bk128 - page 21

11
การเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมสํ
าหรั
บประชาชนผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนผู
วิ
จั
ยนํ
แนวคิ
ดในเรื่
องการเรี
ยนรู
เพื่
อการปรั
บเปลี่
ยนมโนทั
ศน
(Transformative Learning) มาใช
เนื่
องจาก
เป
นกระบวนการเรี
ยนรู
เพื่
อการเปลี่
ยนแปลงจากภายในมุ
งนํ
าบุ
คคลไปสู
การเปลี่
ยนแปลงตั
วเอง เพื่
หลุ
ดพ
นจากสภาพป
ญหาหรื
อความรู
สึ
กไม
พึ
งพอใจในสภาพการณ
ที่
เป
นอยู
(Emancipatory
Learning) และสามารถกระตุ
นให
ทุ
กคนมี
ส
วนร
วมในการแสวงหาความรู
เพื่
อการเปลี่
ยนแปลงโดย
สามารถพั
ฒนาให
ผู
เรี
ยนคิ
ดวิ
เคราะห
ได
อย
างมี
เหตุ
ผลมี
ความเสมอภาคและเท
าเที
ยมกั
นในการร
วม
แสดงออกและที่
สํ
าคั
ญสามารถนํ
าความรู
ที่
ได
รั
บไปใช
ในการพั
ฒนาหรื
อแก
ไขป
ญหาอั
เนื่
องมาจากความต
องการทั้
งส
วนตั
วและสั
งคม (Mezirow, 1991)
ทฤษฎี
การเรี
ยนรู
เพื่
อการปรั
บเปลี่
ยนมโนทั
ศน
(Transformative Learning) หมายถึ
กระบวนการที่
บุ
คคลเริ่
มตระหนั
กว
าเงื่
อนไขที่
ถู
กกํ
าหนดไว
แล
วมี
ผลต
อวิ
ธี
คิ
ด วิ
ธี
การรั
บรู
ความ
เข
าใจในความรู
สึ
กของคน ต
อโลกรอบๆตั
วอย
างไร และทํ
าไมจึ
งมี
ผลกระทบเช
นนั้
น เมื่
อรู
สึ
เช
นนั้
นได
แล
วคนจะเริ่
มพั
ฒนาสมมติ
ฐานใหม
ขึ้
นเพื่
อให
ตนเองเกิ
ดมโนทั
ศน
ใหม
ที่
เป
ดกว
างชั
ดเจน
มี
ความเป
นไปได
และสามารถหล
อหลอมเข
ากั
บประสบการณ
เก
า จากนั้
นบุ
คคลจะสามารถทํ
าการ
ตั
ดสิ
นใจหรื
อปฏิ
บั
ติ
ตามมโนทั
ศน
ใหม
นั้
น โดยมี
ขั้
นตอนดั
งต
อไปนี้
1) ตระหนั
กว
าสมมติ
ฐานและ
แนวคิ
ดต
างๆมี
ผลต
อการคิ
ดอย
างไรและทํ
าไมสมมติ
ฐานเหล
านั้
นจึ
งมี
ผลต
อกระบวนการคิ
ดความ
เข
าใจ และความรู
สึ
กของตน และต
อสิ่
งต
าง ๆ รอบตั
ว 2) บุ
คคลเริ่
มปรั
บเปลี่
ยนกรอบความคิ
ลั
กษณะนิ
สั
ย ที่
จะช
วยให
เกิ
ดมโนทั
ศน
ใหม
ที่
มี
ความครอบคลุ
มและชั
ดเจน และเป
นมโนทั
ศน
ที่
คํ
านึ
งถึ
งองค
ประกอบหลายๆด
านและ 3) บุ
คคลปฏิ
บั
ติ
หรื
อทํ
าการตั
ดสิ
นใจในเรื่
องต
างๆ โดยใช
ความรู
สึ
กความเข
าใจที่
พั
ฒนาขึ้
นมาใหม
หรื
อใช
มโนทั
ศน
ใหม
นี้
เป
นแนวทางการปฏิ
บั
ติ
(ชิ
ดชงค
ส. นั
นทนาเนตร, 2549)
ดั
งนั้
นผู
วิ
จั
ยมี
ความเห็
นว
า มี
ความเหมาะสมกั
บการพั
ฒนาโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบ
โรงเรี
ยนตามแนวคิ
ดของบอยล
เพื่
อเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมสํ
าหรั
บประชาชนผู
จั
รายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนเนื่
องจาก การเรี
ยนรู
เพื่
อการปรั
บเปลี่
ยนมโนทั
ศน
คื
อการเรี
ยนรู
เพื่
อการ
เปลี่
ยนแปลงจากภายในตั
วของผู
เรี
ยนเองทั้
งความรู
ทั
ศนคติ
ความเชื่
อพฤติ
กรรมบุ
คลิ
กลั
กษณะ
นิ
สั
ย โลกทั
ศน
การดํ
ารงชี
วิ
ตความคิ
ดและมุ
มมอง เกี่
ยวกั
บตนเองหรื
อจากรากฐานของบุ
คคลและ
สิ่
งแวดล
อม จนนํ
าตนเองไปสู
การตั
ดสิ
นใจในบทบาทใดบทบาทหนึ่
ง เพื่
อตนเองและสั
งคมถื
อว
เป
นการเปลี่
ยนแปลงเชิ
งบวกอย
างถาวรซึ่
งสอดคล
องกั
บบุ
ญส
ง จั
นทร
ส
องรั
ศมี
(2549) กล
าวว
วิ
ทยุ
ชุ
มชนไม
ใช
แค
สถานี
ออกอากาศที่
มี
ดี
เจเต็
มสถานี
แต
เป
นโรงเรี
ยน โรงพยาบาลและเป
นสถานี
ฝ
กงานที่
ยิ่
งใหญ
กว
าที่
ฝ
กงานธรรมดา เพราะมี
กระบวนการแลกเปลี่
ยนข
าวสารที่
ก
อให
เกิ
ดป
ญญา
นอกจากนั้
นยั
งฝ
กวั
ฒนธรรมใหม
ในการประชุ
ม ร
วมกั
นบริ
หารจั
ดการ ทั้
งนี้
การใช
วิ
ทยุ
เป
1...,11,12,13,14,15,16,17,18,19,20 22,23,24,25,26,27,28,29,30,31,...374
Powered by FlippingBook