21
ได
ตลอดชี
วิ
ตสอดคล
องกั
บอาชั
ญญา รั
ตนอุ
บล(2554) ที่
สรุ
ปว
า การเรี
ยนตลอดชี
วิ
ตกลายเป
นความ
จํ
าเป
นของมนุ
ษย
ในสั
งคมป
จจุ
บั
นอย
างยิ่
ง
การประชุ
มระหว
างชาติ
ว
าด
วยการศึ
กษาผู
ใหญ
(WorldConference onAdult Education)ที่
จั
ดโดยUNESCO ที่
กรุ
งมอนตรี
อั
ลประเทศแคนาดา ในป
ค.ศ.1960 การประชุ
มที่
กรุ
งโตเกี
ยว
ประเทศญี่
ปุ
นค.ศ.1972 และที่
กรุ
งไนโรบี
ค.ศ.1986 ได
พั
ฒนาแนวคิ
ดการศึ
กษาตลอดชี
วิ
ตอั
นมี
สาระสํ
าคั
ญดั
งนี้
1. มนุ
ษย
แสวงหาความรู
และพั
ฒนาตนเองอยู
ตลอดเวลา เพราะมนุ
ษย
เราเรี
ยนรู
จาก
ธรรมชาติ
สิ่
งแวดล
อมและสั
งคมทุ
กขณะ เช
นจากการทํ
ามาหากิ
นการเล
นการพั
กผ
อนการเข
าร
วม
พิ
ธี
กรรมและการสมาคม เป
นต
น
2. การศึ
กษาที่
แท
จริ
งไม
ได
จํ
ากั
ดแต
เพี
ยงในโรงเรี
ยนแต
ครอบคลุ
มถึ
งการศึ
กษานอกระบบ
โรงเรี
ยนการศึ
กษาตามอั
ธยาศั
ยการศึ
กษาเกิ
ดได
ตามโอกาสจึ
งไม
มี
วั
นสิ้
นสุ
ด
3. การศึ
กษาตลอดชี
วิ
ตเป
ดโอกาสให
คนทั่
วไปได
รั
บการศึ
กษา เพราะสามารถเลื
อกเรี
ยน
ตามรู
ปแบบที่
ตนต
องการยื
ดหยุ
นได
ตามโอกาสทุ
กคนสามารถ เรี
ยนรู
ได
จากทุ
กแห
งตามโอกาสจะ
อํ
านวยดั
งนั้
น มนุ
ษย
จึ
งมี
โอกาสที่
จะพั
ฒนาชี
วิ
ตให
สมบู
รณ
ยิ่
งขึ้
น โดยการศึ
กษาอย
างไม
มี
จุ
ดจบไป
ตลอดชี
วิ
ต
การศึ
กษาตลอดชี
วิ
ต ได
ถู
กระบุ
ไว
ในแผนการศึ
กษาแห
งชาติ
พ.ศ. 2520 เป
นครั้
งแรก โดย
กล
าวถึ
งความมุ
งหมายของการศึ
กษาว
า การศึ
กษาเป
นกระบวนการต
อเนื่
องตลอดชี
วิ
ตและได
มี
การ
กล
าวถึ
งการศึ
กษาตลอดชี
วิ
ตอย
างกว
างขวางทั้
งในแผนพั
ฒนาการศึ
กษาและนโยบายพั
ฒนา
การศึ
กษา จนกระทั่
งประเทศไทยได
ประกาศใช
ในพระราชบั
ญญั
ติ
การศึ
กษาแห
งชาติ
พ.ศ. 2542
และที่
แก
ไขเพิ่
มเติ
ม (ฉบั
บที่
2) พ.ศ.2545 ในพระราชบั
ญญั
ติ
การศึ
กษาฉบั
บนี้
ได
ถื
อว
า การศึ
กษา
ตลอดชี
วิ
ต เป
นแนวทางหลั
กในการจั
ดการศึ
กษาของประเทศสื
บต
อมาจนถึ
งป
จจุ
บั
น การปฏิ
รู
ป
การศึ
กษาในทศวรรษที่
สอง ระหว
างป
พ.ศ. 2552-2561 บนฐานของหลั
กการและแนวทางแห
ง
พระราชบั
ญญั
ติ
การศึ
กษาแห
งชาติ
พ.ศ. 2542 และที่
แก
ไขเพิ่
มเติ
ม (ฉบั
บที่
2) พ.ศ.2545 ได
กํ
าหนด
วิ
สั
ยทั
ศน
ในการปฏิ
รู
ปการศึ
กษาเพื่
อมุ
งเน
นให
คนไทยได
เรี
ยนรู
ตลอดชี
วิ
ตอย
างมี
คุ
ณภาพ โดยมี
เป
าหมายหลั
ก 3 ประการ คื
อพั
ฒนาคุ
ณภาพและมาตรฐานการศึ
กษาและเรี
ยนรู
ของคนไทย เพิ่
ม
โอกาสทางการศึ
กษาและเรี
ยนอย
างทั่
วถึ
งมี
คุ
ณภาพและส
งเสริ
มการมี
ส
วนร
วมของทุ
กภาคส
วนของ
สั
งคมในการบริ
หารและจั
ดการศึ
กษา (สํ
านั
กงานเลขาธิ
การสภาการศึ
กษา, 2552)
ท
ามกลางการเปลี่
ยนแปลงของโลกาภิ
วั
ตน
ประชาชนต
องการการเรี
ยนรู
ตลอดชี
วิ
ตมาก
ที่
สุ
ด เพราะไม
มี
สาระการเรี
ยนรู
ใดที่
จั
ดในระบบโรงเรี
ยนปรั
บเปลี่
ยนได
ทั
นกั
บความเปลี่
ยนแปลง
ดั
งนั้
นการมี
ชี
วิ
ตอยู
รอดในสั
งคมนั้
น เป
นสิ
ทธิ์
ขั้
นพื้
นฐานของมนุ
ษย
ทุ
กคนและการมี
ชี
วิ
ตอยู
ได
นั้
น