16
3. สมั
ครใจในการเข
าร
วมโปรแกรมเพื่
อเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมในการจั
ดการ
สถานี
วิ
ทยุ
ชุ
มชน
ด
านเนื้
อหาสาระ
เนื้
อหาในเรื่
องความสามารถในการจั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนและความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมใน
การจั
ดการสถานี
วิ
ทยุ
ชุ
มชน
ตั
วแปรที่
ใช
ในการศึ
กษา
ตั
วแปรที่
ทํ
าการศึ
กษาครั้
งนี้
ได
แก
ตั
วแปรอิ
สระคื
อโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนตามแนวคิ
ดของบอยล
การเรี
ยนรู
จากการปรั
บเปลี่
ยนมโนทั
ศน
การเรี
ยนรู
เน
นงานปฏิ
บั
ติ
และการกระทํ
าเชิ
งภาษา
ตั
วแปรตามคื
อความสามารถในการจั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนและความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมใน
การจั
ดการสถานี
วิ
ทยุ
ชุ
มชน
คํ
าจํ
ากั
ดความในการวิ
จั
ย
การพั
ฒนาโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยน
หมายถึ
งการพั
ฒนาโปรแกรมการศึ
กษา
นอกระบบโรงเรี
ยนตามแนวคิ
ดของบอยล
เพื่
อเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคม สํ
าหรั
บ
ประชาชนผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน เป
นการตอบสนองความต
องการของผู
เรี
ยนและสามารถ
แก
ป
ญหาในชุ
มชน ผู
วิ
จั
ยนํ
าแนวคิ
ดการพั
ฒนาโปรแกรมเชิ
งพั
ฒนาของ Boyle
(1981) มา
ประยุ
กต
ใช
ซึ่
งมี
8 ขั้
นตอนดั
งนี้
1) การกํ
าหนดพื้
นฐานสํ
าหรั
บพั
ฒนาโปรแกรม 2) การวิ
เคราะห
สถานการณ
ของชุ
มชนและกลุ
มผู
รั
บบริ
การ 3) การพิ
จารณาผลที่
พึ
งประสงค
4) การกํ
าหนดแหล
ง
ทรั
พยากร และการสนั
บสนุ
น 5) การสร
างแผนกิ
จกรรม 6) โปรแกรมการปฏิ
บั
ติ
งาน 7) ความ
น
าเชื่
อถื
อของการใช
ทรั
พยากรและ 8) การรายงานค
าของโปรแกรมและประกอบด
วยองค
ประกอบ
ของโปรแกรมดั
งนี้
วั
ตถุ
ประสงค
ผู
เรี
ยนผู
สอน เนื้
อหาสาระกิ
จกรรมการเรี
ยนรู
ระยะเวลา แหล
ง
ความรู
และสื่
อการสอนสภาพแวดล
อมและการวั
ดและประเมิ
นผล
การเรี
ยนรู
แบบเน
นงานปฏิ
บั
ติ
(Task-based learning)
หมายถึ
งการจั
ดการเรี
ยนการสอน
ตามแนวการสอนเพื่
อการสื่
อสารโดยเน
นให
ผู
เรี
ยนได
เรี
ยนรู
ภาษาตามธรรมชาติ
จากการทํ
ากิ
จกรรม
และได
ใช
ภาษาตามความถนั
ดและความสามารถและประสบการณ
ในการทํ
างานของตนเอง เริ่
มจาก
การเรี
ยนรู
การใช
ภาษาอย
างมี
ความหมายก
อนจากนั้
นผู
เรี
ยนจะได
วิ
เคราะห
ภาษาและเรี
ยนรู
รู
ปแบบ
ภาษาที่
ถู
กต
องเพื่
อความสามารถใช
ในการสื่
อสารได
ดี
ขึ้
น โดยมี
ขั้
นตอนในการปฏิ
บั
ติ
อย
างชั
ดเจน