ne191 - page 152

143
นอกจากนี
โรงเรี
ยนบ้
านท่
าล้
งยั
งมี
การประเมิ
นผลเด็
กนั
กเรี
ยนเพื่
อวั
ดผลสั
มฤทธิ
ทางการเรี
ยน โดยโรงเรี
ยนจะจั
ดสอบประเมิ
นทุ
กเดื
อน ลั
กษณะของแบบทดสอบมั
กจะเป็
นการ
ทดสอบในเรื่
องความจํ
า ความรู
ความเข้
าใจในเนื
อหาสาระของบทเรี
ยนความสามารถในการอ่
าน
ออกคิ
ดคํ
านวณ และเขี
ยนหนั
งสื
อได้
แต่
ไม่
ได้
มี
การประเมิ
นผลการเรี
ยนรู
ของเด็
กนั
กเรี
ยนในแง่
ของกระบวนการเรี
ยนรู
การคิ
ดในเชิ
งสร้
างสรรค์
การคิ
ดวิ
เคราะห์
สั
งเคราะห์
ตลอดจนการนํ
าความรู
ไปปรั
บใช้
ได้
ในชี
วิ
ตประจํ
าวั
น เป็
นต้
นซึ
งการประเมิ
นผลนั
กเรี
ยนถื
อได้
ว่
ามี
ความสํ
าคั
ญต่
อการจั
หลั
กสู
ตรการเรี
ยนการสอนเป็
นอย่
างมาก เนื่
องจากการประเมิ
นผลจะทํ
าให้
รู
ได้
ว่
าควรจั
ดหลั
กสู
ตร
การเรี
ยนการสอนที่
เหมาะสมและสอดคล้
องกั
บการเรี
ยนรู
ของเด็
กนั
กเรี
ยนอย่
างไร จึ
งจะสามารถ
พั
ฒนาการเรี
ยนรู
และคุ
ณภาพของเด็
กให้
ได้
มากที่
สุ
ดตามจุ
ดมุ่
งหมายของหลั
กสู
ตร
วิ
ชั
ย ตั
นศิ
ริ
(2549 : 251) ได้
อธิ
บายถึ
งการประเมิ
นผลว่
า มี
ความหมายกว้
างกว่
าการ
วั
ดผลและการทดสอบผลสั
มฤทธิ
ทางการเรี
ยนแต่
การประเมิ
นผลมี
ขอบเขตกว้
างขวางโดยอาจเป็
การประเมิ
นความคิ
ดเห็
นของผู
ปกครองต่
อการจั
ดการเรี
ยนของสถานศึ
กษา หรื
อการประเมิ
วั
ตถุ
ประสงค์
ของการเรี
ยนซึ
งดู
จากผลสํ
าเร็
จของนั
กเรี
ยนในแต่
ละระดั
บชั
นหรื
อการประเมิ
ประสิ
ทธิ
ภาพประสิ
ทธิ
ผลของหลั
กสู
ตรการเรี
ยนการสอนทั
งหมด เป็
นต้
น โดยเฉพาะการประเมิ
ตั
วนั
กเรี
ยนมิ
ใช่
เฉพาะการตอบปั
ญหาในการทดสอบเท่
านั
นแต่
ควรจะต้
องประเมิ
นความสามารถใน
การคิ
ดอย่
างมี
เหตุ
ผลคิ
ดอย่
างสร้
างสรรค์
หรื
อคิ
ดอย่
างกว้
างและลึ
กตลอดจนความสามารถในการ
คิ
ดวิ
เคราะห์
และสั
งเคราะห์
ด้
วยและที่
สํ
าคั
ญคื
อการประเมิ
นผลการดํ
าเนิ
นงานของการใช้
หลั
กสู
ตร
ทั
งหมดซึ
งต้
องใช้
เวลาในการประเมิ
น เพื่
อทราบว่
าวิ
ธี
การที่
ได้
เสนอไว้
นั
น ได้
ผลสั
มฤทธิ
ตามข้
สมมติ
ฐานหรื
อไม่
และจะได้
นํ
าผลการประเมิ
นนี
ไปปรั
บปรุ
งพั
ฒนาการจั
ดหลั
กสู
ตรการเรี
ยนการ
สอนให้
ดี
ยิ่
งขึ
นต่
อไป ดั
งนั
น การจั
ดกระบวนการประเมิ
นผลจึ
งควรจั
ดควบคู
ไปกั
บการกํ
าหนด
วั
ตถุ
ประสงค์
และจุ
ดมุ่
งหมายของการศึ
กษาในแต่
ละระดั
บ ควบคู
ไปกั
บการสร้
างรู
ปแบบของ
หลั
กสู
ตรด้
วย
6.2.2การศึ
กษาท้
องถิ่
นโยบายพั
ฒนาการศึ
กษาของรั
ฐบาลได้
หั
นมาให้
ความสํ
าคั
ญกั
บวั
ฒนธรรมและภู
มิ
ปั
ญญา
ของท้
องถิ่
นมากขึ
นโดยมี
เกณฑ์
การพิ
จารณาการพั
ฒนาคุ
ณภาพการศึ
กษาระดั
บการศึ
กษาขั
นพื
นฐาน
ตามมาตรฐานการศึ
กษาปฐมวั
ย และมาตรฐานการศึ
กษาขั
นพื
นฐานของสํ
านั
กงานคณะกรรมการ
การศึ
กษาขั
นพื
นฐาน ในมาตรฐานด้
านการพั
ฒนาชุ
มชนแห่
งการเรี
ยนรู
มาตรฐานที่
17กํ
าหนดให้
สถานศึ
กษามี
การสนั
บสนุ
นและใช้
แหล่
งเรี
ยนรู
และภู
มิ
ปั
ญญาในท้
องถิ่
น ซึ
งโรงเรี
ยนบ้
านท่
าล้
งได้
จั
ดกิ
จกรรมที่
สอดคล้
องกั
บเกณฑ์
ดั
งกล่
าวหลายกิ
จกรรมได้
แก่
การเชิ
ญวิ
ทยากรท้
องถิ่
นเข้
ามามี
ส่
วน
1...,142,143,144,145,146,147,148,149,150,151 153,154,155,156,157,158,159,160,162-163,164-165,...244
Powered by FlippingBook