125
ระบบนิ
เวศบริ
เวณหมู
่
เกาะลั
นตาสั
มพั
นธ์
กั
บอิ
ทธิ
พลของลมมรสุ
มที่
สํ
าคั
ญได้
แก่
ลมมรสุ
ม
ตะวั
นตกเฉี
ยงใต้
หรื
อที่
ชาวบ้
านเรี
ยกว่
า “ลมพรั
ด” เป็
นลมที่
พั
ดจากมหาสมุ
ทรอิ
นเดี
ยผ่
านทะเล
อั
นดามั
นเข้
าหาฝั่
งทํ
าให้
มี
ฝนตกชุ
ก ระหว่
างเดื
อนพฤษภาคม ถึ
งเดื
อนตุ
ลาคมนํ
้
าฝนจะพั
ดพา
ตะกอนธาตุ
อาหารจํ
านวนมหาศาลจากแผ่
นดิ
นลงสู
่
ทะเล และเป็
นฤดู
กาลที่
ปลาจะเข้
ามาวางไข่
บริ
เวณป่
าชายเลนและแนวปะการั
งปริ
มาณนํ
้
าฝนจํ
านวนมากที่
ไหลลงสู
่
ทะเลทํ
าให้
บริ
เวณชายฝั่
ง
ทะเลแถบนี
้
ลดความเค็
มลงแพลงตอนซึ
่
งเป็
นอาหารอย่
างดี
ของสั
ตว์
นํ
้
าตั
วอ่
อนสามารถเจริ
ญเติ
บโต
ได้
ดี
และลมมรสุ
มตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อหรื
อที่
ชาวบ้
านเรี
ยกว่
า “ลมออก” เป็
นลมหนาวที่
พั
ดจาก
ไซบี
เรี
ย เมื่
อมากระทบกั
บผื
นนํ
้
าด้
านตะวั
นออกระหว่
างเดื
อนพฤศจิ
กายนถึ
งเดื
อนเมษายนทํ
าให้
เกิ
ด
ฝนในภาคใต้
อี
กระยะหนึ
่
งจากอิ
ทธิ
พลของลมมรสุ
มทั
้
งสองทิ
ศดั
งกล่
าวก่
อเกิ
ดเป็
นป่
าชายเลนผื
น
ใหญ่
ที่
มี
ความหลากหลายทางชี
วภาพ เป็
นแหล่
งหลบภั
ยวางไข่
เลี
้
ยงดู
ตั
วอ่
อนของสั
ตว์
นํ
้
า (อาภรณ์
อุ
กฤษณ์
และคณะ. 2549 : 8-9)ชายฝั่
งทะเลบริ
เวณโดยรอบเกาะลั
นตาจึ
งอุ
ดมไปด้
วยกุ
้
งฝอยซึ
่
งเป็
น
วั
ตถุ
ดิ
บสํ
าหรั
บทํ
ากะปิ
ที่
มี
คุ
ณภาพของชาวเกาะลั
นตาและสั
ตว์
นํ
้
าขนาดเล็
ก เหมาะสํ
าหรั
บการทํ
า
โป๊
ะละมุ
เอกสารเก่
าสมั
ยขุ
นพิ
ทั
กษ์
ลั
นตาเขตเป็
นนายอํ
าเภอกล่
าวถึ
งการทํ
าโป๊
ะละมุ
จั
บสั
ตว์
นํ
้
าขนาด
เล็
กว่
า“ลั
นตาสามารถทํ
าโป๊
ะละมุ
ได้
2ฤดู
คื
อฤดู
ฝนทํ
าทางทิ
ศตะวั
นออกฤดู
แล้
งทํ
าทางทิ
ศตะวั
นตก
ของเกาะในฤดู
ฝนราษฎรทํ
ากั
นมากกว่
าฤดู
แล้
ง เพราะฝนคลื่
นจั
ดปลาเข้
ามาอาศั
ยอยู
่
ตามอ่
าวซึ
่
งเป็
นที่
กํ
าบั
งลม ได้
ประโยชน์
ดี
กว่
าฤดู
แล้
ง”ส่
วนทะเลลึ
กจะเป็
นที่
อาศั
ยของสั
ตว์
นํ
้
าขนาดใหญ่
น่
านนํ
้
า
บริ
เวณหมู
่
เกาะลั
นตาจึ
งเป็
นแหล่
งประมงที่
อุ
ดมด้
วยปลานานาชนิ
ด เช่
นปลาจาระเม็
ด ปลาอิ
นทรี
ปลาสี
เสี
ยดปลาช่
อนทะเล เหมาะสํ
าหรั
บทํ
าเป็
นปลาเค็
มปลากระโทงร่
มปลากระเบน เหมาะสํ
าหรั
บ
ทํ
าปลาย่
างนอกจากนั
้
น ยั
งมี
ปลาฉลามที่
นํ
าส่
วนครี
บมาปรุ
งอาหาร สิ
นค้
าเหล่
านี
้
ส่
วนใหญ่
จะ
นํ
าออกไปขายที่
ปี
นั
ง (บั
นทึ
กการประชุ
ม : 2พฤศจิ
กายน. 2465)
ลั
กษณะระบบนิ
เวศดั
งกล่
าว เป็
นลั
กษณะที่
โดดเด่
นของหมู
่
เกาะลั
นตาโดยเฉพาะด้
าน
ชายฝั
่
งตะวั
นออกของเกาะลั
นตาซึ
่
งเป็
นป่
าชายเลนที
่
สมบู
รณ์
ยั
งเป็
นแหล่
งผลิ
ตฟื
นและถ่
าน
ไม้
โกงกางส่
งออกไปขายที
่
ปี
นั
งและสิ
งคโปร์
เปลื
อกไม้
โกงกางใช้
สํ
าหรั
บย้
อมใบเรื
อสํ
าเภา
ชั
นและนํ
้
ามั
นยางก็
เป็
นสิ
นค้
าหลั
กที่
มี
มู
ลค่
าทางเศรษฐกิ
จในอดี
ตเช่
นกั
นนอกจากนั
้
นบนเกาะลั
นตา
และหมู
่
เกาะโดยรอบยั
งอุ
ดมไปด้
วยทรั
พยากรธรรมชาติ
ประเภทป่
าไม้
เบญจพรรณและมี
ไม้
ใช้
สอย
นานาชนิ
ด รวมถึ
งไม้
ใหญ่
ที่
สามารถนํ
ามาต่
อเรื
อประมง เรื
อหั
วโทงและเรื
อใบ3 เสามี
แหล่
งนํ
้
าจื
ด
ทั
้
งจากแหล่
งนํ
้
าใต้
ดิ
น และนํ
้
าตกที
่
ไหลลงมาจากต้
นนํ
้
าบนภู
เขาสู
งใหญ่
ที่
วางทั
บซ้
อนเชื่
อมต่
อกั
บ