st120 - page 24

15
2. ปั
จจั
ยทางเศรษฐกิ
จ ได้
แก่
อาชี
พ รายได้
และการเป็
นเจ้
าของที่
ดิ
นทํ
ากิ
ไม่
มี
ผลต่
อการเข้
ามามี
ส่
วนร่
วมของประชาชนในโครงการ
3. ปั
จจั
ยทางสั
งคม ได้
แก่
ความต้
องการมี
เกี
ยรติ
และการได้
รั
บการชั
กชวน
จากกรรมการหมู่
บ้
าน เพื่
อนบ้
าน ผู
ใหญ่
บ้
าน นายอํ
าเภอ และพั
ฒนากรอํ
าเภอ มี
ผลต่
การมี
ส่
วนร่
วมของประชาชน
2.2.5 ประเภทของการมี
ส่
วนร่
วม
Bryant ant White (1982) แบ่
งกรณี
การมี
ส่
วนร่
วมออกเป็
น 3 ประเภท คื
1. การมี
ส่
วนร่
วมในแนวระดั
บ (horizontal forms of participaton) เป็
การมี
ส่
วนร่
วมแบบดั้
งเดิ
มที่
กํ
าหนดโดยเข้
าร่
วมกั
นเป็
นสมาชิ
กพรรคการเมื
อง หรื
อพฤติ
กรรม
ทางการเมื
อง เช่
น การเลื
อกตั้
ง การรณรงค์
หาเสี
ยง กิ
จกรรมกลุ่
มผลประโยชน์
การแนะนํ
ชั
กชวน การมี
ส่
วนร่
วมแบบนี้
ประชาชนจะเข้
ามี
ส่
วนในความพยายามที่
จะมี
อิ
ทธิ
พลต่
อการ
ตั
ดสิ
นนโยบายต่
าง ๆ ซึ่
งมี
มากในช่
วงทศวรรษ 1950-1960
2. การมี
ส่
วนร่
วมในแนวตั้
ง (Vertical forms of participation) เกิ
ดใน
ช่
วงต่
อจากแบบที่
1การมี
ส่
วนร่
วมในแนวตั้
งเป็
นการที่
ประชาชนมี
ความสั
มพั
นธ์
ในเรื่
องต่
าง ๆ
กั
บผู้
นํ
าหรื
อเจ้
าหน้
าที่
เพื่
อได้
รั
บผลประโยชน์
จากกั
นและกั
น (mutually beneficial) เช่
โครงข่
ายของนาย
-บ่
าว และกลไกทางการเมื
องต่
าง ๆ ซึ่
งมี
มากในช่
วงทศวรรษ 1970
การมี
ส่
วนร่
วมทั้
ง 2 แบบข้
างต้
น ประชาชนไม่
ค่
อยให้
ความสนใจกั
การมี
อิ
ทธิ
พลต่
อรั
ฐบาล แต่
จะสนใจที่
จะสร้
างความสั
มพั
นธ์
เป็
นการเฉพาะและการได้
รั
ผลประโยชน์
ต่
าง ๆ จากรั
ฐบาล ซึ่
งส่
วนใหญ่
ก็
เป็
นเรื่
องของกระบวนการทางการเมื
อง
3. การมี
ส่
วนร่
วมในการบริ
หาร (participation in admimistrativeprocess)
เป็
นการมี
ส่
วนร่
วมที่
เป็
นทั้
งแบบแนวนอน และแนวตั้
ง อาจจะเป็
นแบบของกิ
จกรรมที่
กลุ่
ผลประโยชน์
กํ
าหนดการตั
ดสิ
นใจในการบริ
หารหรื
อการแลกเปลี่
ยนระหว่
างนาย-บ่
าว อย่
างใด
อย่
างหนึ่
งแต่
มี
การเข้
าไปมากกว่
า 2 แบบข้
างต้
น เช่
น การตั
ดสิ
นใจยอมรั
บเทคโนโลยี
ใหม่
การวางแผนทํ
ากิ
จกรรมมุ
งหลั
งคาบ้
านร่
วมกั
นการวางแผนตลาดและการเข้
าร่
วมการฝึ
กอบรม
เป็
นต้
1...,14,15,16,17,18,19,20,21,22,23 25,26,27,28,29,30,31,32,33,34,...93
Powered by FlippingBook