bk129 - page 243
235
(2551) งานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข้
องจากการวิ
เคราะห์
ความต้
องการเรี
ยนรู
้
ของผู
้
เรี
ยนพบว่
า โปรแกรมมี
ความ
เหมาะสมและมี
ความสอดคล้
องกั
บโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบ
ผู
้
วิ
จั
ยนํ
าโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนเพื่
อพั
ฒนาภาวะผู
้
นํ
าการเปลี่
ยนแปลงเชิ
ง
พุ
ทธสํ
าหรั
บแม่
ชี
ไทยไปทดลองใช้
กั
บแม่
ชี
ที่
เป็
นกลุ่
มทดลองได้
ผลการทดลองดั
งนี
้
ผลการ
วิ
เคราะห์
ข้
อมู
ลที่
ได้
จากการทดลองใช้
โปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนโดยรวมแล้
วพบว่
า
1. ผลคะแนนวั
ดความรู
้
เรื่
องภาวะผู
้
นํ
าก่
อนและหลั
งการทดลองของกลุ่
มทดลองปรากฎว่
า กลุ่
ม
ทดลองมี
คะแนนเฉลี่
ยจากแบบวั
ดความรู
้
แตกต่
างกั
นอย่
างมี
นั
ยสํ
าคั
ญทางสถิ
ติ
ที่
ระดั
บ .05 โดย
คะแนนความรู
้
ของกลุ่
มทดลองหลั
งการจากการเข้
าร่
วมกิ
จกรรมสู
งกว่
าก่
อนการทดลอง ซึ
่
งเป็
นไป
ตามสมมุ
ติ
ฐานที่
ตั
้
งไว้
สู
งขึ
้
นทั
้
งนี
้
เนื่
องจากแม่
ชี
มี
พื
้
นฐานความรู
้
เดิ
มเรื่
องหลั
กธรรมอยู
่
ด้
วยทํ
าให้
สามารถทํ
าคะแนนได้
สู
ง เพราะเป็
นเรื่
องของการวั
ดความรู
้
เรื่
องภาวะผู
้
นํ
าและหลั
กธรรมจริ
ยธรรม
นั
้
น เป็
นหลั
กประพฤติ
และปฏิ
บั
ติ
ของแม่
ชี
ทั
้
งนั
้
นข้
อมู
ลเหล่
านี
้
เป็
นสิ่
งที่
แม่
ชี
จํ
าเป็
นรู
้
และนํ
าไปใช้
สอดคล้
องกั
บพระพรหมคุ
ณาภรณ์
(2547) ได้
กล่
าวว่
าภาวะผู
้
นํ
าตามหลั
กพุ
ทธธรรมผู
้
นํ
าที่
ดี
จะต้
อง
ยึ
ดหลั
ก “ธรรม”คื
อคุ
ณธรรมและการปฏิ
บั
ติ
ธรรม เป็
นลั
กษณะสํ
าคั
ญของการปฏิ
บั
ติ
หน้
าที่
ของตน
เพื่
อให้
กิ
จการงานทุ
กอย่
างบรรลุ
ผลสํ
าเร็
จตามเป้
าหมายที่
วางไว้
หลั
กธรรมดั
งกล่
าวถื
อเป็
นการสร้
าง
เสริ
มภาวะผู
้
นํ
าให้
เป็
นผู
้
นํ
าที่
มี
คุ
ณธรรมจริ
ยธรรม ดั
งนั
้
นแสดงให้
เห็
นว่
า แม่
ชี
เป็
นผู
้
ประพฤติ
ธรรม
มี
ความรู
้
และเข้
าใจหลั
กธรรมของผู
้
นํ
าเป็
นอยู
่
2. ผลคะแนนวั
ดเจตคติ
ภาวะผู
้
นํ
าการเปลี่
ยนแปลงเชิ
ง
พุ
ทธก่
อนและหลั
งการทดลองของกลุ่
มทดลองปรากฏว่
ากลุ่
มทดลองมี
คะแนนเฉลี่
ยจากแบบวั
ดเจต
คติ
ไม่
แตกต่
างกั
นอย่
างมี
นั
ยสํ
าคั
ญทางสถิ
ติ
ที่
ระดั
บ .05 ซึ
่
งไม่
เป็
นไปตามสมมุ
ติ
ฐานที่
ตั
้
งไว้
3. ผล
คะแนนวั
ดทั
กษะปฏิ
บั
ติ
การภาวะผู
้
นํ
าการเปลี่
ยนแปลงเชิ
งพุ
ทธก่
อนและหลั
งการทดลองของกลุ่
ม
ทดลองปรากฏว่
า กลุ่
มทดลองมี
คะแนนเฉลี่
ยจากแบบวั
ดทั
กษะปฏิ
บั
ติ
การ ไม่
แตกต่
างกั
นอย่
างมี
นั
ยสํ
าคั
ญทางสถิ
ติ
ที่
ระดั
บ .05 ซึ
่
งไม่
เป็
นไปตามสมมติ
ฐานที่
ตั
้
งไว้
เมื่
อสั
มภาษณ์
แม่
ชี
ได้
ให้
ความเห็
นทั
้
งเรื่
องของการวั
ดเจตคติ
และทั
กษะปฏิ
บั
ติ
การว่
า ทั
้
งนี
้
เนื่
องจากปฏิ
บั
ติ
ธรรมของแม่
ชี
เป็
น
เรื่
องของพั
ฒนากาย วาจาและจิ
ตใจ ให้
มี
ศี
ลสมาธิ
ปั
ญญา และเป็
นการปฏิ
บั
ติ
อย่
างต่
อเนื่
องตลอด
ชี
วิ
ตสอดคล้
องกั
บนั
นทวรรณอิ
สรานุ
วั
ฒน์
ชั
ย (2550) กล่
าวว่
า เป็
นผู
้
มี
คุ
ณธรรมจริ
ยธรรมในจิ
ตใจมี
ความซื่
อสั
ตย์
และเห็
นประโยชน์
ส่
วนรวมเป็
นหลั
กดั
งนั
้
นภาวะผู
้
นํ
าการเปลี่
ยนแปลงเชิ
งพุ
ทธทั
้
ง 8
ด้
านก็
รวมอยู
่
ในการประพฤติ
และปฏิ
บั
ติ
ของแม่
ชี
ตามหลั
กธรรมคํ
าสอนในพระพุ
ทธศาสนา เพราะ
การบวชเป็
นละทิ
้
งกิ
เลสสร้
างความสงบสุ
ขอยู
่
ภายใน มี
ความไม่
ประมาทในการดํ
ารงชี
วิ
ตคื
อมี
สติ
การมี
เมตตา กรุ
ณา การทํ
าหน้
าที่
เผยแผ่
ธรรมะ เพราะวั
ตถุ
ประสงค์
ของการบวชชี
คื
อการปฏิ
บั
ติ
ธรรมและการช่
วยเผยแผ่
ธรรมสอดคล้
องกั
บสถาบั
นแม่
ชี
ไทย (2534) ระบุ
ว่
าผู
้
บวชชี
ต้
องปฏิ
บั
ติ
ตน
ตามข้
อวั
ตรและปฏิ
บั
ติ
ทั
้
งตนเองและผู
้
อื่
นคื
อการช่
วยเผยแผ่
ธรรมนั
้
นเป็
นการทํ
าประโยชน์
ให้
กั
บ
1...,233,234,235,236,237,238,239,240,241,242
244,245,246,247,248,249,250,251,252,253,...409