227
เหมาะสมคื
อการฟั
งบรรยาย การฝึ
กปฏิ
บั
ติ
จริ
งการสาธิ
ตกิ
จกรรมผ่
อนคลายการศึ
กษาด้
วยตนเอง
และการแสดงบทบาทสมมติ
ซึ
่
งเนื
้
อหาสาระเกี่
ยวกั
บภาวะผู
้
นํ
าการเปลี่
ยนแปลงเชิ
งพุ
ทธ
ประกอบด้
วย
1. มี
คุ
ณธรรมประเสริ
ฐประจํ
าใจกํ
ากั
บตนเอง และปฏิ
บั
ติ
ต่
อผู
้
อื่
น 2. ทั
กษะในการ
ติ
ดต่
อสื่
อสาร 3. ทั
กษะในการสั
งเกต เพื่
อมองคนให้
เห็
นลึ
กถึ
งศั
กยภาพภายใน 4. มี
ความสมดุ
ล
ระหว่
างความกล้
าในการตั
ดสิ
นใจ และการไตร่
ตรองอย่
างรอบคอบ 5. มี
จิ
ตใจใฝ่
เรี
ยนรู
้
เพื่
อหา
ความจริ
งและลึ
กซึ
้
งยิ่
งขึ
้
น 6. มี
ความยื
ดหยุ่
น ไม่
ยึ
ดมั่
นติ
ดกรอบความคิ
ดอย่
างตายตั
ว 7. มี
ทั
กษะ
และประสบการณ์
ในการมองเห็
นการเปลี่
ยนแปลงของสั
งคม 8. มี
จิ
ตใจเป็
นผู
้
เริ่
มกระทํ
าก่
อนจาก
แนวคิ
ดของปรี
ดา เรื
องวิ
ชาธร (2551) ผู
้
นํ
าจึ
งควรมี
ความยื
ดหยุ่
นพอที่
จะสามารถเอื
้
อเฟื
้
อโอกาสให้
ผู
้
อื่
นได้
ใช้
คุ
ณสมบั
ติ
และทั
กษะบางอย่
างที่
ไม่
มี
ในตั
วเอง และสามารถก้
าวขึ
้
นมาเป็
นผู
้
นํ
า ได้
อย่
างมี
ประสิ
ทธิ
ภาพ ควรจะต้
องบ่
มเพาะคุ
ณสมบั
ติ
ภายใน และทั
กษะความสามารถบางด้
านที่
จํ
าเป็
น
สํ
าหรั
บการเป็
นผู
้
นํ
าที่
เข้
มแข็
ง และสอดคล้
องกั
บพระพรหมคุ
ณาภรณ์
(2550)พระมหาภชลโฆสิ
ต
เมธี
(2550) และวนิ
ดา ชู
สั
งข์
(2551) ผู
้
นํ
ามี
คุ
ณสมบั
ติ
อยู
่
2ด้
านคื
อคุ
ณลั
กษณะภายในตั
วของผู
้
นํ
า
ได้
แก่
รู
้
หลั
กของสั
ปปุ
ริ
สธรรมมี
การรู
้
หลั
กเหตุ
ผล มี
สติ
ปั
ญญา ไม่
ประมาท ตื่
นตั
วทั
นต่
อเหตุ
การณ์
มี
วิ
สั
ยทั
ศน์
ก้
าวไกล เป็
นเข็
มแข็
ง คุ
ณลั
กษณะภายนอก ในการที่
จะประสานคนและงานเข้
าด้
วยกั
น
ได้
แก่
มี
ความรู
้
ความสามารถและมี
พรหมวิ
หารธรรมหวั
งประโยชน์
สุ
ขแก่
ส่
วนรวม
6. โปรแกรมการปฏิ
บั
ติ
งาน
กิ
จกรรมการเรี
ยนรู
้
ของโปรแกรมดํ
าเนิ
นตามขั
้
นตอนของการผสมผสานแนวคิ
ดการ
เรี
ยนรู
้
ผู
้
ใหญ่
ของKnowles (1980) และแนวคิ
ดนี
โอฮิ
วแมนนิ
สประกอบด้
วย
7 ขั
้
นตอนดั
งนี
้
1. การจั
ดบรรยากาศสํ
าหรั
บการเรี
ยนรู
้
โดยการจั
ดบรรยากาศการเรี
ยนรู
้
สอดคล้
องกั
บ Rogers (1969) ที่
กล่
าวว่
าการ
บรรยากาศการเรี
ยนรู
้
ให้
เหมาะสมสนั
บสนุ
นให้
ผู
้
ได้
เรี
ยนรู
้
อย่
างเต็
มศั
กยภาพและมี
ความเป็
นอิ
สระ
ในการเรี
ยนรู
้
สอดคล้
องกั
บKnowles (1980)ที่
กล่
าวว่
าการจั
ดบรรยากาศการเรี
ยนรู
้
เป็
นการแสดง
การยอมรั
บในเอกลั
กษณ์
ของผู
้
เรี
ยนผู
้
ใหญ่
แต่
ละบุ
คคล แสดงความยิ
นดี
ที่
ได้
รู
้
จั
กและยอมรั
บใน
ความแตกต่
าง การผ่
อนคลายเพื่
อให้
เกิ
ดภวั
งค์
แห่
งการรั
บรู
้
โดยใช้
การฝึ
กอาสนะ เพลงบรรเลงและ
จิ
นตนาการการฝึ
กจิ
นตนากรเพื่
อให้
เห็
นภาพที่
ดี
ของตนเองและการฝึ
กการใช้
คํ
าพู
ดด้
านบวกเพื่
อให้
เกิ
ดความรู
้
สึ
กที่
ดี
กั
บตนเองสอดคล้
องกั
บเกี
ยรติ
วรรณอมาตยกุ
ล (2540) กล่
าวว่
าการทํ
าให้
ร่
างกาย
และจิ
ตใจให้
มี
ความผ่
อนคลายด้
วยการฝึ
กอาสนะการจู
งจิ
ตใจไปสู
่
สภาวะอั
ลฟาด้
วยเสี
ยงเพลงและ
จิ
นตนาการโดยการฝึ
กอาสนะ เพราะเมื่
อสภาวะที่
จิ
ตใจของคนเราเป็
นหนึ
่
งเดี
ยวในการจดจ่
อกั
บสิ่
ง
ที่
ต้
องทํ
าอยู
่
ในปั
จจุ
บั
นจะทํ
าให้
ประสิ
ทธิ
ภาพในการทํ
างานได้
สู
งสุ
ด