bk129 - page 115

107
การกล่
าวคํ
าสุ
ภาพไพเราะอ่
อนหวานสมานสามั
คคี
ให้
เกิ
ดไมตรี
และความรั
กใคร่
นั
บถื
อตลอดถึ
งคํ
แสดงประโยชน์
ประกอบด้
วยเหตุ
ผลเป็
นหลั
กฐานจู
งใจให้
นิ
ยมตามการคื
อ ปิ
โย”แปลว่
า “ผู
เป็
นที่
รั
กล่
าวคื
อผู
ร่
วมงานหรื
อผู
ร่
วมไปด้
วยกั
นหรื
อจะเรี
ยกผู
ตามก็
แล้
วแต่
ก็
จะมี
ความรั
กมี
ความรู
สึ
สนิ
ทสนมสบายใจต่
อผู
นํ
านั
น เสริ
มความรู
สึ
กอยากร่
วมไปด้
วยให้
หนั
กแน่
นมากขึ
นทั
งร่
วมใจและ
ร่
วมมื
3. ทั
กษะในการสั
งเกตเพื่
อมองคนให้
เห็
นลึ
กถึ
งศั
กยภาพภายใน
ปรี
ดา เรื
องวิ
ชาธร (2551)ได้
อธิ
บายว่
า เป็
นความสามารถที่
เห็
นจุ
ดแข็
ง จุ
ดอ่
อนของผู
อื่
พร้
อมกั
บเอื
อเฟ้
อโอกาสดึ
งศั
กยภาพมาอั
นเป็
นจุ
ดแข็
งให้
ปรากฎออกมา เพื่
อมอบหมายความ
รั
บผิ
ดชอบได้
ตรงกั
บศั
กยภาพและฉั
นทะของแต่
ละคนสอดคล้
องกั
บ พระธรรมปิ
ฎก (ป.อ. ปยุ
ตฺ
โต) (2545) กล่
าวว่
า ผู
นํ
าที่
ดี
ตามหลั
กปุ
คคลปโรปรั
ญญุ
ตานั
นจะต้
องรู
บุ
คคลประเภทของบุ
คคลที่
จะต้
องเกี่
ยวข้
องด้
วยโดยเฉพาะผู
ร่
วมงานผู
ร่
วมปฏิ
บั
ติ
งานและดํ
าเนิ
นการไปด้
วยกั
น เพื่
อให้
สามารถ
ปฏิ
บั
ติ
ต่
อเขาอย่
างถู
กต้
องเหมาะสมและได้
ผลตลอดจนสามารถเลื
อกใช้
คนให้
เหมาะสมกั
บงานใน
การบริ
หารกิ
จการงานทุ
กๆด้
านก็
เพื่
อทํ
าให้
เกิ
ดประโยชน์
และความก้
าวหน้
าทั
งแก่
ผู
ปฏิ
บั
ติ
งานหมู
คณะและองค์
กรตามเป้
าหมายที่
ได้
วางไว้
ผู
นํ
าที่
ดี
จะต้
องรู
จั
กเลื
อกบุ
คคลผู
เป็
นคนดี
ผู
เป็
นบั
ณฑิ
เพื่
อก่
อให้
เกิ
ดประโยชน์
แก่
ตนเองหมู
คณะและสั
งคม เพราะการเลื
อกคบคนไม่
ดี
หรื
อคนพาล ย่
อม
นํ
ามาซึ
งความหายนะแก่
ตนเองหมู
คณะและสั
งคมดั
งนั
นผู
นํ
าที่
ดี
จึ
งควรพิ
จารณาวิ
เคราะห์
ในการ
เลื
อกคบคนดี
เพื่
อให้
สามารถนํ
าความสุ
ขความเจริ
ญก้
าวหน้
ามาสู
ตนเองหมู
คณะและองค์
กรได้
ตลอดไป
4. มี
ความสมดุ
ลระหว่
างและความกล้
าในการตั
ดสิ
นใจและการไตร่
ตรองอย่
างรอบคอบ
ปรี
ดา เรื
องวิ
ชาธร(2551)ได้
อธิ
บายว่
า เป็
นการศึ
กษาและวิ
เคราะห์
ข้
อมู
ลต่
างๆรวมถึ
ข้
อเสนอจากการแลกเปลี่
ยนอย่
างรอบด้
าน เมื่
อชั
ดเจนดี
แล้
วก็
ไม่
ลั
งเลที่
จะตั
ดสิ
นใจกระทํ
าและกล้
าที่
จะรั
บผิ
ดชอบผลที่
เกิ
ดขึ
นไม่
ว่
าจะออกมาสํ
าเร็
จหรื
อล้
มเหลวก็
ตาม แม้
เมื่
อตั
ดสิ
นใจผิ
ดพลาดก็
มี
ความกล้
าที่
จะยอมรั
บความผิ
ดพลาดนั
น สอดคล้
องกั
บพระธรรมปิ
ฎก (ป.อ. ปยุ
ตฺ
โต) (2545)ได้
กล่
าวว่
าการหมั่
นใช้
ปั
ญญา พิ
จารณาใคร่
ครวญตรวจตราหาเหตุ
ผล และตรวจสอบข้
อบกพร่
อง
ขั
ดข้
องในสิ่
งที่
ทํ
านั
นคื
อ วิ
มั
งสา
โดยรู
จั
กทดลอง วางแผน วั
ดผลคิ
ดค้
นวิ
ธี
แก้
ไขปรั
บปรุ
ง เพื่
จั
ดการและดํ
าเนิ
นงานนั
นให้
ได้
ผลดี
ยิ่
งขึ
นไป
5. มี
จิ
ตใจใฝ่
เรี
ยนรู
เพื่
อหาความจริ
งและลึ
กซึ
งยิ่
งขึ
ปรี
ดา เรื
องวิ
ชาธร (2551) ได้
อธิ
บายว่
า การมี
จิ
ตวิ
ญญาณแห่
งการเรี
ยนรู
พร้
อมที่
จะ
ขวนขวายแสวงหาความจริ
งอยู
เสมอย่
อมทํ
าให้
ผู
นํ
ามี
ทั
กษะและประสบการณ์
ที่
เพิ่
มพู
นรอบด้
าน
สอดคล้
องกั
บเนตร์
พั
ณณา ยาวิ
ราช (2537)ได้
กล่
าวว่
า ผู
นํ
าจั
กต้
องศึ
กษาให้
เข้
าใจถ่
องแท้
ในหน้
าที่
1...,105,106,107,108,109,110,111,112,113,114 116,117,118,119,120,121,122,123,124,125,...409
Powered by FlippingBook