bk129 - page 250

242
3.2.1มี
การเรี
ยงลํ
าดั
บเนื
อหาง่
ายไปยาก
ควรจั
ดลํ
าดั
บความสํ
าคั
ญของเนื
อหาให้
เชื่
อมโยงกั
บกลุ่
มแม่
ชี
และเป็
นเนื
อหาที่
เหมาะสมกั
บการนํ
าไปใช้
ได้
จริ
ง เช่
น กิ
จกรรมควรเริ่
มจากหลั
กธรรมที่
แม่
ชี
คุ
นเคย และมี
ความสั
มพั
นธ์
กั
บกิ
จกรรมการรั
บฟั
งอย่
างลึ
กซึ
ง เพื่
อฝึ
กให้
แม่
ชี
มี
สติ
และสามารถจั
บประเด็
นจาก
เรื่
องที่
รั
บฟั
งจนสามารถเข้
าใจเรื่
องราวได้
ชั
ดเจน จากเนื
อที่
เข้
าใจง่
ายและคลอบคลุ
ม จนกระทั่
งถึ
เนื
อหาที่
ซั
บซ้
อนมากขึ
น เพื่
อเป็
นการพั
ฒนาสติ
ในการเรี
ยนรู
เป็
นต้
นสอดคล้
องกั
บปรี
ดา เรื
องวิ
ชา
ธร (2553) กล่
าวว่
า การจั
ดการเรี
ยนการสอนต้
องมี
ความเหมาะสมกั
บความต้
องการของผู
เรี
ยนและ
ทํ
าให้
ผู
เรี
ยนสนใจในการเรี
ยนรู
ได้
อย่
างต่
อเนื่
อง
3.2.1แม่
ชี
ต้
องมี
ความกล้
าหาญในการแสดงออกทางด้
านความคิ
เริ่
มต้
นการเรี
ยนรู
ด้
านการพู
ดพั
ฒนาทั
กษะการพู
ด เป็
นการเพิ่
มทั
กษะในกิ
จกรรมฝึ
ปฏิ
บั
ติ
เน้
นการสื่
อสาร ภายในตั
วเอง ให้
เข้
าใจตนเองมากขึ
น มี
ความสามารถในการแสดงออก
ทางด้
านความคิ
ดดั
งนั
นเมื่
อเข้
ามาอบรมต้
องยอมรั
บเงื่
อนไขและข้
อตกลงระหว่
างผู
สอนและแม่
ชี
ที่
ต้
องการให้
แม่
ชี
สามารถแสดงความคิ
ดเห็
นในขอบเขตของเนื
อหากิ
จกรรมการเรี
ยนรู
เพื่
อผู
สอนจะ
ได้
รั
บรู
พั
ฒนาการของผู
เรี
ยนหรื
อสิ่
งใดที่
ควรปรั
บปรุ
งผู
สอนต้
องชี
แจงและสนั
บสนุ
นการเรี
ยนของ
แม่
ชี
ได้
อย่
างเต็
มที่
สอดคล้
องกั
บ อาภรณ์
ใจเที่
ยง (2550) การที่
ผู
เรี
ยนมี
ทั
กษะที่
แตกต่
างกั
จํ
าเป็
นต้
องมี
การแลกเปลี่
ยนเรี
ยนรู
ซึ
งกั
นและผู
เรี
ยนจะช่
วยส่
งเสริ
มการเรี
ยนรู
ร่
วมกั
จากการดํ
าเนิ
นการทั
ง 3 ระยะทํ
าให้
ผู
วิ
จั
ยค้
นพบว่
า รู
ปแบบโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบ
โรงเรี
ยนเพื่
อพั
ฒนาภาวะผู
นํ
าการเปลี่
ยนแปลงเชิ
งพุ
ทธที่
พั
ฒนาขึ
น โดยแสดงกรอบแนวคิ
ดในภาพ
ต่
อไปนี
แผนภาพที่
4
แสดงโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนเพื่
อพั
ฒนาภาวะผู
นํ
าการ
เปลี่
ยนแปลงเชิ
งพุ
ทธแต่
ละองค์
ประกอบที่
นํ
าไปดํ
าเนิ
นการโดยมี
รายละเอี
ยดดั
งนี
1...,240,241,242,243,244,245,246,247,248,249 251,252,253,254,255,256,257,258,259,260,...409
Powered by FlippingBook