228
2. การสร้
างกลไกเพื่
อให้
เกิ
ดการวางแผนการเรี
ยนรู
้
ร่
วมกั
น
ระหว่
างผู
้
สอนและผู
้
เรี
ยนซึ
่
งอาจกระทํ
าได้
โดยการตั
้
งกลุ่
มทํ
างานหรื
อการตกลง
ร่
วมกั
นสอดคล้
องกั
บสุ
วั
ฒน์
วั
ฒนวงศ์
(2547) กล่
าวว่
า การเรี
ยนสามารถจั
ดกลุ่
มทํ
างานเป็
นกลุ่
ม
ย่
อยได้
และแต่
ละกลุ่
มจะต้
องมี
การปฏิ
สั
มพั
นธ์
ร่
วมกั
น แบ่
งหน้
าที่
และมี
การวางแผนงานร่
วมกั
น
เพื่
อทํ
างานที่
ได้
รั
บมอบหมายให้
สํ
าเร็
จ
3. การวิ
เคราะห์
ความต้
องการการเรี
ยนรู
้
ของผู
้
เรี
ยนด้
วยการปฏิ
บั
ติ
เป็
นกลุ่
ม
โดยการจั
ดกิ
จกรรมกลุ่
ม จึ
งเป็
นการสร้
างโอกาสให้
ได้
เรี
ยนรู
้
เกี่
ยวกั
บการติ
ดต่
อ
สั
มพั
นธ์
กั
บผู
้
อื่
นในบรรยากาศที่
ส่
งเสริ
มซึ
่
งกั
นและกั
น โดยใช้
เทคนิ
คต่
างๆเช่
นการใช้
เทคนิ
คการ
ประเมิ
นตนเองและการอภิ
ปรายร่
วมกั
น เพื่
อให้
สมาชิ
กกลุ่
มจะพยายามช่
วยกลุ่
มและช่
วยบุ
คคลแต่
ละคนทํ
างานไปสู
่
จุ
ดมุ่
งหมาย สอดคล้
องกั
บ Joyce andWeil (1986) กล่
าวว่
า การเปิ
ดโอกาสให้
ผู
้
เรี
ยนได้
ติ
ดต่
อสั
มพั
นธ์
กั
บผู
้
อื่
นในการทํ
ากิ
จกรรมมากขึ
้
นเท่
าใด ผู
้
เรี
ยนจะสามารถพั
ฒนา
ความสามารถในการเรี
ยนรู
้
ได้
มากขึ
้
นเท่
านั
้
น
4. การกํ
าหนดวั
ตถุ
ประสงค์
ร่
วมกั
นและเรี
ยนรู
้
ด้
วยการปฏิ
บั
ติ
เป็
นกลุ่
ม
การที่
ผู
้
เรี
ยนเป็
นผู
้
กํ
าหนดวั
ตถุ
ประสงค์
ของการศึ
กษาของตนเอง การวิ
เคราะห์
ความต้
องการของตนเองและการยอมรั
บในสิ่
งที่
ตนเองระบุ
เองและใช้
การเรี
ยนรู
้
ด้
วยการปฏิ
บั
ติ
เป็
น
กลุ่
ม โดยการจั
ดกิ
จกรรมกลุ่
ม จึ
งเป็
นการสร้
างโอกาสให้
ได้
เรี
ยนรู
้
เกี่
ยวกั
บการติ
ดต่
อสั
มพั
นธ์
กั
บ
ผู
้
อื่
นในบรรยากาศที่
ส่
งเสริ
มซึ
่
งกั
นและกั
น สอดคล้
องกั
บ Boyle (1981) กล่
าวว่
า กํ
าหนด
วั
ตถุ
ประสงค์
การเรี
ยนรู
้
เป็
นการวิ
เคราะห์
ความต้
องการของตนเอง และนํ
าไปสู
่
ผลลั
พธ์
ของการ
เรี
ยนรู
้
ของผู
้
เรี
ยน
5. กํ
าหนดกิ
จกรรมการเรี
ยนรู
้
ที่
จู
งใจการเรี
ยนรู
้
เสริ
มสร้
างภาพพจน์
ตนเองและ
เรี
ยนรู
้
ด้
วยการปฏิ
บั
ติ
ฝึ
กฝนด้
วยตนเองและเป็
นกลุ่
ม เปิ
ดโอกาสให้
ได้
ใช้
ประสบการณ์
เดิ
มมาใช้
ในการจั
ดการเรี
ยนรู
้
อย่
างเต็
มที่
การเสริ
มสร้
างภาพพจน์
ที่
ดี
ต่
อตนเอง และการสร้
างแรงจู
งใจเพื่
อ
ส่
งเสริ
มการเรี
ยนรู
้
โดยใช้
คํ
าพู
ดด้
านบวก โดยที่
ผู
้
ที่
ต้
องการเปลี่
ยนแปลงจะนึ
กถึ
งตนเองในสิ่
งที่
ดี
โดยใช้
การเรี
ยนรู
้
ด้
วยการปฏิ
บั
ติ
และการฝึ
กฝน ให้
ผู
้
เรี
ยนสามารถค้
นหาคํ
าตอบที่
เป็
นของตนเอง
โดยมี
การดํ
าเนิ
นกิ
จกรรมที่
ยื
ดหยุ่
นตอบสนองผู
้
เรี
ยนสอดคล้
องกั
บวิ
ไลวรรณสั
นถวะโกมล (2522)
กล่
าวว่
า ลั
กษณะการเรี
ยนรู
้
อย่
างหลากหลายให้
เรี
ยนอย่
างมี
ความสุ
ขและเป็
นรู
ปแบบการเรี
ยนการ
สอนที่
ใช้
ได้
กั
บผู
้
เรี
ยนทุ
กระดั
บการศึ
กษา และใช้
การเรี
ยนรู
้
ด้
วยการปฏิ
บั
ติ
ด้
วยตนเองและเป็
นกลุ่
ม
เช่
น การฝึ
กปฏิ
บั
ติ
จริ
งแสดงบทบาทสมมติ
เป็
นต้
น