untitled - page 23
๑๓
นครพนม สํ
าหรั
บองค
ระฆั
งนั้
นก
อสร
างเป
นทรงบั
วเหลี่
ยม หรื
อทรงลุ
งคว่ํ
า ตั้
งอยู
บนเนิ
นเขา ริ
ม
แม
น้ํ
าหมั
นในเขตอํ
าเภอด
านซ
าย ริ
มถนนสายเลย-เพชรบู
รณ
และสายพิ
ษณุ
โลก-เลย ห
างจาก
อํ
าเภอด
านซ
ายไป๑ กิ
โลเมตรและห
างจากจั
งหวั
ดเลย ๘๓ กิ
โลเมตร
สํ
าหรั
บความเป
นมานั้
น พระธาตุ
ศรี
สองรั
กสร
างขึ้
นในสมั
ยแผ
นดิ
นของ
พระหาจั
กรพรรดิ
กษั
ตริ
ย
แห
งกรุ
งศรี
อยุ
ธยา และพระเข
าไชยเชษฐาธิ
ราชกษั
ตริ
ย
แห
งอาณาจั
กร
ศรี
สั
ตตนาคณหุ
ต เนื่
องจากในสมั
ยที่
ทั้
งสองพระองค
ครองอํ
านาจอยู
นั้
น พม
าโดยพระเจ
าตะเบง
ชะเวตี้
และพระเจ
าบุ
เรงนองเรื
องอํ
านาจและเป
นกษั
ตริ
ย
ที่
เข็
มแข็
งในการปกครองและการทํ
า
สงคราม ได
ยกทั
พมารุ
กรานเพื่
อหวั
งจะแผ
ขยายอิ
ทธิ
พลมายั
งลุ
มแม
น้ํ
าเจ
าพระยาและลุ
มแม
น้ํ
าโขง
สมเด็
จพระมหาจั
กรพรรดิ
กั
บพระไชยเชษฐาธิ
ราชต
างก็
เห็
นสมควรว
า ควรมี
การรวมกํ
าลั
งเป
น
พั
นธมิ
ตรกั
นเพื่
อต
อสู
กั
บพม
า จึ
งทรงทํ
าสั
ตยาธิ
ษฐานว
าจะไม
ล
วงล้ํ
าดิ
นแดนของกั
นและกั
น และ
เป
นการรํ
าลึ
กในการทํ
าไมตรี
ต
อกั
นจึ
งร
วมกั
นสร
างเจดี
ย
ศรี
สองรั
กขึ้
นเป
นสั
กขี
พยาน โดยให
มหา
อุ
ปราชและเสนาอํ
ามาตย
ตลอดจนพระเถระชั
้
นผู
ใหญ
มาราชการแทนพระองค
ในการสร
างเจดี
ย
และให
ชื่
อว
า “พระธาตุ
ศรี
สองรั
ก” เริ่
มสร
างตั้
งแต
ป
๒๑๐๓ ตรงกั
บป
วอก โทศก จุ
ลศั
กราช ๙๒๒
ในวั
นพฤหั
สบดี
ขึ้
น๑๕ ค่ํ
า เดื
อน๖ และสร
างแล
วเสร็
จในป
พุ
ทธศั
กราช ๒๑๐๖ ในวั
นพฤหั
สบดี
ขึ้
น๑๕ ค่ํ
า เดื
อน๖ สํ
าหรั
บในป
พุ
ทธศั
กราช ๒๔๗๓ ได
มี
การบู
รณะซ
อมแซมองค
พระธาตุ
ครั้
ง
แรกในบริ
เวณฐานมุ
มทางทิ
ศตะวั
นออกเฉี
ยงใต
ที่
พั
งลงมา และในวั
นที่
๑๖ กรกฏาคมป
พุ
ทธศั
กราช๒๕๓๒ ก็
เกิ
ดฟ
าผ
าตรงยอดองค
พระธาตุ
หั
กลง กรมศิ
ลปากรได
ทํ
าการบู
รณะซ
อมแซม
ทั้
งองค
ซึ่
งเป
นครั้
งที่
๒ เมื่
