17
หลายสายเป็
นแหล่
งนํ
้
าที่
สํ
าคั
ญพื
้
นที่
มี
ความสู
งกว่
าระดั
บนํ
้
าทะเลปานกลางประมาณ400 เมตรทํ
า
ให้
อากาศเย็
นสบายแต่
มี
อากาศหนาวในฤดู
หนาวประกอบกั
บพื
้
นที่
ปลู
กส่
วนใหญ่
มี
ความลาดเอี
ยง
ทํ
าให้
การปลู
กสั
บปะรดในพื
้
นที่
ไม่
มี
ปั
ญหาโรครากเน่
าลั
กษณะของดิ
นระบายนํ
้
าได้
ดี
การซึ
มซั
บ
ของนํ
้
าอยู
่
ในระดั
บปานกลางการไหลบ่
าของนํ
้
าผิ
วดิ
นอยู
่
ในระดั
บปานกลางถึ
งเร็
วระดั
บนํ
้
าใต้
ดิ
น
ไม่
ลึ
กและดิ
นมี
แร่
ธาตุ
ต่
างๆ เช่
นฟอสฟอรั
สโพแทสเซี
ยมคาร์
บอนไนโตรเจนลั
กษณะภู
มิ
อากาศ
มี
อุ
ณหภู
มิ
เฉลี่
ย 24องศาเซลเซี
ยสปริ
มาณฝนตกโดยเฉลี่
ย 1757.4มิ
ลลิ
เมตรต่
อปี
จํ
านวนวั
นฝนตก
เฉลี่
ย 140วั
น ในหนึ
่
งปี
ความชื
้
นสั
มพั
ทธ์
เฉลี่
ยร้
อยละ 76
ขอบเขตที่
ตั
้
งแหล่
งภู
มิ
ศาสตร์
การปลู
กสั
บปะรดภู
แลเชี
ยงรายอยู
่
ในเขตพื
้
นที่
ตํ
าบลนางแลตํ
าบลท่
าสุ
ดและตํ
าบลบ้
านดู
่
อํ
าเภอเมื
องจั
งหวั
ดเชี
ยงราย
ชาวาวี
ชา
เป็
นพื
ชที่
สร้
างรายได้
อี
กชนิ
ดหนึ
่
งของจั
งหวั
ดเชี
ยงรายและเชี
ยงรายเป็
นแหล่
งปลู
กชาที่
สํ
าคั
ญของประเทศ ในปี
พ.ศ. 2549 มี
พื
้
นที่
ปลู
กรวม 56,252 ไร่
โดยเป็
นพื
้
นที่
ปลู
กชาอั
สสั
ม
40,412ไร่
แหล่
งปลู
กสํ
าคั
ญคื
อบนดอยวาวี
อํ
าเภอแม่
สรวย
จั
งหวั
ดเชี
ยงราย
แต่
ก่
อนคํ
าว่
า วาวี
นั
้
นชื่
อ วะวี
ซึ
่
งอาจสั
นนิ
ษฐานได้
ว่
าเป็
นชื่
อเมื
องหนึ
่
ง อยู
่
ในเขต
ประเทศพม่
า เมื่
อราษฎรในเมื
องนั
้
นได้
เดิ
นทางมาติ
ดต่
อค้
าขาย และอพยพมาตั
้
งหลั
กแหล่
งเป็
นกลุ่
ม
แรกจึ
งตั
้
งชื่
อเหมื
อนกั
บเมื
องที่
อพยพ ต่
อมามี
พ่
อค้
าชาวจี
นฮ่
อมาติ
ดต่
อค้
าขายด้
วย และพบว่
ามี
พื
้
นที่
บริ
เวณนี
้
มี
ทํ
าเลดี
ปลู
กพื
ชผลทางการเกษตรได้
ผลดี
โดยเฉพาะต้
นชาหรื
อต้
นเมี่
ยงที่
เกิ
ดขึ
้
นเองตาม
ธรรมชาติ
จึ
งขยายชุ
มชนจั
ดตั
้
งเป็
นหย่
อมบ้
านต่
างๆที่
ประกอบด้
วยหลายชนเผ่
า และเริ่
มขยายใหญ่
ขึ
้
นเรื่
อยๆ จนปั
จจุ
บั
น มี
ทั
้
งหมดด้
วยกั
น 7 เผ่
าด้
วยกั
น คื
อ อาข่
า จี
น(ยู
นาน) ปกากะญอ (กระ
เหรี่
ยง) มู
เซอ (ลาหู
่
) เย้
า (เมี่
ยง) ลี
ซอ (ลี
ซู
) และไทยใหญ่
คนส่
วนใหญ่
ในหมู
่
บ้
านวาวี
นิ
ยมปลู
กชากั
นมาเป็
นช้
านาน เพราะมี
สภาพภู
มิ
ประเทศและ
ภู
มิ
อากาศที่
เหมาะกั
บการปลู
กชาคื
อตั
้
งอยู
่
ในทํ
าเลหุ
บเขาสู
งกว่
าระดั
บนํ
้
าทะเลเกิ
น1,000ฟุ
ตและ
เป็
นแหล่
งปลอดจากมลพิ
ษพิ
ษต่
างๆ
โดยในสมั
ยก่
อนนั
้
นชาววาวี
นิ
ยมนํ
าชามาทํ
าเมี่
ยงมากกว่
า ต่
อมาในปี
พ.ศ. 2467 ได้
เกิ
ด
การเปลี่
ยนแปลงการทํ
าเมี่
ยงครั
้
งสํ
าคั
ญ คื
อพ่
อเฒ่
าชาวจี
นฮ่
อผู
้
หนึ
่
ง ได้
พบกั
บพ่
อค้
าชาวจี
นแต้
จิ๋
วซึ
่
ง
เป็
นเจ้
าของบริ
ษั
ทใบชาตราสามม้
า จึ
งแนะนํ
ากรรมวิ
ธี
การผลิ
ตชาจากยอดอ่
อนต้
นชา พ่
อเฒ่
าจึ
ง
ตั
ดสิ
นใจทํ
าชาตามคํ
าแนะนํ
า และสามารถสร้
างรายได้
ที่
ดี
กว่
าการทํ
าเมี่
ยงการจั
ดเก็
บก็
ง่
าย ขนส่
ง