st124 - page 149

134
กล้
วยรั
ดแทนเข็
มขั
ดต้
นพลู
ถู
กสั่
งให้
ตั
ดทิ
งจนหมดต้
องกิ
นพลู
นํ
าที่
ขึ
นตามภู
เขากั
บหิ
นพุ
ก (ดิ
นโป่
ง)
บางครอบครั
วตั
ดสิ
นใจอพยพหลบหนี
ไปอยู
ที่
อื่
น (ประสมกิ
จค้
า.สั
มภาษณ์
: 15 เมษายน2550)
ผลกระทบจากเศรษฐกิ
จตกตํ
าทั่
วโลก ในช่
วงสงครามโลกครั
งที่
1 (2457-2469)โดยเฉพาะ
ปี
พ.ศ. 2464ก่
อนการเปลี่
ยนแปลงการปกครองชาวเกาะลั
นตาเริ่
มประสบกั
บความอดอยากยากจน
ดั
งกล่
าวข้
างต้
นต่
อเนื่
องมาถึ
งปี
พ.ศ. 2472 เกิ
ดเหตุ
การณ์
ไฟไหม้
ที่
ตลาดศรี
รายาชาวเกาะลั
นตาทุ
กกลุ่
ที่
ประสบเหตุ
การณ์
ช่
วยกั
นดั
บไฟ และช่
วยกั
นสร้
างบ้
านใหม่
ในปี
พ.ศ.2475 ก็
เข้
าสู
ยุ
คการ
เปลี่
ยนแปลงการปกครอง เศรษฐกิ
จบนเกาะลั
นตาเริ่
มดี
ขึ
นบ้
างในระยะสั
นๆมี
การต่
อเรื
อสํ
าเภา3 เสา
สํ
าหรั
บติ
ดต่
อค้
าขายกั
บปี
นั
งและสิ
งคโปร์
จนกระทั่
งช่
วงสงครามโลกครั
งที่
2ระหว่
างปี
พ.ศ. 2484-2488
ผู
คนบนเกาะลั
นตาต้
องร่
วมกั
นต่
อสู
กั
บสถานการณ์
“ข้
าวยากหมากแพง”เช่
นเดี
ยวกั
บประชาชน
ชาวไทยทั่
วไปต้
องเข้
าคิ
วแบ่
งส่
วนข้
าวสาร7วั
นต่
อ5ลิ
ตรไม่
พอกิ
นต้
องขุ
ดเผื
อกขุ
ดมั
นกิ
นแทนข้
าว
อี
กทั
งยั
งขาดแคลนเสื
อผ้
าเครื่
องนุ่
งห่
มและยารั
กษาโรคซึ
งเป็
นปั
จจั
ยพื
นฐานส่
วนชาวเลก็
อพยพ
หนี
การถู
กเกณฑ์
เป็
นทหารตํ
ารวจไปอยู
ที่
อื่
เมื่
อสงครามโลกครั
งที่
2สงบลง ประมาณปี
พ.ศ. 2491 เกิ
ดโรคไข้
ทรพิ
ษระบาดมาจาก
แผ่
นดิ
นใหญ่
แล้
วลุ
กลามมายั
งชาวมุ
สลิ
มและชาวเลบ้
านหั
วแหลมอย่
างรุ
นแรง ผู
ที่
ติ
ดเชื
อได้
รั
ความทุ
กข์
ทรมานและเสี
ยชี
วิ
ตไปจํ
านวนมากที่
รอดตายก็
เป็
นแผลเป็
นบนใบหน้
าและร่
างกายพิ
การ
เนื่
องจากไม่
มี
ยา และการรั
กษาที่
ไม่
ถู
กวิ
ธี
เล่
ากั
นว่
า “ชาวเลล้
มตายมากที่
สุ
ด เพราะโต๊
ะหมอรั
กษา
ด้
วยการให้
อาบนํ
ามนต์
ชาวเลและชาวมุ
สลิ
มต้
องถู
กจํ
ากั
ดพื
นที่
ไม่
ให้
เข้
าไปซื
อของในตลาดศรี
รายา
เมื่
อโรคระบาดหนั
กชาวเลต้
องอพยพหนี
ไปอยู
เกาะอื่
นจนกระทั่
งสถานการณ์
ดี
ขึ
นจึ
งย้
อนกลั
บมา
ปรากฏว่
าประชากรชาวเลและชาวมุ
สลิ
มลดลงมาก” (ประสมกิ
จค้
า.สั
มภาษณ์
: 15 เมษายน2550)
ต่
อมาในปี
พ.ศ. 2496 ชาวจี
นตลาดศรี
รายาประสบกั
บเหตุ
การณ์
ไฟไหม้
ใหญ่
ครั
งที
สอง
ในครั
งนั
น ชาวเล ชาวมุ
สลิ
ม และข้
าราชการชาวไทย ที่
อยู
ในเหตุ
การณ์
ได้
ร่
วมกั
นช่
วยดั
บไฟ
ฮนหลงเด็
น (สั
มภาษณ์
:13พฤษภาคม2550) เล่
าว่
า“ไฟไหม้
หลาด (ตลาด)ทั
งแขกทั
งชาวเลช่
วยกั
นดั
นายสั่
งให้
ตั
กนํ
ารดไฟนํ
าแห้
ง (นํ
าทะเลลงมาก) ต้
องวิ่
งไปตั
กนํ
าตั
งไกลบางคนช่
วยขนของมาวาง
กองไว้
กลางถนนไม่
มี
ใครลั
กเลยหมู
ใต้
ถุ
นบ้
านและปลาเค็
มบ้
านโกบ๋
าไฟไหม้
หมด”
หลั
งจากไฟไหม้
ครั
งนั
นนายอํ
าเภอเทพวุ
ฒิ
ศรี
วางกฎเกณฑ์
ว่
า เมื่
อสร้
างบ้
านใหม่
ให้
สร้
าง
เป็
นห้
องแถวชุ
ดละ 5หลั
ง แล้
วเว้
นที่
ว่
างไว้
1ห้
อง เป็
นแนวป้
องกั
นไฟ เพื่
อให้
รถดั
บเพลิ
งเข้
าไป
สู
บนํ
าและเรื
อเข้
าไปฉี
ดนํ
าดั
บไฟได้
ด้
วยอี
กทั
งหลั
งคาบ้
าน ให้
มุ
งสั
งกะสี
หรื
อมุ
งกระเบื
องเท่
านั
ห้
ามมุ
งจากแต่
ฝาบ้
านเป็
นไม้
ไผ่
ขั
ดแตะได้
1...,139,140,141,142,143,144,145,146,147,148 150,151,152,153,154,155,156,157,158,159,...308
Powered by FlippingBook