22
ซึ่
งไม
จํ
ากั
ดเฉพาะรั
ฐชาติ
เท
านั้
น แต
ยั
งเป
นตลาดที่
ก
าวข
ามพรมแดนอย
างไร
ขี
ดจํ
ากั
ด ซึ่
งมอง
ศิ
ลปวั
ฒนธรรมเป
นสิ
นค
าในระบบอุ
ตสาหกรรม ขณะที่
คนในชุ
มชนหรื
อท
องถิ่
นก็
ถู
กลดสถานะจาก
มนุ
ษย
ผู
เป
นเจ
าของวั
ฒนธรรม เป
นเพี
ยงผู
บริ
โภคสิ
นค
าวั
ฒนธรรมเท
านั้
น กระแสโลกาภิ
วั
ตน
จึ
งส
งผล
กระทบต
อวั
ฒนธรรม ดั
งที่
โรเบิ
ร
ต ฮอลตั
น (Robert Holton, 2000: 140-52) ได
จํ
าแนกผลกระทบ
ออกเป
น 3 กลุ
ม
1.การเกิ
ดวั
ฒนธรรมรวมตั
ว (Cultural Homoginization) โลกาภิ
วั
ตน
ได
ทํ
าให
เกิ
ดมาตรฐาน
การยอมรั
บ จนเกิ
ดการเคลื่
อนย
ายเปลี่
ยนตาม และลอกเลี
ยนแบบด
วยความเต็
มใจส
งผลให
วั
ฒนธรรม
ท
องถิ่
นสู
ญสลายตามกระแสนิ
ยม
2. การเกิ
ดวั
ฒนธรรมแตกตั
ว (Cultural Heteroginization) โลกาภิ
วั
ตน
ทํ
าให
เกิ
ดการแปลก
แยกระหว
างวั
ฒนธรรมต
างฝ
ายต
างธํ
ารงรั
กษาเอกลั
กษณ
ของตนเอง มี
สภาพต
างคนต
างอยู
ไม
ยุ
งเกี่
ยว
กั
นจนยากที่
รอมชอม
3. วั
ฒนธรรมผสม (Cultural Hybridization) โลกาภิ
วั
ตน
ทํ
าให
เกิ
ดการผสมผสานมี
การหยิ
บ
ยื
ม แลกเปลี่
ยนองค
ประกอบทางวั
ฒนธรรมระหว
างกั
น จนยากที่
จะแยกออกจากกั
นวั
ฒนธรรมผสมมั
ก
เกิ
ดขึ้
นเสมอหากมี
การติ
ดต
อสื่
อสารแบบรอมชอมหรื
อประนี
ประนอม วั
ฒนธรรมที่
เกิ
ดขึ้
นในโลกนี้
ส
วน
ใหญ
เป
นการหยิ
บยื
มแลกเปลี่
ยนทั้
งสิ้
น
สมศั
กดิ์
ศรี
สั
นติ
สุ
ข (2552: 31) มี
ความเห็
นว
า การผสมผสานทางวั
ฒนธรรมจะเกิ
ดขึ้
นเมื่
อ
บุ
คคล2กลุ
มที่
มี
วั
ฒนธรรมแตกต
างกั
นเข
ามาเกี่
ยวข
องและสั
มพั
นธ
กั
น ต
องการลดความรู
สึ
กแตกต
าง
และลดความรั
งเกี
ยจเดี
ยดฉั
นท
ซึ่
งกั
นและกั
นด
วยความพยายามปรั
บตั
วรั
บเอาวั
ฒนธรรมของฝ
ายหนึ่
ง
เข
ามาปฏิ
บั
ติ
จนมี
ลั
กษณะการผสมผสานระหว
างวั
ฒนธรรม อย
างไรก็
ตาม มี
ข
อสั
งเกตุ
ว
า ฝ
ายที่
มี
อํ
านาจน
อยกว
าด
านเศรษฐกิ
จและการเมื
องจะเป
นฝ
ายปรั
บตั
วเข
าหาฝ
ายที่
มี
อํ
านาจอิ
ทธิ
พลมากกว
านั่
น
คื
อระบบทุ
นนิ
ยมจะทํ
าให
ความหลากหลายมี
เพิ่
มขึ้
นหรื
อลดลงก็
ได
ปราณี
จิ
ตกรณ
กิ
จศิ
ลป
(2553: 127) มี
ความเห็
นว
าคนที่
มี
พื้
นฐานเหมื
อนกั
นมี
วิ
ธี
การเจรจา
ต
อรองข
ามวั
ฒนธรรมที่
ค
อนข
างจะคล
ายคลึ
งกั
น การประยุ
กต
ลั
กษณะของการเจรจาในวั
ฒนธรรมนั้
น
ค
อนข
างเป
นเรื่
องธรรมดา ความแตกต
างของลั
กษณะของการเจรจาจะมี
มากในระบบการปกครอง
นโยบายทางกฎหมาย ความคิ
ดประเพณี
วั
ฒนธรรม ยิ่
งเมื่
อโลกก
าวสู
โลกาภิ
วั
ตน
ความถี่
และ
ความสํ
าคั
ญของการเจรจาข
ามวั
ฒนธรรมยิ่
งมี
มากขึ้
นและเพิ่
มมากขึ้
น ลั
กษณะนี้
การต
อรองในระบบทุ
น
นิ
ยมพึ
งกระทํ
าหากมี
พื้
นฐานเดี
ยวกั
น ขณะเดี
ยวกั
นนายทุ
นส
วนใหญ
ใช
โอกาสความเป
นพวกเดี
ยวกั
น
หรื
อมี
วั
ฒนธรรมข
างเคี
ยงย
นระยะเวลา ในการเจรจาต
อรองมากว
าพวกที่
มี
ความแตกต
าง
จากแนวคิ
ดและความเห็
นข
างต
นพิ
จารณาได
ว
า ทุ
นนิ
ยมและโลกาภิ
วั
ตน
เป
นป
จจั
ยหนึ่
งที่
ส
งผลต
อศิ
ลปกรรม ผลผลิ
ตทางวั
ฒนธรรมของมนุ
ษย
ในป
จจุ
บั
นยั
งขึ้
นกั
บพลั
งขั
บเคลื่
อนของจั
กรวรรดิ
นิ
ยมทางวั
ฒนธรรมขึ้
นกั
บกลไกของการสื่
อสาร และระบบการเมื
องและเศรษฐกิ
จของสั
งคมนั้
น ๆพลั
ง
อํ
านาจของวั
ฒนธรรมแบบตลาดเป
นสิ่
งที่
ต
านทานได
ยาก เพราะเข
าถึ
งผู
บริ
โภคได
ง
ายและมากกว
า
ผ
านสื่
อใหม
ๆ ความเข
มแข็
งวั
ฒนธรรมแบบตลาดยั
งอาจเข
มแข็
งขึ้
น เมื่
อขาดความสมดุ
ลทางเศรษฐกิ
จ