nt138 - page 23
14
สั
บปะรดนํ
้
าหนึ่
ง
สั
บปะรดหรื
อภาษาถิ่
นล้
านนาเรี
ยกว่
า “มะขนั
ด” หรื
อ “บ่
าขะนั
ด” จั
ดเป็
นพื
ชเศรษฐกิ
จที่
สํ
าคั
ญอี
กตั
วหนึ
่
งของจั
งหวั
ดเชี
ยงรายและเป็
นพื
ชที่
สร้
างชื่
อเสี
ยงให้
จั
งหวั
ดมายาวนานจนเป็
นที่
รู
้
จั
ก
กั
นอย่
างกว้
างขวางทั
้
งในระดั
บจั
งหวั
ดและระดั
บประเทศโดยมี
แหล่
งผลิ
ตที่
สํ
าคั
ญคื
อตํ
าบลนางแล
อํ
าเภอเมื
องจั
งหวั
ดเชี
ยงรายสั
บปะรดที่
สร้
างชื่
อให้
จั
งหวั
ดเชี
ยงรายมี
2พั
นธุ
์
ได้
แก่
สั
บปะรดนางแล
หรื
อ
สั
บปะรดพั
นธุ
์
นํ
้
าผึ
้
ง
กลุ่
มสายพั
นธุ
์
ยาเคน เป็
นพั
นธุ
์
ย่
อยของพั
นธุ
์
ปั
ตตาเวี
ย เพราะมี
ลั
กษณะต้
น ใบและดอกคล้
ายกั
น
สั
บปะรดนางแลมี
ประวั
ติ
ความเป็
นมายาวนาน เนื่
องจากมี
ชาวจี
นคนหนึ
่
งซึ
่
งรู
้
จั
กกั
นดี
ใน
นาม “เจ๊
กเข่
ง” เป็
นชาวจี
นกวางตุ
้
งมี
ภรรยาเป็
นชาวเชี
ยงราย เจ๊
กเข่
งได้
เข้
ามาตั
้
งรกรากอยู
่
บริ
เวณรก
ร้
างว่
างเปล่
าเรี
ยกกั
นว่
า “บ้
านโก๋
นแต๋
น”ปั
จจุ
บั
นอยู
่
ในบริ
เวณบ้
านนางแล เพราะแถบนั
้
นมี
แตนทํ
ารั
ง
อยู
่
มากมายชาวบ้
านซึ
่
งอาศั
ยแถบนั
้
นส่
วนใหญ่
ทํ
าไร่
อ้
อยปลู
กข้
าวไร่
ซึ
่
งต้
องเดิ
นเท้
าเข้
าไปทํ
าไร่
เป็
น
ระยะทางไกลต่
อมาเจ๊
กจึ
งย้
ายมาปลู
กบ้
านใกล้
ๆกั
บโบสถ์
คริ
สต์
จั
กรซึ
่
งบริ
เวณนั
้
นมี
ต้
นไผ่
ซางขึ
้
น
หนาทึ
บจึ
งเรี
ยกกั
นต่
อมาว่
า “บ้
านป่
าซาง”ส่
วนคํ
าว่
า “วิ
วั
ฒน์
”ถู
กนํ
ามาต่
อท้
ายเพื่
อไม่
ให้
ซํ
้
ากั
บชื่
อ
บ้
านป่
าซางแห่
งอื่
น
เมื่
อราวปี
พ.ศ. 2480 เจ๊
กเข่
งได้
เดิ
นทางกลั
บบ้
านที่
มณฑลกวางตุ
้
งและเขาได้
นํ
าเอาพั
นธุ
์
สั
บปะรดจากเมื
องจี
นเข้
ามาปลู
กในไร่
ของตนเองสั
บปะรดที่
ปลู
กมี
2สายพั
นธุ
์
คื
อชนิ
ดใบไม่
มี
หนามลู
กเล็
กตาไม่
โปนและชนิ
ดใบมี
หนามลู
กใหญ่
กว่
าแต่
ทั
้
งสองสายพั
นธุ
์
มี
รสชาติ
หวานฉํ
่
าเป็
น
ที่
ถู
กอกถู
กใจของผู
้
ที่
ได้
ลิ
้
มลองมาก เจ๊
กเข่
งหวงแหนพั
นธุ
์
สั
บปะรดของตนเองมาก เมื่
อมี
ผู
้
มาขอไป
ปลู
กก็
จะถู
กปฏิ
เสธทุ
กครั
้
งแต่
เจ๊
กเข่
งได้
แบ่
งพั
นธุ
์
ให้
เพี
ยงคนเดี
ยวเท่
านั
้
นคื
อนายสุ
ขมะโนเป็
ง
เนื่
องจากนายสุ
ขเป็
นหมอพื
้
นบ้
านรั
กษาชาวบ้
านมานานจึ
งมี
ความสนิ
ทสนมและนั
บถื
อกั
นดี
ต่
อมาเจ๊
กเข่
งได้
เสี
ยชี
วิ
ตไปจึ
งเริ่
มมี
คนมาติ
ดต่
อขอซื
้
อพั
นธุ
์
สั
บปะรดจากสวนนี
้
โดยพ่
อ
กํ
านั
นลื
อและนายใบ เขื่
อนเพชร เป็
นผู
้
นํ
าไปปลู
กที่
บ้
านนางแล เมื่
อปี
พ.ศ.2517-2519ต่
อมานํ
า
ผลผลิ
ตไปจํ
าหน่
ายที่
ตลาดสดในเมื
องเชี
ยงรายราคาขณะนั
้
นลู
กละ 50สตางค์
ถึ
ง 1บาทนั
บแต่
นั
้
น
มาสั
บปะรดพั
นธุ
์
นี
้
ก็
เริ่
มเป็
นที่
รู
้
จั
กแพร่
หลายมากขึ
้
นในนามของ “สั
บปะรดนางแล”ซึ
่
งเรี
ยกตาม
แหล่
งปลู
กของกํ
านั
นลื
อและนายใบ
ลั
กษณะเด่
นของสั
บปะรดนางแลคื
อมี
ทรงพุ่
มเล็
กกว่
าพั
นธุ
์
ปั
ตตาเวี
ยขอบใบเรี
ยบไม่
มี
หนามจะมี
เฉพาะที่
ปลายใบเล็
กน้
อยลู
กเล็
กหั
วกลมป้
อมสั
้
นตาโปนไส้
ตาตื
้
นจึ
งสามารถปอกด้
วย
มี
ดเพี
ยงบางๆก็
จะถึ
งเนื
้
อในไม่
มี
ส่
วนของตาเหลื
ออยู
่
ทํ
าให้
ไม่
ต้
องเสี
ยเวลาและเสี
ยเนื
้
อในการที่
จะต้
องกรี
ดเอาตาออกเหมื
อนสั
บปะรดพั
นธุ
์
อื่
น เมื่
อแก่
จั
ดจะมี
สี
เขี
ยวอมเหลื
อง รสหวานฉํ
่
าคล้
าย
นํ
้
าผึ
้
งมี
กลิ่
นหอมเหมื
อนกลิ่
นนํ
้
าผึ
้
งไม่
มี
เส้
นใยขนาดของผลเฉลี่
ยหนั
กตั
้
งแต่
1-1.5กิ
โลกรั
ม
การจั
ดชั
้
นคุ
ณภาพแบ่
งออกเป็
น 3 เกรดคื
อ
1...,13,14,15,16,17,18,19,20,21,22
24,25,26,27,28,29,30,31,32,33,...115