nt138 - page 52

43
นอกจากนี
แม่
ครู
บั
วเรี
ยว (สุ
ภาวสิ
ทธิ
) รั
ตนมณี
ภรณ์
ยั
งได้
ให้
ข้
อมู
ลเพื่
อความกระจ่
างว่
พ่
ครู
กุ
ย สุ
ภาวสิ
ทธิ
ซึ
งเป็
นผู
ถ่
ายทอดการฟ้
อนสาวไหมให้
แก่
แม่
ครู
บั
วเรี
ยว มี
ความเห็
นว่
าควรจะใช้
คํ
าว่
า “ฟ้
อนสาวไหม” แทนคํ
าว่
า “ฟ้
อนสาวฝ้
าย” เพราะมี
รู
ปภาษาที่
สวยงามและมี
เสี
ยงไพเราะกว่
อี
กทั
งยั
งเป็
นการอนุ
รั
กษ์
ความหมายของคํ
าว่
า “ไหม” ในภาษาล้
านนาดั
งเดิ
มให้
คงไว้
สื
บต่
อไปด้
วย
การฟ้
อนสาวไหม ไม่
เพี
ยงแต่
จะก่
อให้
เกิ
ดความรื่
นรมย์
ชมชื่
นในความอ่
อนช้
อยงดงามของ
การร่
ายรํ
าเท่
านั
แต่
ยั
งเป็
นนาฏศิ
ลป์
ซึ
งแฝงไว้
ด้
วยปรั
ชญาชี
วิ
ที่
ผู
สร้
างสรรค์
การแสดงชุ
ดนี
ต้
องการสื่
อให้
ผู
ชมเกิ
ดความตระหนั
กในการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตว่
า ชี
วิ
ตทุ
กชี
วิ
ตล้
วนมี
อุ
ปสรรคที่
ต้
องฝ่
าฟั
ต้
องใช้
สติ
ปั
ญญาและความเพี
ยรพยายามในการแก้
ไขปั
ญหาให้
เสร็
จลุ
ล่
วง เปรี
ยบได้
ดั่
งเส้
นไหมหรื
เส้
นด้
ายที่
มั
กจะมี
ปมพั
นกั
นยุ่
งเหยิ
ง เมื่
อสามารถคลี่
ปมไหมให้
คลายออกได้
จึ
งจะสามารถถั
กทอเป็
ผื
นผ้
าที่
งดงามได้
นั่
นเอง
ฟ้
อนสาวไหม...จากมายาวิ
วั
ฒน์
สู
โลกาภิ
วั
ตน์
ฟ้
อนสาวไหม เป็
นการร่
ายรํ
าที่
มี
ลี
ลาอ่
อนช้
อยงดงาม ซึ
งแสดงให้
เห็
นถึ
งวิ
ถี
ชี
วิ
ตของสตรี
ล้
านนาในอดี
ตกาล ที่
มี
ความผู
กพั
นการทอผ้
าฝ้
าย โดยท่
าร่
ายรํ
าอั
นงดงามนี
มี
ต้
นกํ
าเนิ
ดจากการฟ้
อน
เจิ
งซึ
งเป็
นศิ
ลปะการต่
อสู
ป้
องกั
นตั
วด้
วยมื
อเปล่
าของชายฉกรรจ์
ล้
านนาแต่
ครั
งบรรพกาล
สนั่
น ธรรมธิ
สํ
านั
กส่
งเสริ
มศิ
ลปวั
ฒนธรรม มหาวิ
ทยาลั
ยเชี
ยงใหม่
ระบุ
ว่
า ในบรรดาช่
าง
ฟ้
อนเจิ
งหรื
อที่
เรี
ยกว่
า “สล่
าเจิ
ง” น้
อยคนนั
กที่
จะไม่
รู
จั
กคํ
าว่
า “เจิ
งสาวไหม” เพราะเป็
นลายเจิ
ง(ท่
รํ
า) ที่
งดงามมี
ทั
งการรุ
กและการรั
บมี
ทั
งมี
ความเข้
มแข็
ง และอ่
อนช้
อยสลั
บกั
นไปอย่
างต่
อเนื่
อง เพื่
ล่
อหลอกให้
ศั
ตรู
ชะล่
าใจ
การฟ้
อนเจิ
งสาวไหมนี
คิ
ดค้
นโดย
พ่
อครู
กุ
ย สุ
ภาวสิ
ทธิ
ชาวตํ
าบลแม่
ก๊
ะ อํ
าเภอดอยสะเก็
จั
งหวั
ดเชี
ยงใหม่
ซึ
งในอดี
ตเมื่
อครั
งท่
านยั
งเป็
นหนุ่
มนั
นได้
ฝากตั
วเป็
นศิ
ษย์
กั
“ปวนเจิ
ง”
หรื
พ่
ครู
ปวน คํ
ามาแดง
ผู
เชี่
ยวชาญด้
านการฟ้
อนเจิ
งแบบหาตั
วจั
บยาก แห่
งบ้
านร้
องวั
วแดง อํ
าเภอสั
กํ
าแพง จั
งหวั
ดเชี
ยงใหม่
พ่
อครู
กุ
ยได้
รั
บการถ่
ายทอดชั
นเชิ
ง และกลเม็
ดต่
างๆจนสามารถถ่
ายทอด
ความรู
แก่
ผู
อื่
นได้
ต่
อมาราวปี
พ.ศ.2495 พ่
อครู
กุ
ย ได้
อพยพมาตั
งถิ่
นฐานละแวกวั
ดศรี
ทรายมู
ล ตํ
าบลเวี
ยง
อํ
าเภอเมื
อง จั
งหวั
ดเชี
ยงราย และได้
สอนฟ้
อนดาบ ฟ้
อนเจิ
งให้
กั
บหนุ่
มๆในละแวกบ้
าน นอกจากนี
ท่
านยั
งได้
นํ
าเอาท่
าเจิ
งสาวไหมของบุ
รุ
ษ มาประยุ
กต์
เข้
ากั
บอากั
ปกิ
ริ
ยาการสาวไหม(ฝ้
าย)ของสตรี
โดยเริ่
มตั
งแต่
การปลู
กฝ้
าย เก็
บดอกฝ้
ายเอามาตากแดดให้
แห้
ง อี
ดฝ้
ายให้
ฟู
แล้
วจึ
งปั่
นเป็
นเส้
นด้
าย
สํ
าหรั
บนํ
ามาทอเป็
นผื
นผ้
า จนได้
เป็
นท่
าฟ้
อนสาวไหมที่
อ่
อนช้
อยงดงามเหมาะกั
บสตรี
เพื่
อสอน
ให้
แก่
บุ
ตรสาวคนสุ
ดท้
อง คื
แม่
ครู
บั
วเรี
ยว (สุ
ภาวสิ
ทธิ
) รั
ตนมณี
ภรณ์
ซึ
งขณะนั
นอยู
ในวั
ย 7ปี
ซึ
1...,42,43,44,45,46,47,48,49,50,51 53,54,55,56,57,58,59,60,61,62,...115
Powered by FlippingBook