11
การเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมสํ
าหรั
บประชาชนผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนผู
วิ
จั
ยนํ
า
แนวคิ
ดในเรื่
องการเรี
ยนรู
เพื่
อการปรั
บเปลี่
ยนมโนทั
ศน
(Transformative Learning) มาใช
เนื่
องจาก
เป
นกระบวนการเรี
ยนรู
เพื่
อการเปลี่
ยนแปลงจากภายในมุ
งนํ
าบุ
คคลไปสู
การเปลี่
ยนแปลงตั
วเอง เพื่
อ
หลุ
ดพ
นจากสภาพป
ญหาหรื
อความรู
สึ
กไม
พึ
งพอใจในสภาพการณ
ที่
เป
นอยู
(Emancipatory
Learning) และสามารถกระตุ
นให
ทุ
กคนมี
ส
วนร
วมในการแสวงหาความรู
เพื่
อการเปลี่
ยนแปลงโดย
สามารถพั
ฒนาให
ผู
เรี
ยนคิ
ดวิ
เคราะห
ได
อย
างมี
เหตุ
ผลมี
ความเสมอภาคและเท
าเที
ยมกั
นในการร
วม
แสดงออกและที่
สํ
าคั
ญสามารถนํ
าความรู
ที่
ได
รั
บไปใช
ในการพั
ฒนาหรื
อแก
ไขป
ญหาอั
น
เนื่
องมาจากความต
องการทั้
งส
วนตั
วและสั
งคม (Mezirow, 1991)
ทฤษฎี
การเรี
ยนรู
เพื่
อการปรั
บเปลี่
ยนมโนทั
ศน
(Transformative Learning) หมายถึ
ง
กระบวนการที่
บุ
คคลเริ่
มตระหนั
กว
าเงื่
อนไขที่
ถู
กกํ
าหนดไว
แล
วมี
ผลต
อวิ
ธี
คิ
ด วิ
ธี
การรั
บรู
ความ
เข
าใจในความรู
สึ
กของคน ต
อโลกรอบๆตั
วอย
างไร และทํ
าไมจึ
งมี
ผลกระทบเช
นนั้
น เมื่
อรู
สึ
ก
เช
นนั้
นได
แล
วคนจะเริ่
มพั
ฒนาสมมติ
ฐานใหม
ขึ้
นเพื่
อให
ตนเองเกิ
ดมโนทั
ศน
ใหม
ที่
เป
ดกว
างชั
ดเจน
มี
ความเป
นไปได
และสามารถหล
อหลอมเข
ากั
บประสบการณ
เก
า จากนั้
นบุ
คคลจะสามารถทํ
าการ
ตั
ดสิ
นใจหรื
อปฏิ
บั
ติ
ตามมโนทั
ศน
ใหม
นั้
น โดยมี
ขั้
นตอนดั
งต
อไปนี้
1) ตระหนั
กว
าสมมติ
ฐานและ
แนวคิ
ดต
างๆมี
ผลต
อการคิ
ดอย
างไรและทํ
าไมสมมติ
ฐานเหล
านั้
นจึ
งมี
ผลต
อกระบวนการคิ
ดความ
เข
าใจ และความรู
สึ
กของตน และต
อสิ่
งต
าง ๆ รอบตั
ว 2) บุ
คคลเริ่
มปรั
บเปลี่
ยนกรอบความคิ
ด
ลั
กษณะนิ
สั
ย ที่
จะช
วยให
เกิ
ดมโนทั
ศน
ใหม
ที่
มี
ความครอบคลุ
มและชั
ดเจน และเป
นมโนทั
ศน
ที่
คํ
านึ
งถึ
งองค
ประกอบหลายๆด
านและ 3) บุ
คคลปฏิ
บั
ติ
หรื
อทํ
าการตั
ดสิ
นใจในเรื่
องต
างๆ โดยใช
ความรู
สึ
กความเข
าใจที่
พั
ฒนาขึ้
นมาใหม
หรื
อใช
มโนทั
ศน
ใหม
นี้
เป
นแนวทางการปฏิ
บั
ติ
(ชิ
ดชงค
ส. นั
นทนาเนตร, 2549)
ดั
งนั้
นผู
วิ
จั
ยมี
ความเห็
นว
า มี
ความเหมาะสมกั
บการพั
ฒนาโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบ
โรงเรี
ยนตามแนวคิ
ดของบอยล
เพื่
อเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมสํ
าหรั
บประชาชนผู
จั
ด
รายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนเนื่
องจาก การเรี
ยนรู
เพื่
อการปรั
บเปลี่
ยนมโนทั
ศน
คื
อการเรี
ยนรู
เพื่
อการ
เปลี่
ยนแปลงจากภายในตั
วของผู
เรี
ยนเองทั้
งความรู
ทั
ศนคติ
ความเชื่
อพฤติ
กรรมบุ
คลิ
กลั
กษณะ
นิ
สั
ย โลกทั
ศน
การดํ
ารงชี
วิ
ตความคิ
ดและมุ
มมอง เกี่
ยวกั
บตนเองหรื
อจากรากฐานของบุ
คคลและ
สิ่
งแวดล
อม จนนํ
าตนเองไปสู
การตั
ดสิ
นใจในบทบาทใดบทบาทหนึ่
ง เพื่
อตนเองและสั
งคมถื
อว
า
เป
นการเปลี่
ยนแปลงเชิ
งบวกอย
างถาวรซึ่
งสอดคล
องกั
บบุ
ญส
ง จั
นทร
ส
องรั
ศมี
(2549) กล
าวว
า
วิ
ทยุ
ชุ
มชนไม
ใช
แค
สถานี
ออกอากาศที่
มี
ดี
เจเต็
มสถานี
แต
เป
นโรงเรี
ยน โรงพยาบาลและเป
นสถานี
ฝ
กงานที่
ยิ่
งใหญ
กว
าที่
ฝ
กงานธรรมดา เพราะมี
กระบวนการแลกเปลี่
ยนข
าวสารที่
ก
อให
เกิ
ดป
ญญา
นอกจากนั้
นยั
งฝ
กวั
ฒนธรรมใหม
ในการประชุ
ม ร
วมกั
นบริ
หารจั
ดการ ทั้
งนี้
การใช
วิ
ทยุ
เป
น