมในการแสดงความคิ
ดเห็
และ 7) ความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมในการประกาศโฆษณา 8) การทํ
ากิ
จกรรมเพื่
อสั
งคมที่
หมู
บ
านเด็
9) ศึ
กษาดู
งานสถานี
วิ
ทยุ
แห
งประเทศไทย และสถานี
วิ
ทยุ
ชุ
มชนร
วมด
วยช
วยกั
น จากตารางการ
ฝ
กอบรมจะเห็
นได
ว
า ในช
วงแรกของการฝ
กอบรมจะเป
นการให
ความรู
ในเรื่
องเนื้
อหาและทฤษฏี
โดยจะมี
การฝ
กปฏิ
บั
ติ
ควบคู
ไปด
วย และในช
วงท
ายของการฝ
กอบรม จะเป
นเนื้
อหาที่
เน
นการ
ปรั
บเปลี่
ยนพฤติ
กรรมและกรอบแนวความคิ
ดของผู
เข
าร
วมอบรมซึ่
งในท
ายที่
สุ
ดผู
เข
าร
วมอบรมจะ
ได
ศึ
กษาจากสถานการณ
และสภาพป
ญหาที่
เกิ
ดขึ้
นจริ
งในสั
งคม เพื่
อให
ผู
เรี
ยนเกิ
ดการบู
รณาการ
ทางความคิ
ดและสามารถประยุ
กต
ความรู
ที่
ได
เรี
ยนรู
ไปทั้
งหมดมาใช
ในการปฏิ
บั
ติ
งานและดํ
าเนิ
ชี
วิ
ตประจํ
าวั
นของตนเองได
1...,210,211,212,213,214,215,216,217,218,219 221,222,223,224,225,226,227,228,229,230,...374
Powered by FlippingBook