ne191 - page 155

ทิ
พวรรณ พ่
อขั
นชาย
บทวิ
เคราะห์
/ 146
นอกจากนี
การจั
ดกิ
จกรรมชุ
มนุ
มต่
าง ๆ โดยให้
นั
กเรี
ยนเลื
อกทํ
ากิ
จกรรมตามความ
สนใจ ได้
แก่
การปลู
กผั
กปลู
กกล้
วย การเลี
ยงปลาดุ
ก การเลี
ยงหมู
การเพาะเห็
ดนางฟ้
า การเลี
ยง
กบ การทํ
าปุ
ยหมั
กชี
วภาพ การทํ
าปลาร้
า เป็
นต้
น หลั
กสู
ตรแฝงที่
เกิ
ดขึ
นจากกิ
จกรรมเหล่
านี
มี
หลายประการ เช่
นการมี
ทั
กษะในการหาเลี
ยงชี
พการเรี
ยนรู
วิ
ธี
การทํ
างานร่
วมกั
บผู
อื่
นความสามั
คคี
ปรองดองความอดทน เสี
ยสละความมี
ระเบี
ยบวิ
นั
ยความภาคภู
มิ
ใจในตนเอง เป็
นต้
สํ
าหรั
บหลั
กสู
ตรแฝงที่
ช่
วยอนุ
รั
กษ์
ภาษาวั
ฒนธรรมและสื
บสานภู
มิ
ปั
ญญาของชาวบรู
ทํ
ให้
ชาวบรู
มี
ความภาคภู
มิ
ใจในตนเองและกล้
าแสดงออกถึ
งความเป็
นบรู
เกิ
ดจากการทํ
ากิ
จกรรมต่
าง
ๆ ในโรงเรี
ยน เช่
นการอ่
านนิ
ทาน เกร็
ดความรู
ต่
างๆ รวมทั
งการสอนภาษาบรู
และภาษาไทยวั
นละ
คํ
าพร้
อมความหมายผ่
านเสี
ยงตามสาย การเล่
าเรื่
องจากภาพ เล่
านิ
ทาน เขี
ยนเรี
ยงความ การกล่
าวคํ
ทั
กทายและขอบคุ
ณในห้
องเรี
ยนเป็
นภาษาไทย ภาษาอั
งกฤษ และภาษาบรู
การเรี
ยนรู
วิ
ชาท้
องถิ่
โดยวิ
ทยากรจากท้
องถิ่
นเป็
นผู
สอน เช่
นการจั
กสานการเป่
าแคนการดี
ดพิ
ณการฟ้
อนรํ
าและร้
อง
เพลงแบบชาวบรู
เป็
นต้
นอกจากนี
ยั
งมี
หลั
กสู
ตรแฝงที่
เกิ
ดขึ
นจากการเรี
ยนการสอนในห้
องเรี
ยนระหว่
าง
ครู
ผู
สอนกั
บเด็
กนั
กเรี
ยนพบว่
าปฏิ
สั
มพั
นธ์
ระหว่
างครู
และนั
กเรี
ยนในโรงเรี
ยนบ้
านท่
าล้
ง โดยใน
ระดั
บชั
นอนุ
บาล ครู
ผู
สอนขาดความใส่
ใจดู
แลเด็
กนั
กเรี
ยน และบางครั
งก็
ใช้
คํ
าพู
ด ตลอดจน
พฤติ
กรรมที่
รุ
นแรงกั
บเด็
กหลั
กสู
ตรแฝงที่
เกิ
ดขึ
นก็
คื
อการสร้
างความรู
สึ
กหวาดกลั
ว ไม่
กล้
าคิ
ดหรื
ทํ
าสิ่
งที่
อยู
นอกเหนื
อจากกรอบกฎเกณฑ์
ที่
ครู
วางไว้
ขาดความคิ
ดสร้
างสรรค์
เชื่
อฟั
งและปฏิ
บั
ติ
ตาม
คํ
าสั่
งของครู
สํ
าหรั
บในระดั
บช่
วงชั
นที่
1 (ป.1 –ป.3) ครู
ผู
สอนมี
ความสนใจและเอาใจใส่
เด็
นั
กเรี
ยนมี
การวางแผนและเตรี
ยมการสอนล่
วงหน้
า ระหว่
างการเรี
ยนการสอนก็
มี
การพู
ดคุ
ยกั
บเด็
นั
กเรี
ยนอยู
บ่
อยๆครู
จะตอบคํ
าถามของเด็
กนั
กเรี
ยนอยู
เสมอด้
วยเหตุ
ผลและยิ
นดี
รั
บฟั
งความคิ
ดเห็
ของนั
กเรี
ยนรวมทั
งการใช้
คํ
าสรรพนามเรี
ยกนั
กเรี
ยนว่
า “ลู
ก” รวมทั
งท่
าทางการแสดงออกที่
ยิ
มแย้
แจ่
มใสทํ
าให้
หลั
กสู
ตรแฝงที่
เกิ
ดขึ
นคื
อการที่
เด็
กนั
กเรี
ยนมี
ความกล้
าแสดงออกกล้
าพู
ดกล้
าคิ
ดและ
กล้
าทํ
าในสิ่
งใหม่
ๆที่
สร้
างสรรค์
ตามจิ
นตนาการของตนเอง ในขณะเดี
ยวกั
นเด็
กนั
กเรี
ยนก็
มี
ความ
เคารพและเชื่
อฟั
งครู
เนื่
องจากครู
จะมี
การลงโทษเด็
กนั
กเรี
ยนที่
ไม่
เชื่
อฟั
งและประพฤติ
ตนไม่
ถู
กต้
อง
เหมาะสมส่
วนในระดั
บช่
วงชั
นที่
2 (ป.4 –ป.6) ครู
ผู
สอนไม่
ค่
อยเอาใจใส่
เด็
กนั
กเรี
ยนเท่
าที่
ควรนั
และมั
กจะขาดการเตรี
ยมการสอน โดยก่
อนเรี
ยนมั
กจะให้
เด็
กนั
กเรี
ยนท่
องบทกลอนและสู
ตรคู
ณซึ
ไม่
เคยอธิ
บายความหมายหรื
อบอกเหตุ
ผลของการท่
องจํ
าเหล่
านี
ให้
เด็
กฟั
งแต่
เด็
กนั
กเรี
ยนก็
ท่
องตาม
คํ
าสั่
งของครู
ถ้
าใครไม่
เชื่
อฟั
งหรื
อไม่
ทํ
าตามคํ
าสั่
งครู
ก็
จะถู
กลงโทษนอกจากนี
ครู
มั
กจะไม่
ค่
อย
สนใจในคํ
าพู
ดของเด็
กนั
กเรี
ยนและมั
กไม่
มี
การตอบสนองต่
อคํ
าพู
ดหรื
อการกระทํ
าของเด็
ก เมื่
อเด็
ตั
งคํ
าถามสงสั
ย ครู
ก็
มั
กจะไม่
ตอบในข้
อสงสั
ยของเด็
กหลั
กสู
ตรแฝงที่
เกิ
ดขึ
นคื
อ การลดทอน
1...,145,146,147,148,149,150,151,152,153,154 156,157,158,159,160,162-163,164-165,166-167,168-169,170-171,...244
Powered by FlippingBook