bk129 - page 111

103
การอธิ
บายผู
นํ
ามี
ฐานะและบทบาทสู
งกว่
าบุ
คคลทั่
วไป และภาวะดั
งกล่
าวแสดง
บทบาทอํ
านาจอิ
ทธิ
พลและความสามารถในการเคารพพระพุ
ทธศาสนาสมาชิ
กหรื
อผู
ตามปฏิ
บั
ติ
ตามความคิ
ดความต้
องการภาวะที่
มี
อิ
ทธิ
พลเหนื
อความคิ
ดและพฤติ
กรรมของผู
อื่
นนั
นแสดงความ
เป็
นผู
นํ
า โดยการใช้
บทบาทการทํ
างานของผู
นํ
าการเปลี่
ยนแปลงเชิ
งพุ
ทธที่
สามารถสร้
างประโยชน์
กั
บสมาชิ
กและผู
ตามให้
ได้
รั
บประโยชน์
โดยถ้
วนกั
สรุ
ปได้
ว่
าการนํ
าเนื
อหาการพั
ฒนาภาวะผู
นํ
าของปรี
ดา เรื
องวิ
ชาธร (2551)และนํ
หลั
กธรรมของผู
นํ
าในพระพุ
ทธศาสนาบางหมวดธรรมมาใช้
สนั
บสนุ
นเนื
อหาการพั
ฒนาภาวะผู
นํ
เพื่
อส่
งเสริ
มให้
เกิ
ดการพั
ฒนาภาวะผู
นํ
าการเปลี่
ยนแปลงเชิ
งพุ
ทธสํ
าหรั
บแม่
ชี
ไทยดั
งนี
พระธรรมปิ
ฎก (ป.อ.ปยุ
ตฺ
โต) (2545) ระบุ
ไว้
ในหลั
กพุ
ทธธรรมว่
ามรรคมี
องค์
8 มี
ดั
งนี
1. สั
มมาทิ
ฏฐิ
หมายถึ
ง ความคิ
ดเห็
น ความเข้
าใจที่
ดี
งามถู
กต้
อง เป็
น การเข้
าใจถู
หรื
อการเห็
นชอบคื
อความรู
ความเข้
าใจอย่
างถ่
องแท้
ในอริ
ยสั
จ 4 รู
และเข้
าใจกุ
ศลและอกุ
ศลมู
ไตรลั
กษณ์
และปฏิ
จจสมุ
ปบาทกฎธรรมชาติ
และความเป็
นไปของโลก
ธรรมที่
เกี่
ยวกั
บความรู
สึ
กนึ
กคิ
ด เกี่
ยวกั
บจิ
ตใจความเสื่
อมความเจริ
ญของจิ
ตใจความ
เดื
อดร้
อนและความสงบสุ
ขของจิ
ตใจจํ
าเป็
นต้
องนํ
ามาใช้
ในชี
วิ
ตประจํ
าวั
เมื่
อผู
นํ
าใดที่
มี
สั
มมาทิ
ฏฐิ
เป็
นที่
ตั
งในการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตผู
นํ
านั
นจะมี
ความคิ
ดที่
นํ
าไปสู
การ
กระทํ
า และคํ
าพู
ดในทางที่
ถู
กต้
อง เช่
น เมื่
อเกิ
ดปั
ญหาผู
นํ
าจะศึ
กษาปั
ญหาหรื
อเหตุ
แห่
งปั
ญหาที่
เป็
ทุ
กข์
จนถึ
งแก่
นให้
รู
ถึ
งความจริ
งที่
ถ่
องแท้
สาวไปหาเหตุ
ปั
จจั
ยโดยปราศจากอคติ
และกิ
เลสตั
ณหา
ใดๆ เพื่
อนํ
าไปสู
ปั
ญญาเพื่
อความเข้
าใจในการแก้
ไขปั
ญหาและเหตุ
การณ์
ต่
างๆที่
เกิ
ดขึ
2. สั
มมาสั
งกั
ปปะคื
อความคิ
ดชอบหมายถึ
งความคิ
ดที่
ถู
กต้
อง วางแนวจิ
ตของตนไว้
ในทางที่
จะก่
อให้
เกิ
ดคุ
ณประโยชน์
ทั
งแก่
ตนเองและผู
อื่
น และในการต่
อสู
อุ
ปสรรค เมื่
อผู
นํ
ามี
ความคิ
ดที่
ถู
กต้
องอั
นสื
บเนื่
องมาจากความเห็
นที่
ถู
กต้
องโดยมี
โยนิ
โสมนสิ
การเป็
นฐานผู
นํ
าสามารถ
กํ
าจั
ดความหลงผิ
ดต่
างๆออกไปจากความคิ
ดได้
แม้
แต่
การได้
รั
บข้
อมู
ลต่
างๆจากแหล่
งของปั
ญญาที่
เป็
นกั
ลยาณมิ
ตรทั
งหลาย ยั
งต้
องอาศั
ยโยนิ
โสมนสิ
การ พิ
จารณาว่
า แหล่
งปั
ญญานั
นๆ ถู
กต้
อง
หรื
อไม่
และข้
อมู
ลความรู
ต่
างๆที่
ได้
มานั
นถู
กต้
องเป็
นจริ
งหรื
อไม่
เพราะถ้
าได้
ข้
อมู
ลที่
ไม่
ถู
กต้
อง
อาจพาให้
ตนเข้
าใจผิ
ดและคิ
ดผิ
ดมากขึ
นไปอี
กความสํ
าคั
ญของโยนิ
โสมนสิ
การอี
กประการหนึ
3. สั
มมาวาจาคื
อการมี
วาจาชอบบุ
คคลผู
มี
วาจาเป็
นกุ
ศลย่
อมสร้
างกุ
ศลและนํ
ากุ
ศลมา
สู
ตนการมี
สั
มมาวาจานั
นนอกจากการยึ
ดมั่
นในการไม่
ละเมิ
ดศี
ลข้
อ 4 ดั
งกล่
าวไว้
ในข้
างต้
นแล้
วยั
มี
เพิ
มเติ
มในการมี
สั
มมาวาจาที่
สมบู
รณ์
สํ
าหรั
บผู
นํ
าดั
งนี
1...,101,102,103,104,105,106,107,108,109,110 112,113,114,115,116,117,118,119,120,121,...409
Powered by FlippingBook