18
2. ร่
วมในการวิ
เคราะห์
ถึ
งสาเหตุ
และที่
มาของปั
ญหา
3. ร่
วมในการเลื
อกวิ
ธี
การและวางแผนในการแก้
ปั
ญหา
4. ร่
วมในการดํ
าเนิ
นงานตามแผน
5. ร่
วมในการประเมิ
นผล วิ
เคราะห์
ปั
ญหาอุ
ปสรรค และปั
จจั
ยที่
มี
ส่
วนทํ
าให้
เกิ
ดผลสํ
าเร็
จ
2.2.9 ระดั
บและการเข้
าถึ
งการมี
ส่
วนร่
วมของประชาชน
(Degress Entry Popular
Participation)
2.2.9.1 ระดั
บการมี
ส่
วนร่
วมของประชาชน
สั
มพั
นธ์
เตชะอธิ
ก (2540) กล่
าวว่
า ระดั
บของการมี
ส่
วนร่
วมของประชาชน
ในงานพั
ฒนานั้
น แบ่
งออกเป็
น 4 ระดั
บ คื
อ
1.
ร่
วมคิ
ด
2.
ร่
วมทํ
า
3.
ร่
วมตั
ดสิ
นใจ
4.
ร่
วมรั
บผิ
ดชอบต่
อผลที่
เกิ
ดขึ้
น
เมื่
อรู้
ว่
าโครงการในการพั
ฒนาชนบทมี
ลั
กษณะอย่
างไร ก็
ต้
องรู้
ว่
าจะทํ
าให้
ประชาชนมี
ส่
วนร่
วมอย่
างไร โดยดู
จากระดั
บและจุ
ดการเข้
ามี
ส่
วนร่
วม
การมี
ส่
วนร่
วมของประชาชนแบ่
งเป็
น 5 ระดั
บ จากการไม่
มี
ส่
วนร่
วมเลยจนถึ
ง
การมี
ส่
วนร่
วมในอุ
ดมคติ
พิ
สั
ยการมี
ส่
วนร่
วมเป็
นอย่
างต่
อเนื่
อง ดั
งนี้
1. การไม่
มี
ส่
วนร่
วมอย่
างสิ้
นเชิ
ง (No Participation at ALL)
2. การมี
ส่
วนร่
วมเพี
ยงในนาม (Nominal Particpation)
3. การมี
ส่
วนร่
วมเพี
ยงเล็
กน้
อย (Minimal Particpation)
4. การมี
ส่
วนร่
วมอย่
างเหมาะสม (Optimal Participation)
5. การมี
ส่
วนร่
วมมาก ( Maxiamal Particpation)
6. การมี
ส่
วนร่
วมในอุ
ดมคติ
(Ideal Participation)
2.2.9.2 การเข้
าถึ
งการมี
ส่
วนร่
วมของประชาชน
การเข้
าถึ
งการมี
ส่
วนร่
วมของประชาชน มี
หลายวิ
ธี
ที่
แตกต่
างกั
นออกไปมี
ดั
งนี้