st121 - page 28

20
ตน อํ
านาจเศรษฐกิ
จส
วนใหญ
ขึ้
นกั
บการส
งออก ชาวจี
นสามารถรวมพลั
งทางเศรษฐกิ
จด
วยการก
อตั้
สมาคมหรื
อหอการค
าขึ้
น มี
การติ
ดต
อสมาคมระหว
างรั
ฐต
าง ๆ ความเหลื่
อมล้ํ
าความแตกต
างทาง
เศรษฐกิ
จเป
นผลให
ไม
ยอมรั
บซึ่
งกั
นและกั
นระหว
างชาวมลายู
และที่
ไม
ใช
มลายู
มั
กเกิ
ดเรื่
องขั
ดแย
ระหว
างชาวมลายู
เจ
าของเหมื
องกั
บชาวจี
นที่
ประกอบการเสมอ เหตุ
นี้
ทํ
าให
เกิ
ดการแบ
งแยกทาง
เศรษฐกิ
จตามสั
งคมและเชื้
อชาติ
กล
าวคื
อชาวจี
นและอิ
นเดี
ยมี
อํ
านาจด
านเศรษฐกิ
จ ส
วนมลายู
มี
อํ
านาจด
านการเมื
อง และอยู
ในฐานะภู
มิ
บุ
ตรา
3.2.4. การแบ
งแยกการศึ
กษา
อั
งกฤษยั
งแบ
งแยกการศึ
กษาตามเชื้
อชาติ
มี
โรงเรี
ยน
สอนภาษาอั
งกฤษ โรงเรี
ยนสอนภาษามลายู
โรงเรี
ยนสอนภาษาจี
น โรงเรี
ยนสอนภาษาทมิ
ฬ ใน
เบื้
องต
นเป
ดโรงเรี
ยนอั
งกฤษผู
ศึ
กษาส
วนใหญ
เป
นบุ
ตรหลานขุ
นนางและสุ
ลต
าน เพราะมี
ค
าใช
จ
ายสู
นอกนั้
นให
กลุ
มชาติ
พั
นธุ
ต
างๆจั
ดการศึ
กษาอย
างอิ
สระ รั
ฐบาลอั
งกฤษสนั
บสนุ
นการเงิ
นแก
สถานศึ
กษา
ภาษามลายู
ส
งเสริ
มให
เด็
กมลายู
เรี
ยนรู
ศาสตร
ใหม
ๆนอกเหนื
อคั
มภี
ร
กุ
รอาน สนั
บสนุ
นการเงิ
นด
านการ
สอนภาษาทมิ
ฬแก
ชาวอิ
นเดี
ย ซึ่
งส
วนใหญ
อยู
ภาคเกษตรกรรม ส
วนภาษาจี
นอั
งกฤษไม
สนั
บสนุ
การเงิ
น เป
นภาระของชาวจี
นที่
ต
องหาเงิ
นและจั
ดการศึ
กษาเอง แต
กระนั้
นก็
ดี
โรงเรี
ยนจี
นกลั
บมี
ความ
แข
มแข็
งกว
าจากการรวมกลุ
มช
วยเหลื
อกั
น ประกอบกั
บการสร
างชาติ
นิ
ยมในจี
น ทํ
าให
ชาวจี
นอพยพ
ทุ
กแห
งมี
สํ
านึ
กของการเป
นชาวจี
นโพ
นทะเล พยายามสื่
อภาษาประจํ
าชาติ
ที่
เป
นแบบเดี
ยวกั
น เพื่
เอกภาพของชาวจี
นโพ
นทะเล ไม
แบ
งแยกภาษาตามตระกู
ลดั
งที่
เคยทํ
า (พั
ชริ
นทร
สวนฐิ
ตะป
ญญา,
2541: 17 – 25)
ป
จจั
ยจากบทบาทของเจ
าอาณานิ
คมตะวั
นตกข
างต
น จะเห็
นว
า ไม
อาจทํ
าให
แต
ละชาติ
พั
นธุ
มี
ความสั
มพั
นธ
กั
นโดยตรง ต
างดํ
ารงวั
ฒนธรรมตามวิ
ถี
ตน โดยมี
อั
งกฤษเป
นผู
คอยประสาน
ผลประโยชน
ของคนชาติ
พั
นธุ
ต
าง ๆส
งผลให
มี
ลั
ษณะพหุ
ลั
กษณ
ในคาบสมุ
ทรมลายู
ภายใต
การปกครอง
อย
างเห็
นได
ชั
ด เมื่
ออั
งกฤษปลดปล
อยเป
นเอกราช จวบจนป
จจุ
บั
นสั
งคมบนคาบสมุ
ทรมลายู
ยั
งมี
ลั
กษณะพหุ
วั
ฒนธรรมหรื
อบู
รณาการทางวั
ฒนธรรม (Cultural integration) กล
าวคื
อ ยอมรั
บความ
หลากหลายและเอกลั
กษณ
ของแต
ละวั
ฒนธรรม และไม
ได
พยายามครอบงํ
าซึ่
งกั
นและกั
น ดั
งพบว
าแต
ละวั
ฒนธรรมต
างแสดงศิ
ลปกรรมตามความเชื่
อและประเพณี
ของตนเอง นอกจากนี้
ยั
งมี
ลั
กษณะทวิ
ลั
กษณ
ทางวั
ฒนธรรม (Double Ethnic Identity) ที่
สํ
านึ
กถึ
งการอยู
ใต
อํ
านาจรั
ฐชาติ
มลายู
ขณะเดี
ยวกั
นก็
ยั
งธํ
ารงถึ
งความเป
นจี
น อิ
นเดี
ย หรื
อพม
าไว
อย
างไรก็
ตามมี
ข
อสั
งเกตว
า ลั
กษณะพหุ
วั
ฒนธรรมในประเทศไทยไม
เด
นชั
ดเท
ากั
บประเทศมาเลเซี
ยและสิ
งคโปร
เป
นเพราะประเทศเหล
านี้
เคย
ตกอยู
ใต
การปกครองของอั
งกฤษ และอั
งกฤษได
สร
างฐานรากไว
นั่
นเอง
4. ทุ
นนิ
ยมและกระแสโลกาภิ
วั
ตน
ป
จจุ
บั
นงานศิ
ลปะเกื
อบทุ
กแขนงอยู
ภายใต
ระบบทุ
นนิ
ยมและกระแสโลกาภิ
วั
ตน
ความ
เปลี่
ยนแปลงของศิ
ลปะภายใต
ระบบทุ
นนิ
ยม เป
นผลจากการตั้
งทุ
นเพื่
อแสวงประโยชน
ทางธุ
รกิ
พร
อมๆ กั
บความต
องการด
านจิ
ตใจผ
านงานศิ
ลปะ การก
อตั
วของทุ
นนิ
ยมในพื้
นที่
ใด ส
งผลกระทบต
1...,18,19,20,21,22,23,24,25,26,27 29,30,31,32,33,34,35,36,37,38,...206
Powered by FlippingBook