bk129 - page 237
229
6. การดํ
าเนิ
นกิ
จกรรมการเรี
ยนรู
้
ที่
จู
งใจการเรี
ยนรู
้
เสริ
มสร้
างภาพพจน์
ตนเอง
การเรี
ยนรู
้
ด้
วยการปฏิ
บั
ติ
ฝึ
กฝนด้
วยตนเองและเป็
นกลุ่
มดํ
าเนิ
นกิ
จกรรมที่
ยื
ดหยุ่
นตอบสนองผู
้
เรี
ยน
ซึ
่
งการเปลี่
ยนแปลงนิ
สั
ยทั
ศนคติ
บุ
คลิ
กภาพความสามารถ รวมทั
้
งวิ
ธี
การดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตของคนเราจะ
เป็
นไปได้
ง่
ายขึ
้
นถ้
าการเปลี่
ยนแปลงนั
้
นเริ่
มต้
นที่
ภาพพจน์
ของตั
วเองโดยกิ
จกรรมที่
ใช้
จะช่
วยสร้
าง
ภาพพจน์
ของตั
วเองด้
านบวก สอดคล้
องกั
บเกี
ยรติ
วรรณ อมาตยกุ
ล (2540) กล่
าวว่
า การสร้
าง
ภาพพจน์
ของตั
วเองด้
านบวกคื
อความรู
้
สึ
กที่
เรามี
ต่
อตั
วเองด้
านบวกโดยเรารู
้
สึ
กกั
บตั
วเองอย่
างไรก็
รู
้
สึ
กกั
บคนอื่
นอย่
างนั
้
น เช่
นรู
้
สึ
กบวกกั
บตั
วเองก็
จะรู
้
สึ
กบวกกั
บผู
้
อื่
นโดยภาพพจน์
ของตั
วเราเอง
7. การประเมิ
นผลการเรี
ยนรู
้
ด้
วยตนเองและเป็
นกลุ่
ม
ให้
ผู
้
เรี
ยนมี
ส่
วนร่
วมในการประเมิ
นผลการเรี
ยนรู
้
ด้
วยตนเองและกลุ่
มได้
สอดคล้
องกั
บสมพงษ์
สิ
งหะพล (2541) กล่
าวว่
าผลลั
พธ์
ที่
เกิ
ดขึ
้
นจากการเรี
ยนรู
้
ด้
วยตนเองและกลุ่
ม
ต้
องเรี
ยนออกมาในการเกณฑ์
ที่
กํ
าหนดไว้
ความสํ
าเร็
จของกลุ่
มขึ
้
นอยู
่
กั
บการเรี
ยนรู
้
ของทุ
กคนใน
กลุ่
มซึ
่
งทุ
กคนต้
องช่
วยเหลื
อกั
น เพราะทุ
กคนมี
โอกาสเท่
าเที
ยมกั
นในการประสบความสํ
าเร็
จ
โดยมี
กิ
จกรรมดั
งต่
อไปนี
้
1. ทั
กษะการสื่
อสารด้
านการฟั
งด้
านการจั
บฝึ
กประเด็
นสอดคล้
องกั
บฉั
ตร
วรุ
ณตั
นนะรั
ตน์
(2543) กล่
าวว่
า การติ
ดต่
อสื่
อสารเป็
นศิ
ลปะอย่
างหนึ
่
งของผู
้
นํ
าและเป็
นเครื่
องมื
อ
สํ
าคั
ญที่
ผู
้
นํ
าจะใช้
ดํ
าเนิ
นงานให้
ได้
ผลที่
ต้
องการ การติ
ดต่
อสื่
อสารจะประสบความสํ
าเร็
จหรื
อ
ล้
มเหลวย่
อมขึ
้
นอยู
่
กั
บผู
้
ใช้
การเลื
อกใช้
วิ
ธี
การติ
ดต่
อสื่
อสารให้
เหมาะสมกั
บลั
กษณะงาน
คุ
ณลั
กษณะผู
้
รั
บและสภาพแวดล้
อม 2. ทั
กษะการสื่
อสารด้
านการพู
ดสอดคล้
องกั
บสถาพรปิ่
น
เจริ
ญ (2554)ที่
กล่
าวว่
า ผู
้
นํ
าต้
องมี
ความสามารถในการพู
ดที่
ดี
สามารถจู
งใจให้
คนเชื่
อถื
อและคล้
อย
ตามต้
องคํ
านึ
งถึ
งความชั
ดเจนของเนื
้
อหาที่
สื่
อสาร 3. การทํ
างานเป็
นที
ม/ เกมเป็
ดเจ้
าปั
ญหา ให้
ผู
้
เรี
ยนได้
ฝึ
กการวางแผนการทํ
างานของกลุ่
ม ระบุ
เป้
าหมายที่
ชั
ดเจนให้
สํ
าเร็
จแสดงถึ
งมี
ความ
สามั
คคี
ในหมู
่
คณะการทํ
างานเป็
นที
มจึ
งต้
องอาศั
ยการสื่
อสารที่
ชั
ดเจนการสนั
บสนุ
นและส่
งเสริ
ม
การทํ
างานร่
วมกั
น 4. เรื่
องคุ
ณสมบั
ติ
ผู
้
นํ
ากงล้
อสี่
ทิ
ศ สอดคล้
องกั
บปรี
ดา เรื
องวิ
ชาธร (2551) กล่
าว
ว่
า การศึ
กษาคุ
ณลั
กษณะของผู
้
นํ
าที่
แบ่
งเป็
น 4ทิ
ศแทนลั
กษณะความคิ
ดการกระทํ
าที่
แตกต่
างกั
น
และทํ
าให้
ผู
้
เรี
ยนสามารถทราบถึ
งคุ
ณลั
กษณะของตนที่
ตรงกั
บด้
านใดด้
านหนึ
่
งใน 4ทิ
ศกิ
จกรรมที่
5 เรื่
องการสร้
างความสั
มพั
นธ์
ในการทํ
างานร่
วมกั
น /กิ
จกรรมตั
วต่
อมหาสนุ
กสอดคล้
องกั
บนราธิ
ป
นั
ยนา (2546) กล่
าวว่
า กลุ่
มที่
มี
ความสั
มพั
นธ์
กั
นนั
้
น สมาชิ
กจะพยายามปรั
บปรุ
งเปลี่
ยนแปลง
บริ
เวณหน้
าต่
างหั
วใจ โดยขยายบริ
เวณที่
เปิ
ดเผย การที่
บริ
เวณเปิ
ดเผยจะขยายกว้
างได้
นั
้
น บริ
เวณ
อื่
นก็
จะต้
องลดลงพื
้
นที่
ให้
เล็
กลง เท่
ากั
บสมาชิ
กต่
างคนต่
างเปิ
ดตนเอง การสร้
างความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างกั
น 6. การวางแผนการทํ
างาน โดยให้
ผู
้
เรี
ยนได้
ฝึ
กทั
กษะในการวางแผนร่
วมกั
นและการ
เป็
นผู
้
นํ
าในการแสดงความคิ
ดเห็
นการอภิ
ปรายร่
วมกั
นและการยอมรั
บฟั
งความคิ
ดเห็
นของผู
้
อื่
น
1...,227,228,229,230,231,232,233,234,235,236
238,239,240,241,242,243,244,245,246,247,...409