bk129 - page 155
147
เมื่
อเดื
อนกุ
มภาพั
นธ์
2555 หลั
งจากเข้
าอบรมผู
้
วิ
จั
ยนํ
าความรู
้
ที่
ได้
รั
บ ในเรื่
องการทํ
ากิ
จกรรมการ
พั
ฒนาความเป็
นผู
้
นํ
าในตนเอง และการพั
ฒนาความเป็
นผู
้
นํ
าในการทํ
างานร่
วมกั
นเพื่
อประโยชน์
ส่
วนร่
วม และนํ
าไปสู
่
การเปลี่
ยนแปลงที่
เหมาะสมต่
อสภาพสั
งคมและวั
ฒนธรรมในปั
จจุ
บั
นมา
ประยุ
กต์
ใช้
กั
บโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนเพื่
อพั
ฒนาภาวะผู
้
นํ
าการเปลี่
ยนแปลง
เชิ
งพุ
ทธสํ
าหรั
บแม่
ชี
ไทย โดยนํ
ากิ
จกรรมการพั
ฒนาภาวะผู
้
นํ
า ประกอบด้
วย ทั
กษะการพู
ดและ
การฟั
ง การเข้
าใจตนเองและผู
้
อื่
น คุ
ณสมบั
ติ
ของผู
้
นํ
า การแลกเปลี่
ยนประสบการณ์
การทํ
างาน
เป็
นที
ม การเขี
ยนโครงการและหลั
กธรรมของผู
้
นํ
า
2. เข้
าอบรมกิ
จกรรมตามแนวคิ
ดนี
โอฮิ
วแมนนิ
ส โดยวิ
ทยากรคื
อคุ
ณสั
นติ
ควรตระกู
ล
และกิ
จกรรมอาหารนี
โอ โดยวิ
ทยากร คื
อ ครู
เข็
มและกลุ่
มโยคี
นี
โอฮิ
วแมนนิ
ส และเข้
าอบรม
กิ
จกรรม “ผ่
อนพั
กตระหนั
กรู
้
ฟื
้
นฟู
หลั
งและสมดุ
ลแห่
งชี
วิ
ต”ณศู
นย์
ฝึ
กอบรมข้
าราชการหนองจอก
กรุ
งเทพมหานคร โดยวิ
ทยากรคื
ออาจารย์
ปรี
ดา เรื
องวิ
ชาธร และคณะของเสมสิ
ขาลั
ย เมื่
อเดื
อน
กั
นยายน 2553โดยนํ
าหลั
กการจั
ดกิ
จกรรมนี
โอฮิ
วแมนนิ
สและขั
้
นตอนการทํ
ากิ
จกรรม การทํ
าคลื่
น
สมองตํ
่
า การทํ
าโยคะสมาธิ
การเต้
นเกาชิ
กิ
และการผ่
อนคลายร่
างกายและจิ
ตใจด้
วยกิ
จกรรมการ
ตระหนั
กรู
้
ในตนเอง นํ
ามาประยุ
กต์
ใช้
ให้
สอดคล้
องและเหมาะสมตามเนื
้
อหากิ
จกรรมพั
ฒนาภาวะ
ผู
้
นํ
าการเปลี่
ยนแปลงเชิ
งพุ
ทธโดยใช้
วิ
ธี
การฝึ
กปฏิ
บั
ติ
จริ
งและให้
ผู
้
เข้
ารั
บการอบรมเกิ
ดแรงจู
งใจต่
อ
การเรี
ยนรู
้
มี
สมาธิ
ตระหนั
กรู
้
ภายในตนเอง เกิ
ดความเชื่
อมั่
น และช่
วยพั
ฒนาทั
กษะการเรี
ยนรู
้
ของ
ผู
้
เข้
าอบรมให้
มี
ประสิ
ทธิ
ภาพมากยิ
่
งขึ
้
นผู
้
วิ
จั
ยจึ
งได้
นํ
ากิ
จกรรมที่
ได้
ประยุ
กต์
ขึ
้
นมากํ
าหนดขอบเขต
ความรู
้
ของการจั
ดโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยน เพื่
อพั
ฒนาภาวะผู
้
นํ
าการเปลี่
ยนแปลง
เชิ
งพุ
ทธ เพื่
อจั
ดทํ
าโปรแกรมการฝึ
กอบรมให้
แม่
ชี
ไทยต่
อไป
3. การศึ
กษาเนื
้
อหาความรู
้
ที่
เกี่
ยวกั
บการพั
ฒนาภาวะผู
้
นํ
าทั
้
ง 8ด้
านของปรี
ดา เรื
องวิ
ชาธร
(2551) ประกอบด้
วย 1. มี
คุ
ณธรรมอั
นประเสริ
ฐประจํ
าใจ กํ
ากั
บตั
วเอง และปฏิ
บั
ติ
ต่
อผู
้
อื่
น 2.
ทั
กษะในการติ
ดต่
อสื่
อสาร 3.ทั
กษะในการสั
งเกตเพื่
อมองคนให้
เห็
นลึ
กถึ
งศั
กยภาพภายใน 4. มี
ความสมดุ
ลระหว่
างและความกล้
าในการตั
ดสิ
นใจ และการไตร่
ตรองอย่
างรอบคอบ 5. มี
จิ
ตใจใฝ่
เรี
ยนรู
้
เพื่
อหาความจริ
งและลึ
กซึ
้
งยิ่
งขึ
้
น 6. มี
ความยื
ดหยุ่
นไม่
ยึ
ดมั่
นติ
ดกรอบความคิ
ดอย่
างตายตั
ว
7. มี
ทั
กษะและประสบการณ์
ในการมองเห็
นการเปลี่
ยนแปลงของสั
งคม และ 8. มี
จิ
ตใจที่
เป็
นผู
้
เริ่
ม
กระทํ
าก่
อน เพื่
อนํ
ามาใช้
ในกิ
จกรรมการเรี
ยนรู
้
4. ผู
้
วิ
จั
ยนํ
าผลความต้
องการเรี
ยนรู
้
ในเรื่
องการพั
ฒนาภาวะผู
้
นํ
าการเปลี่
ยนแปลงเชิ
งพุ
ทธ
สํ
าหรั
บแม่
ชี
ไทยที่
ได้
จากการวิ
เคราะห์
ในขั
้
นตอนที่
2 และการประยุ
กต์
เนื
้
อหาจากการอบรมมา
สร้
างแผนการเรี
ยนรู
้
โดยใช้
กระบวนการเรี
ยนการสอนผู
้
ใหญ่
ที่
ผสมผสานแนวคิ
ดกระบวนการ
เรี
ยนการสอนผู
้
ใหญ่
ของKnowles (1980) และหลั
กการจั
ดกิ
จกรรมตามแนวคิ
ดนี
โอฮิ
วแมนนิ
ส
1...,145,146,147,148,149,150,151,152,153,154
156,157,158,159,160,161,162,163,164,165,...409