bk128 - page 188

251
ดั
งนั้
นกิ
จกรรมการเรี
ยนรู
จึ
งเป
นป
จจั
ยที่
สนั
บสนุ
นที่
ผู
จั
ดกิ
จกรรมต
องจั
ดให
สอดคล
องกั
บวั
ตถุ
ประสงค
และกลุ
มผู
เรี
ยน ช
วงวั
ย ความสนใจและต
องเป
นเรื่
องที่
ผู
เรี
ยนเข
าใจได
ง
ายรวมถึ
งต
องสามารถตอบสนองความต
องการและป
ญหาของผู
เรี
ยนได
เพื่
อให
ผู
เรี
ยนนํ
าเนื้
อหาไป
ปรั
บใช
ในการจั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนจึ
งจะทํ
าให
การจั
ดกิ
จกรรมเกิ
ดประสิ
ทธิ
ภาพมากยิ่
งขึ้
3.2
เงื่
อนไขของการจั
ดโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนตามแนวคิ
ดของบอยล
เพื่
อเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมสํ
าหรั
บประชาชนผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน
จากการจั
ดโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนตามแนวคิ
ดของบอยล
เพื่
อเสริ
มสร
าง
ความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคม สํ
าหรั
บประชาชนผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน
โดยผู
วิ
จั
ยและผลจากการ
อภิ
ปรายกลุ
ม ผู
วิ
จั
ยได
ข
อสรุ
ปที่
จะนํ
ามาเป
นเงื่
อนไข ซึ่
งเป
นข
อกํ
าหนดเพื่
อให
การจั
ดกิ
จกรรม
ประสบผลสํ
าเร็
จและเกิ
ดเป
นรู
ปแบบกิ
จกรรมที่
มี
ประสิ
ทธิ
ภาพมากยิ่
งขึ้
นดั
งต
อไปนี้
3.2.1 ด
านผู
เรี
ยน
ผู
เรี
ยนที่
เข
าร
วมในโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนเพื่
อเสริ
มสร
างความ
รั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคม ไม
จํ
ากั
ดเฉพาะผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน แต
รวมถึ
งบุ
คคลที่
มี
ส
วนเกี่
ยวข
อง
ทั้
งหมดในสถานี
วิ
ทยุ
ชุ
มชนประกอบด
วย เจ
าหน
าที่
เทคนิ
ค เจ
าหน
าที่
ประสานงานคณะกรรมการ
ในสถานี
วิ
ทยุ
ซึ่
งบางเนื้
อหาของโปรแกรมการฝ
กอบรม เช
นการใช
เสี
ยงอย
างถู
กต
องตามอั
กขรวิ
ธี
กลุ
มผู
เรี
ยนบางส
วนอาจไม
ได
นํ
าไปใช
ในการปฏิ
บั
ติ
งานจริ
ง เพราะไม
ได
ทํ
าหน
าที่
เป
นผู
ประกาศ
หรื
อผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนโดยตรง บวกกั
บกลุ
มผู
เรี
ยนส
วนใหญ
เป
นประชาชนในพื้
นที่
จั
งหวั
กาญจนบุ
รี
ซึ่
งจะมี
สํ
าเนี
ยงการพู
ดที่
เป
นเอกลั
กษณ
เฉพาะท
องถิ่
น เช
น เสี
ยงเหน
อ ดั
งนั้
นการ
ฝ
กอบรมในหั
วข
อการใช
เสี
ยงอย
างถู
กต
องตามอั
กขรวิ
ธี
จึ
งต
องอาศั
ยระยะเวลาในการฝ
กปฏิ
บั
ติ
เพื่
อให
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงอย
างมี
ประสิ
ทธิ
ภาพ
3.2.2 ด
านผู
สอน
ผู
สอนต
องมี
และประสบการณ
ในด
านความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมหรื
อจรรยาบรรณของ
สื่
อมวลชนเป
นอย
างดี
มี
ความเป
นกลาง ไม
ลํ
าเอี
ยง ไม
อคติ
โดยสามารถสื่
อสารหรื
อยกตั
วอย
างที่
สอดคล
องกั
บแนวคิ
ดให
ผู
เรี
ยนสามารถเข
าใจได
ง
ายขึ้
น และที่
สํ
าคั
ญต
องมี
ประพฤติ
หรื
อแสดง
พฤติ
กรรมที่
เป
นแบบอย
างที่
ดี
แก
ผู
เรี
ยนได
ซึ่
งผู
เรี
ยนสามารถรั
บรู
ถึ
งความมี
จรรยาบรรณของ
สื่
อมวลชนในตั
วผู
สอนได
จากผลงานต
างๆที่
ผ
านมาของผู
สอนดั
งนั้
นถ
าผู
สอนประพฤติ
ปฏิ
บั
ติ
เป
แบบอย
างที่
ดี
แล
วจะส
งผลถึ
งความน
าเชื่
อถื
อที่
มี
ต
อตั
วผู
เรี
ยนด
วย
3.2.3
ด
านเนื้
อหา
เนื้
อหาต
องมี
ลั
กษณะเฉพาะเพื่
อกระตุ
นให
ผู
เรี
ยนเกิ
ดกระบวนการคิ
ดวิ
เคราะห
และมี
การ
เรี
ยงลํ
าดั
บเป
นขั้
นตอน โดยเริ่
มจากเนื้
อหาที่
เป
นทฤษฎี
และนํ
าไปสู
การปฏิ
บั
ติ
จนท
ายที่
สุ
ดส
งผลถึ
การปรั
บเปลี่
ยนแนวความคิ
ดและพฤติ
กรรม เช
น เนื้
อหาสาระของการฝ
กอบรมโดยเรี
ยงลํ
าดั
บตั้
งแต
1...,178,179,180,181,182,183,184,185,186,187 189,190,191,192,193,194,195,196,197,198,...374
Powered by FlippingBook