nt138 - page 53

44
เพลงที่
ใช้
ประกอบการฟ้
อนนั
นไม่
แน่
นอน เพราะสามารถฟ้
อนกั
บดนตรี
พื
นเมื
องได้
เกื
อบทุ
กเพลง
แต่
ส่
วนใหญ่
จะฟ้
อนกั
บกลองสิ
งหม้
องซึ
งเป็
นกลองพื
นบ้
านที่
มี
อยู
ทั่
วไปนั่
นเอง
แม่
ครู
บั
วเรี
ยว ฝึ
กฝนการฟ้
อนสาวไหมจากพ่
อครู
กุ
ยจนเชี่
ยวชาญ และมี
โอกาสแสดงในงาน
ปอยหลวงต่
างๆมากมาย จนมี
ชื่
อเสี
ยงรู
จั
กกั
นไปทั่
วทั
งจั
งหวั
ดเชี
ยงราย จนเมื่
อแม่
ครู
อายุ
ได้
ราว 16-
17 ปี
พ่
อครู
โม ใจสม
ชาวมอญพระประแดง ซึ
งเป็
นนั
กดนตรี
และนาฏกรไทยชั
นครู
อพยพจาก
เชี
ยงใหม่
ไปอาศั
ยที่
วั
ดศรี
ทรายมู
ล และพ่
อครู
โมได้
ช่
วยฟื
นฟู
วงดนตรี
พื
นบ้
านของวั
ด คื
อ “วงเต่
ถิ
ง” ขึ
นใหม่
และถ่
ายทอดวิ
ชาความรู
ด้
านดนตรี
ให้
กั
บคณะศรั
ทธาของวั
ด ขณะเดี
ยวกั
นยั
งได้
สอน
นาฏศิ
ลป์
ไทยด้
วย ทํ
าให้
แม่
ครู
บั
วเรี
ยวได้
มี
โอกาสฝึ
กฝนการฟ้
อนต่
างๆจนเชี่
ยวชาญทั
งการฟ้
อนเล็
ฟ้
อนเที
ยนฟ้
อนเงี
ยวฟ้
อนดาบฯลฯ
และช่
วงนี
เองที่
แม่
ครู
บั
วเรี
ยวซึ
งมี
พรสวรรค์
ทางด้
านการฟ้
อนรํ
ามาแต่
กํ
าเนิ
ท่
านได้
คิ
ดั
ดแปลงท่
าฟ้
อนสาวไหม ให้
มี
ลี
ลาในการฟ้
อนเหมาะสมกั
บบุ
คลิ
กของสุ
ภาพสตรี
คื
อ มี
ทั
งความ
งดงาม อ่
อนช้
อยนุ่
มนวล ละมุ
นละไม และลงจั
งหวะดนตรี
แบบนาฏศิ
ลป์
ไทยด้
วย ซึ
งในส่
วนของ
ดนตรี
ประกอบการฟ้
อน ซึ
งแต่
เดิ
มใช้
เพี
ยงกลองสิ
งหม้
องตี
เป็
นจั
งหวะ ก็
เริ่
มใช้
วงเต่
งถิ
งบรรเลง
เพลงพื
นเมื
อง เช่
น ปราสาทไหวบ้
าง ฤาษี
หลงถํ
าบ้
าง กาลต่
อมาจึ
งเปลี่
ยนมาใช้
“เพลงสาวไหม” ซึ
ดั
ดแปลงมาจาก “เพลงลาวสมเด็
จ” เพื่
อให้
เข้
ากั
บท่
าทางการร่
ายรํ
ามากยิ่
งขึ
ต่
อมาราวปี
พ.ศ.2503 คณะช่
างฟ้
อนและนั
กดนตรี
ของวั
ดศรี
ทรายมู
ล ได้
ไปช่
วยงานปอยที่
วั
ดถํ
าปุ
มถํ
าปลา อํ
าเภอแม่
สาย ทํ
าให้
นายอิ
นหล่
อ สรรพศรี
นั
กดนตรี
ไทยชั
นครู
ของเชี
ยงราย ได้
ชม
การฟ้
อนสาวไหมของแม่
ครู
บั
วเรี
ยวจึ
งเกิ
ดความประทั
บใจในลี
ลาที่
อ่
อนช้
อย และต่
อมาในปี
พ.ศ.
2507 นายอิ
นหล่
อ ได้
มี
โอกาสชมแม่
ครู
บั
วเรี
ยวฟ้
อนสาวไหมอี
กครั
ง ที่
วั
ดพระแก้
ว อํ
าเภอเมื
อง จึ
ได้
ทํ
าความรู
จั
กกั
บแม่
ครู
บั
วเรี
ยว และเชิ
ญให้
ไปพบกั
บภรรยาของท่
านคื
อนางพลอยสี
สรรพศรี
ซึ
เป็
นอดี
ตช่
างฟ้
อนและผู
เล่
นละครจากคุ
มเจ้
าแก้
วนวรั
ฐ เจ้
าผู
ครองนครเชี
ยงใหม่
และพระราชชายา
เจ้
าดารารั
ศมี
การพบกั
นครั
งนี
เอง นางพลอยสี
ขอให้
แม่
ครู
บั
วเรี
ยวฟ้
อนให้
ชมและขออนุ
ญาตติ
ชม
พร้
อมทั
งช่
วยกั
นปรั
บปรุ
งท่
ารํ
าเพิ่
มเติ
มจากท่
ามาตรฐาน 13 ท่
า เป็
น 21 ท่
า อี
กทั
งมี
การเรี
ยกท่
าการ
ฟ้
อนสาวไหมเป็
นภาษาสมั
ยใหม่
เพื่
อให้
ง่
ายแก่
การเข้
าใจยิ่
งขึ
ซึ
งผู
ที่
มี
บทบาทในการส่
งเสริ
มการฟ้
อนสาวไหมของแม่
ครู
บั
วเรี
ยว
ให้
เป็
นที่
รู
จั
กอย่
าง
แพร่
หลายคื
นายชาญ สิ
โรรส
ซึ
งได้
เชิ
ญแม่
ครู
บั
วเรี
ยวมาเผยแพร่
การฟ้
อนสาวไหม และพั
กอยู
ที่
จั
งหวั
ดเชี
ยงใหม่
เป็
นเวลา 2 ปี
ตั
งแต่
ปี
พ.ศ.2510 หลั
งจากนั
นแม่
ครู
บั
วเรี
ยวจึ
งกลั
บมาอยู
ที่
บ้
านเดิ
และสมรสกั
บนายโสภณ รั
ตนมณี
ภรณ์
และมี
บุ
ตรสาว 3 คนได้
แก่
คุ
ณสายไหม คุ
ณสายชล และคุ
สนธยาซึ
งแม่
ครู
ได้
ถ่
ายทอดการฟ้
อนสาวไหมให้
กั
บบุ
ตรสาวทั
งสามด้
วย
ต่
อมาในปี
พ.ศ.2521 วิ
ทยาลั
ยนาฏศิ
ลป์
เชี
ยงใหม่
โดยกรมศิ
ลปากร ได้
เชิ
ญนางพลอยสี
ไป
ถ่
ายทอดการฟ้
อนสาวไหมฉบั
บปรั
บปรุ
งใหม่
ให้
แก่
อาจารย์
ฝ่
ายนาฏศิ
ลป์
ตามนโยบายที่
จะรวบรวม
1...,43,44,45,46,47,48,49,50,51,52 54,55,56,57,58,59,60,61,62,63,...115
Powered by FlippingBook