อป
พุ
ทธศั
กราช ๒๕๓๔ และนั
บตั้
งแต
อดี
ตเป
นต
นมาชาวอํ
าเภอด
านซ
าย
ก็
จะมี
พิ
ธี
สมโภชและงานนมั
สการพระธาตุ
ศรี
สองรั
ก โดยจะทํ
าในวั
นเพ็
ญเดื
อน ๖ เพื่
อการ
สั
กการบู
ชาองค
พระธาตุ
ศรี
สองรั
ก
๔
๒.๓.๒ บ
านอาฮี
ตํ
าบลอาฮี
อํ
าเภอท
าลี่
บ
านอาฮี
อดี
ตเป
นที่
ตั้
งเมื
องเก
ามี
หลั
กฐานทางวั
ตถุ
เช
นหิ
นหลั
กเมื
อง กํ
าแพงวั
ด
พระพุ
ทธรู
ปนาคปรกพระธาตุ
มะนาวเดี่
ยว วั
ดสบเงิ
น และยั
งสื
บทอดมรดกทางวั
ฒนธรรมประเพณี
เก
าแก
ไว
มากมาย โดยเฉพาะประเพณี
แห
ต
นดอกไม
ในวั
นสงกรานต
นั้
น ถื
อเป
นเอกลั
กษณ
ที่
โดด
เด
นมากกล
าวคื
อ เมื่
อถึ
งวั
นป
ใหม
ไทย คื
อวั
นตรุ
ษสงกรานต
๑๓ เมษายน ชาวบ
านจะอั
ญเชิ
ญ
พระพุ
ทธรู
ปสํ
าคั
ญลงมาตั้
งไว
ที่
หอสรงกลางลานวั
ด เพื่
อให
ประชาชนได
ทํ
าพิ
ธี
สรงน้ํ
าพระพุ
ทธรู
ป
และพระภิ
กษุ
สงฆ
สามเณร วั
นต
อมา ๑๔ เมษายน ภาคเช
าก็
เป
นการสรงน้ํ
าพระที่
หอสรงวั
ด
ตามปกติ
ตกตอนบ
ายก็
จะพร
อมกั
นแห
พระพุ
ทธรู
ปสํ
าคั
ญไปรอบๆชุ
มชนให
ประชาชนได
มี
การนํ
า
น้ํ
าหอมมาสรงพระ การแห
พระจะมี
การจั
ดทํ
าต
นกั
ณฑ
เพื่
อแผ
ป
จจั
ย และการสาดเล
นน้ํ
ากั
นไป
ตลอดทาง คนแก
ตลอดจนถึ
งคนหนุ
มสาวจะออกมาร
วมขบวนแห
แหนเล
นสาดน้ํ
ากั
นเป
นที่
สนุ
กสนาน เพื่
อขอให
ฝนฟ
าตกต
องตามฤดู
กาล ส
วนเด็
กวั
ยรุ
นหนุ
มสาวก็
จะถื
อโอกาสเล
นสาดน้ํ
า
กั
นไปด
วย ตะวั
นบ
ายคล
อยขบวนแห
จึ
งกลั
บถึ
งวั
ด ในตอนกลางคื
น
คนสู
งอายุ
จะนั
ดหมายกั
นนํ
าข
าวสารเหนี
ยวมาชุ
มนุ
มนอนค
างคื
นที่
วั
ดแช
ข
าวแล
วนึ่
ง
จากนั้
นป
นเป
นก
อนให
ได
จํ
านวนหนึ่
งพั
นก
อน จั
ดแจงใส
กระจาดขาดไม
ได
คื
อต
นกั
ณฑ
เตรี
ยม ฆ
อง
๔
สํ
านั
กศิ
ลปะและวั
ฒนธรรม สถาบั
นราชภั
ฏเลย. (๒๕๔๐).
เบิ่
งจั
งหวั
ดเลย ศิ
ลปกรรมวั
ฒนธรรมและธรรมชาติ
.
เลย
:
ม.
ป.ท., หน
า๓-๔.
1...,13,14,15,16,17,18,19,20,21,22
24,25,26,27,28,29,30,31,32,33,...189