๔๘
มนุ
ษยชนขององค์
การสหประชาชาติ
ตามหลั
กการของกฎบั
ตรสหประชาชาติ
ที่
ว่
าด้
วยศั
กดิ์
ศรี
และ
คุ
ณค่
าของมนุ
ษย์
ที่
เท่
าเที
ยมกั
น โดยคานึ
งว่
าเด็
กมี
สิ
ทธิ
ที่
จะได้
รั
บการดู
แล และช่
วยเหลื
อทั้
ง
สภาพแวดล้
อมของครอบครั
วและการเลี้
ยงดู
อื่
นๆบนพื้
นฐานของประเพณี
และค่
านิ
ยมทางวั
ฒนธรรม
ของชาติ
พั
นธุ์
และสั
งคม (การพั
ฒนาสั
งคมและความมั่
นคงของมนุ
ษย์
, กระทรวง, ๒๕๕๐) สาหรั
บ
ประเทศไทยได้
ลงนามเป็
นภาคี
เมื่
อวั
นที่
๑๒กุ
มภาพั
นธ์
๒๕๓๕ และมี
ผลบั
งคั
บใช้
ตั้
งแต่
วั
นที่
๒๖
เมษายน๒๕๓๕ เป็
นต้
นมา โดยอนุ
สั
ญญาฯ ได้
กล่
าวถึ
งพั
นธกิ
จที่
รั
ฐภาคี
พึ
งปฏิ
บั
ติ
ต่
อเด็
กดั
งนี้
ส่
วนที่
๑ข้
อ๒ “รั
ฐภาคี
จะเคารพและประกั
นสิ
ทธิ
ตามที่
กาหนดไว้
ในอนุ
สั
ญญานี้
แก่
เด็
กแต่
ละคนที่
อยู่
ในเขตอานาจของตนโดยปราศจากการเลื
อกปฏิ
บั
ติ
ไม่
ว่
าชนิ
ดใดๆ โดยไม่
คานึ
งถึ
งเชื้
อชาติ
สี
ผิ
ว เพศภาษาศาสนาความคิ
ดเห็
นทางการเมื
องหรื
อทางอื่
น....”
ส่
วนที่
๑ข้
อ๒๘ “๑.รั
ฐภาคี
ยอมรั
บสิ
ทธิ
ของเด็
กที่
จะได้
รั
บการศึ
กษาเพื่
อที่
จะให้
สิ
ทธิ
นี้
บั
ง
เกิ
ดผลตามลาดั
บ และบนพื้
นฐานของโอกาสที่
เท่
าเที
ยมกั
น.....” ๒.รั
ฐภาคี
จะดาเนิ
นมาตรการที่
เหมาะสมที่
จะประกั
นว่
า ระเบี
ยบวิ
นั
ยของโรงเรี
ยนได้
กาหนดขึ้
น ในลั
กษณะที่
สอดคล้
องกั
บศั
กดิ์
ศรี
แห่
งความเป็
นมนุ
ษย์
ของเด็
ก....”
ส่
วนที่
๑ ข้
อ ๓๐ “ในรั
ฐที่
มี
ชนกลุ่
มน้
อยทางชาติ
พั
นธุ์
ศาสนา หรื
อภาษา หรื
อกลุ่
มชน
พื้
นเมื
องดั้
งเดิ
มอาศั
ยอยู่
เด็
กที่
มาจากชนกลุ่
มน้
อยหรื
อที่
เป็
นชนพื้
นเมื
องจะต้
องไม่
ถู
กปฏิ
เสธซึ่
งสิ
ทธิ
ที่
จะปฏิ
บั
ติ
ตามวั
ฒนธรรมที่
ตนนั
บถื
อและปฏิ
บั
ติ
ทางศาสนาหรื
อสิ
ทธิ
ที่
จะใช้
ภาษาของตนในชุ
มชน
กั
บสมาชิ
กอื่
นในกลุ่
มเดี
ยวกั
น”
จากข้
อตกลงระหว่
างประเทศภายใต้
การริ
เริ่
มโดยองค์
การสหประชาชาติ
เกี่
ยวกั
บการที่
รั
ฐจะ
ปฏิ
บั
ติ
ต่
อพลเมื
องของตนดั
งกล่
าวข้
างต้
นสรุ
ปได้
ว่
ารั
ฐพึ
งเคารพในศั
กดิ์
ศรี
ความเป็
นมนุ
ษย์
ไม่
ว่
าจะมี
ความแตกต่
างทางเชื้
อชาติ
วั
ฒนธรรมก็
ตาม รั
ฐพึ
งให้
การศึ
กษาอบรมแก่
เด็
ก เยาวชนทุ
กคนโดยไม่
เลื
อกปฏิ
บั
ติ
และพลเมื
องมี
สิ
ทธิ
เสรี
ภาพในการปฏิ
บั
ติ
ตามลั
ทธิ
ความเชื่
อประเพณี
วั
ฒนธรรของตน
สาหรั
บประเทศไทย มี
เอกสารหลั
กฐานที่
ระบุ
ไว้
ในรั
ฐธรรมนู
ญ พระราชบั
ญญั
ติ
ระเบี
ยบ
ข้
อบั
งคั
บนโยบายและแนวปฏิ
บั
ติ
ที่
รั
ฐจะต้
องปฏิ
บั
ติ
ต่
อพลเมื
อง และแนวทางการจั
ดการศึ
กษาอบรม
ให้
แก่
เด็
กและเยาวชนซึ่
งมี
ความสอดคล้
องกั
บข้
อตกลงระหว่
างประเทศดั
งนี้
รั
ฐธรรมนู
ญแห่
งราชอาณาจั
กรไทยพ.ศ. ๒๕๕๐
มาตรา๓๐ ระบุ
ว่
า “บุ
คคลย่
อมเสมอกั
น
ในกฎหมายและได้
รั
บความคุ้
มครองตามกฎหมายเท่
าเที
ยมกั
น ชายและหญิ
งมี
สิ
ทธิ
เท่
าเที
ยมกั
นการ
เลื
อกปฏิ
บั
ติ
โดยไม่
เป็
นธรรมต่
อบุ
คคลเพราะเหตุ
แห่
งความแตกต่
างในเรื่
องถิ่
นกาเนิ
ด เชื้
อชาติ
ภาษา
เพศ อายุ
ความพิ
การ สภาพทางกายหรื
อสุ
ขภาพสถานะของบุ
คคล ฐานะทางเศรษฐกิ
จหรื
อสั
งคม
ความเชื่
อทางศาสนา การศึ
กษาอบรมหรื
อความคิ
ดเห็
นทางการเมื
องอั
นไม่
ขั
ดต่
อบทบั
ญญั
ติ
แห่
ง
รั
ฐธรรมนู
ญ จะกระทามิ
ได้
”