108
ของตนเองสามารถปฏิ
บั
ติ
งานได้
และให้
คํ
าแนะนํ
าได้
ซึ
่
งจะทํ
าให้
ผู
้
ใต้
บั
งคั
บบั
ญชามี
ความเชื่
อถื
อ
ศรั
ทธา และให้
ความร่
วมมื
อในการปฏิ
บั
ติ
งานอย่
างเต็
มใจสอดคล้
องพระธรรมปิ
ฎก (ป.อ. ปยุ
ตฺ
โต)
(2545)ได้
กล่
าวว่
า การมี
ความขวนขวายใฝ่
เรี
ยนรู
้
และให้
รู
้
อย่
างถ่
องแท้
ตรงกั
บธรรมในข้
อครุ
คื
อ
น่
าเคารพ เป็
นที่
พึ
่
งได้
คื
อ ในฐานประพฤติ
สมควรแก่
ฐานะ ให้
เกิ
ดความรู
้
สึ
กอบอุ่
นใจเป็
นที่
พึ
่
งได้
และปลอดภั
ย
6. มี
ความยื
ดหยุ่
นพลิ
กแพลงและไม่
ติ
ดกรอบความคิ
ดอย่
างตายตั
ว
ปรี
ดา เรื
องวิ
ชาธร (2551) ได้
อธิ
บายว่
า ผู
้
นํ
าควรพร้
อมที่
จะเรี
ยนรู
้
สิ่
งใหม่
บทเรี
ยนใหม่
ด้
วยความใจกว้
างและด้
วยความรู
้
สึ
กสนุ
กชวนให้
ท้
าทายกั
บปรากฏการณ์
ที่
เกิ
ดขึ
้
นใหม่
จึ
งต้
องพร้
อม
ที่
จะยื
ดหยุ่
นพลิ
กแพลงความรู
้
ความคิ
ดหรื
อเปลี่
ยนความเชื่
อ เพื่
อมุ่
งสู
่
วิ
ถี
ปฏิ
บั
ติ
ที่
มี
ความสดใหม่
โดย
ไม่
ยึ
ดติ
ดกรอบความคิ
ดและกํ
าแพงประสบการณ์
เดิ
มสอดคล้
องกั
บพระธรรมปิ
ฎก (ป.อ. ปยุ
ตฺ
โต)
(2545)ได้
กล่
าวว่
า ข้
อภาวนี
โย คื
อน่
าเจริ
ญใจหรื
อน่
ายกย่
องในฐานของผู
้
ทรงคุ
ณความรู
้
และภู
มิ
ปั
ญญาแท้
จริ
งทั
้
งเป็
นผู
้
ที่
พั
ฒนาและปรั
บปรุ
งตนเองอยู
่
เสมอ
7. มี
ทั
กษะและประสบการณ์
ในการมองเห็
นเปลี่
ยนแปลงของสั
งคม
ปรี
ดา เรื
องวิ
ชาธร (2551)ได้
อธิ
บายว่
า เป็
นการมองเห็
นพลวั
ตของขบวนการ
เปลี่
ยนแปลงสั
งคมในภาพรวมและสามารถประเมิ
นกลั
บมาเป็
นวิ
สั
ยทั
ศน์
และทิ
ศทางการทํ
างานใน
มุ
มกว้
างขององค์
กรได้
ชั
ดเจนสอดคล้
องกั
บสถานการณ์
นอกองค์
กรสอดคล้
องกั
บพระธรรมปิ
ฎก
(ป.อ. ปยุ
ตฺ
โต) (2545)ได้
กล่
าวว่
า ผู
้
นํ
าที่
ดี
ควรมี
การพั
ฒนาตนเองอย่
างต่
อเนื่
องเพื่
อให้
สามารถเข้
าใจ
ถึ
งความเปลี่
ยนแปลงแห่
งโลกอย่
างแท้
จริ
ง เพื่
อให้
สามารถนํ
าพามวลชนและองค์
กรไปสู
่
จุ
ดหมายได้
ตามเป้
าหมายที่
วางไว้
คื
อ อั
ตตั
ญญุ
ตาหมายถึ
ง รู
้
ตนรู
้
ว่
าตนเองมี
คุ
ณสมบั
ติ
มี
ความสามารถอย่
างไร
และต้
องรู
้
จั
กพั
ฒนาตนเองอย่
างสมํ
่
าเสมอ ผู
้
นํ
าที่
ดี
นั
้
นจะต้
องสํ
ารวจตนเองอยู
่
เสมอว่
าตนเองมี
จุ
ดอ่
อนจุ
ดแข็
งอะไร แล้
วดํ
าเนิ
นการปรั
บปรุ
งจุ
ดอ่
อนของตน ในขณะเดี
ยวกั
นก็
พั
ฒนาจุ
ดแข็
งของ
ตนให้
ดี
ขึ
้
นเรื่
อย
8. มี
จิ
ตใจที่
เป็
นผู
้
เริ่
มกระทํ
าก่
อน
ปรี
ดา เรื
องวิ
ชาธร(2551)ได้
อธิ
บายว่
า มี
ความพร้
อมและความกล้
าหาญที่
จะเผชิ
ญ
ความเป็
นจริ
ง ผู
้
ที่
มี
จิ
ตใจใฝ่
กระทํ
าก่
อนมั
กจะเป็
นผู
้
สามารถกํ
าหนดหรื
อปรั
บเปลี่
ยนเงื่
อนไขปั
จจั
ย
ต่
างๆ ให้
เกิ
ดเป็
นทางออกใหม่
ๆของปั
ญหานั
้
นๆ ได้
จิ
ตใจดั
งกล่
าวยั
งเป็
นปั
จจั
ยสํ
าคั
ญในการจุ
ด
ประกายให้
ผู
้
อื่
นเกิ
ดความสนใจในสิ่
งที่
ผู
้
นํ
าเสนอ ให้
ความร่
วมมื
อได้
ไม่
ยาก โดยมี
ความสอดคล้
อง
กั
บพระธรรมปิ
ฎก (2544) ได้
กล่
าวว่
า การเป็
นผู
้
ที่
มี
ความกล้
าหาญ ในการเผชิ
ญหน้
ากั
บอุ
ปสรรค
ปั
ญหา การแก้
ไขปั
ญหา การตั
ดสิ
นใจการแสดงออก และการรั
บผิ
ดชอบต่
อทุ
กสถานการณ์
รู
้
ทั
น
ปั
ญหาและอุ
ปสรรคอั
นนํ
าไปสู
่
การแก้
ไขปั
ญหาได้
ดี
หลั
กธรรมสั
มมาสั
งกั
ปปะ คื
อ ความคิ
ดที่