ne191 - page 212
187
ของชุ
มชนผู
้
รู
้
หรื
อปราชญ์
ของท้
องถิ่
น องค์
ความรู
้
ภู
มิ
ปั
ญญาของชุ
มชน รวมทั
้
งสภาพปั
ญหาและ
ความต้
องการของชุ
มชน นอกจากนี
้
โรงเรี
ยนควรจั
ดให้
มี
หลั
กสู
ตรท้
องถิ่
นโดยการนํ
าภู
มิ
ปั
ญญาองค์
ความรู
้
ในท้
องถิ่
นมาเป็
นฐานในการจั
ดการศึ
กษาให้
กั
บเด็
กนั
กเรี
ยน เช่
นชุ
มชนชาวบรู
มี
ภู
มิ
ปั
ญญาใน
การจั
กสานกระติ
บข้
าวที่
สามารถจั
กสานได้
อย่
างประณี
ตสวยงามจนมี
ชื่
อเสี
ยง โรงเรี
ยนก็
ควรเชิ
ญ
วิ
ทยากรในท้
องถิ่
นมาถ่
ายทอดความรู
้
ให้
กั
บเด็
กชาวบรู
ได้
เรี
ยนรู
้
องค์
ความรู
้
ที่
มี
คุ
ณค่
าเหล่
านี
้
อย่
าง
จริ
งจั
ง เป็
นต้
น ในการจั
ดหลั
กสู
ตรการเรี
ยนรู
้
นั
้
น จํ
าเป็
นจะต้
องทํ
าให้
นั
กเรี
ยนได้
รู
้
จั
กรากฐานและ
ศั
กยภาพของท้
องถิ่
นตนเอง เช่
น รู
้
ว่
าท้
องถิ่
นมี
ทรั
พยากรอะไรบ้
างมี
องค์
ความรู
้
และมี
ระบบคุ
ณค่
า
ทางวั
ฒนธรรมของชุ
มชนอย่
างไร เพื่
อให้
ผู
้
เรี
ยนได้
ตระหนั
กในคุ
ณค่
าของทุ
นทางวั
ฒนธรรมที่
ตนเอง
มี
ตลอดจนสามารถนํ
าองค์
ความรู
้
ภู
มิ
ปั
ญญาและศั
กยภาพของตนเองไปใช้
ให้
เกิ
ดประโยชน์
ได้
ใน
ชี
วิ
ตได้
อย่
างเต็
มความสามารถ
2)
วิ
ธี
การเรี
ยนรู
้
โรงเรี
ยนควรจั
ดรู
ปแบบการเรี
ยนการสอนให้
มี
ความสอดคล้
องกั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตของเด็
ก
นั
กเรี
ยน เปิ
ดพื
้
นที่
หรื
อเวที
ในการแลกเปลี่
ยนเรี
ยนรู
้
ระหว่
างครู
กั
บนั
กเรี
ยน และระหว่
างนั
กเรี
ยน
ด้
วยกั
นให้
มากขึ
้
น โดยนํ
าเรื่
องราวหรื
อสภาพปั
ญหาในชี
วิ
ตประจํ
าวั
นของชุ
มชนมาสร้
างเป็
นสาระ
การเรี
ยนรู
้
และควรสอดแทรกให้
มี
อยู
่
ในทุ
กกลุ่
มสาระมี
การเรี
ยนการสอนที่
มุ่
งเน้
นให้
มี
ความคิ
ดใน
เชิ
งวิ
พากษ์
มากขึ
้
นเพื่
อให้
เกิ
ดความรู
้
ความเข้
าใจชุ
มชนและสั
งคมมากขึ
้
นนอกจากนี
้
ควรเปิ
ดโอกาส
ให้
ชุ
มชนได้
เข้
ามามี
ส่
วนร่
วมในกระบวนการศึ
กษาในโรงเรี
ยนให้
มากขึ
้
น เช่
นการเชิ
ญวิ
ทยากรใน
ท้
องถิ่
นหรื
อผู
้
มี
ความรู
้
ด้
านต่
าง ๆมาถ่
ายทอดองค์
ความรู
้
ภู
มิ
ปั
ญญาแก่
เด็
กนั
กเรี
ยนอั
นจะเป็
นการ
สร้
างความสั
มพั
นธ์
อั
นดี
ระหว่
างโรงเรี
ยนกั
บชุ
มชนและช่
วยรั
กษาสื
บทอดทุ
นทางวั
ฒนธรรมอั
นมี
คุ
ณค่
าให้
คงอยู
่
ต่
อไปนอกจากนี
้
โรงเรี
ยนควรจั
ดรู
ปแบบการศึ
กษาให้
มี
ความยื
ดหยุ่
นและมี
อิ
สระเสรี
ในการเรี
ยนรู
้
กล่
าวคื
อ การจั
ดการศึ
กษาของโรงเรี
ยนไม่
ควรยึ
ดติ
ดกั
บรู
ปแบบ โครงสร้
าง และ
หลั
กสู
ตรที่
กํ
าหนดจากนโยบายภาครั
ฐหรื
อกระทรวงศึ
กษาธิ
การเท่
านั
้
น แต่
ควรมี
การปรั
บปรุ
ง
เปลี่
ยนแปลง ให้
มี
ความสอดคล้
องเหมาะสมกั
บบริ
บทของชุ
มชนตลอดจนให้
อิ
สรภาพในการเรี
ยนรู
้
โดยไม่
จํ
ากั
ดพื
้
นที่
หรื
อขอบเขตการเรี
ยนรู
้
เด็
กนั
กเรี
ยนชาวบรู
สามารถเรี
ยนรู
้
ได้
ทุ
กเวลาทุ
กสถานที่
ทั
้
งในโรงเรี
ยน ในชุ
มชนหรื
อนอกชุ
มชนและโรงเรี
ยนก็
ควรสร้
างแหล่
งเรี
ยนรู
้
ที่
หลากหลายให้
กั
บ
เด็
กนั
กเรี
ยนได้
เรี
ยนรู
้
และปฏิ
บั
ติ
จริ
งเพื่
อให้
สามารถนํ
าความรู
้
ไปใช้
ประยุ
กต์
ใช้
ได้
ในชี
วิ
ตประจํ
าวั
น
3)
การมี
ส่
วนร่
วมกั
บชุ
มชน
โรงเรี
ยนควรเปิ
ดพื
้
นที่
ให้
ชุ
มชนได้
เข้
ามามี
ส่
วนร่
วมในกิ
จกรรมของโรงเรี
ยนมากขึ
้
น
ตั
้
งแต่
การจั
ดหลั
กสู
ตรการเรี
ยนการสอนไปจนถึ
งการเปิ
ดโอกาสให้
คนในชุ
มชนได้
เข้
ามาสอนหรื
อ
ถ่
ายทอดองค์
ความรู
้
ของชุ
มชนให้
กั
บเด็
กนั
กเรี
ยนเพื่
อให้
สามารถนํ
าไปใช้
ได้
ในชี
วิ
ตประจํ
าวั
นและ
1...,202,203,204,205,206,207,208,209,210,211
213,214,215,216,217,218,219,220,221,222,...244