17
7. การมี
ส่
วนร่
วมเป็
นผู้
บริ
โภค (Customers)
8. การมี
ส่
วนร่
วมเป็
นผู้
ริ
เริ่
มหรื
อผู้
เริ่
ม (Entrepreneur)
9. การมี
ส่
วนร่
วมเป็
นผู้
ใช้
แรงงานหรื
อเป็
นลู
กจ้
าง (Employee)
10. การมี
ส่
วนออกวั
สดุ
อุ
ปกรณ์
(Material Contribution)
2.2.7 มิ
ติ
และบริ
บทของการมี
ส่
วนร่
วม
Ramos และ Fletcher (1982 : อ้
างถึ
งใน ชิ
นรั
ตน์
สมสื
บ, 2539) กล่
าวว่
า มิ
ติ
และ
บริ
บทของการมี
ส่
วนร่
วมไว้
ดั
งนี้
2.2.7.1 มิ
ติ
ของการมี
ส่
วนร่
วมแบ่
งเป็
น
1) ชนิ
ดของการมี
ส่
วนร่
วม เช่
นการตั
ดสิ
นใจการดํ
าเนิ
นการ การใช้
ประโยชน์
และการประเมิ
นผล
2) วิ
ถี
ทางการมี
ส่
วนร่
วม เช่
น ความสมั
ครใจ การบั
งคั
บ ระยะเวลา
ขนาด และระดั
บการให้
ได้
รั
บอํ
านาจ
3) บุ
คคลที่
มี
ส่
วนร่
วม เช่
น ผู้
นํ
าชุ
มชน
ผู้
อาศั
ย
ข้
าราชการ หรื
อ
นั
กการเมื
อง นั
กวิ
ชาการ ชาวต่
างประเทศ
2.2.7.2 บริ
บทของการมี
ส่
วนร่
วมแบ่
งเป็
น
1) ลั
กษณะโครงการ เช่
น ความต้
องการทรั
พยากรด้
านเทคโนโลยี
ที่
ซั
บซ้
อน
2) สิ่
งแวดล้
อมของโครงการ เช่
น ปั
จจั
ยด้
านสั
งคม การเมื
อง
วั
ฒนธรรม
2.2.8 ขั้
นตอนของการมี
ส่
วนร่
วม
เจิ
มศั
กดิ์
ปิ่
นทอง ได้
แบ่
งขั้
นตอนการมี
ส่
วนร่
วมไว้
เป็
น 4 ขั้
นตอน คื
อ
1. การมี
ส่
วนร่
วมในการค้
นหาปั
ญหาและสาเหตุ
ของปั
ญหา
2. การมี
ส่
วนร่
วมในการวางแผนดํ
าเนิ
นกิ
จกรรม
3. การมี
ส่
วนร่
วมในการลงทุ
นและปฏิ
บั
ติ
งาน
4. การมี
ส่
วนร่
วมในการติ
ดตามและประเมิ
นผลงาน
อคิ
น รพี
พั
ฒน์
ได้
แบ่
งการมี
ส่
วนร่
วมออกเป็
น 5 ขั้
นตอน คื
อ
1. การมี
ส่
วนร่
วมในการค้
นหาและจั
ดลํ
าดั
บความสํ
าคั
ญของปั
ญหา