st124 - page 62

53
ข้
อเสี
ยตรงที่
ผู
วิ
จั
ยอาจจะไม่
เข้
าใจสั
งคมและวั
ฒนธรรมไทยในบางแง่
มุ
มและแม้
เป็
นการมอง
ที่
น่
าจะเป็
นกลางแต่
ข้
อมู
ลจากประวั
ติ
ศาสตร์
ท้
องถิ่
นของชุ
มชนที่
มี
ปั
ญหาความขั
ดแย้
งทางการเมื
อง
มาตั
งแต่
อดี
ตเช่
นนี
อาจทํ
าให้
ผู
วิ
จั
ยเกิ
ดอคติ
ได้
ความสนใจในการศึ
กษากลุ่
มชาติ
พั
นธุ
ในสามจั
งหวั
ดภาคใต้
นอกจากจะศึ
กษาความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างชาวไทยและชาวมุ
สลิ
มแล้
วยั
งมี
บางเรื่
องที่
ศึ
กษาความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างชาวมุ
สลิ
มกั
บชาวจี
ดั
งเช่
นวิ
ทยานิ
พนธ์
ของนั
นทิ
ยา พิ
มลศิ
ริ
ผล (2543 : 169-173)ศึ
กษาถึ
งความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างชุ
มชน
ชาวจี
นกั
บชุ
มชนชาวมุ
สลิ
มในจั
งหวั
ดปั
ตตานี
โดยมองผ่
านกรณี
สุ
สานลิ
มกอเหนี่
ยวซึ
งมี
ตํ
านานที่
เล่
สื
บต่
อกั
นมาจนถึ
งปั
จจุ
บั
นและเป็
นภาพตั
วแทนของอั
ตลั
กษณ์
ชาวจี
นที่
มี
ต่
อความสั
มพั
นธ์
เชิ
งอํ
านาจ
ระหว่
างชาวจี
นกั
บชาวมุ
สลิ
มและความสั
มพั
นธ์
ของชุ
มชนทั
งสองที่
มี
ต่
อกั
น รวมทั
งนโยบายของ
รั
ฐบาลที่
มี
ต่
อสุ
สานลิ
มกอเหนี่
ยว อั
นมี
มั
สยิ
ดกรื
อแซะเข้
ามาเกี่
ยวข้
องทํ
าให้
ส่
งผลกระทบต่
ความสั
มพั
นธ์
ของชุ
มชนชาวจี
นและชาวมุ
สลิ
มปั
ตตานี
เนื่
องจากชาวจี
นซึ
งเป็
นชนกลุ่
มน้
อยในชุ
มชน
ต้
องการรั
กษาอั
ตลั
กษณ์
ความเป็
นจี
นของตนไว้
เพื่
อสร้
างความมั่
นคงในจิ
ตใจของตนขึ
น ขณะเดี
ยวกั
ก็
ปรั
บตั
วในการอยู
ร่
วมกั
บชาวมลายู
-มุ
สลิ
มได้
แต่
เมื่
อนโยบายของรั
ฐเกี่
ยวกั
บโบราณสถานและการ
ส่
งเสริ
มการท่
องเที่
ยวมาเกี่
ยวข้
องทํ
าให้
ชาวมุ
สลิ
มไม่
พอใจและก่
อการประท้
วงขึ
นงานวิ
จั
ยชิ
นนี
แสดงถึ
การปฏิ
สั
มพั
นธ์
เชิ
งขั
ดแย้
งระหว่
างกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
ที่
เป็
นผลสื
บเนื่
องมาจากการปลู
กฝั
งให้
สมาชิ
กใน
แต่
ละกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
ติ
ดยึ
ดกั
บตํ
านานหรื
อประวั
ติ
ศาสตร์
ท้
องถิ่
นที่
สื
บทอดมาตั
งแต่
อดี
ตและความ
ผิ
ดพลาดของภาครั
ฐในการเข้
าไปบริ
หารจั
ดการโดยไม่
คํ
านึ
งถึ
งประวั
ติ
ศาสตร์
ท้
องถิ่
น งานวิ
จั
ยเรื่
อง
นี
จึ
งเป็
นข้
อคิ
ดสํ
าหรั
บผู
ที่
เข้
าไปศึ
กษาหรื
อเข้
าไปทํ
างานในสั
งคมพหุ
วั
ฒนธรรมว่
าควรจะศึ
กษา
ประวั
ติ
ศาสตร์
ท้
องถิ่
นภายในชุ
มชนให้
เข้
าใจโดยถ่
องแท้
ก่
อนที่
จะปฏิ
บั
ติ
การด้
านอื่
นๆ รวมถึ
การศึ
กษาชุ
มชนเกาะลั
นตาซึ
งเป็
นกรณี
ศึ
กษาด้
วย
งานวิ
จั
ยอี
กเรื่
องที่
ศึ
กษาปฏิ
สั
มพั
นธ์
ระหว่
างชาวมลายู
มุ
สลิ
มกั
บชาวจี
นของแพร ศิ
ริ
ศั
กดิ
ดํ
าเกิ
(2546 : 228-234) เป็
นกรณี
ศึ
กษาในย่
านตลาดสายกลางตลาดเทศบาลนครยะลา เพื่
อทํ
าความเข้
าใจ
ความสั
มพั
นธ์
ของกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
ในบริ
บทของเมื
องและศึ
กษาการปรั
บเปลี่
ยนสํ
านึ
กทางชาติ
พั
นธุ
ท่
ามกลางความเปลี่
ยนแปลงจากปั
จจั
ยทั
งภายในและภายนอกสั
งคมผลปรากฏว่
าทั
ง 2กลุ่
มชาติ
พั
นธุ
ต่
างมี
กระบวนการให้
ความหมายและสร้
างตั
วตนของกลุ่
มเพื่
อจํ
าแนกกลุ
มของตนจากอี
กกลุ่
มอย่
าง
ชั
ดเจน ขณะเดี
ยวกั
นก็
มี
ค่
านิ
ยมร่
วมกั
นมี
กลไกลในการปรั
บตั
วและลดความขั
ดแย้
งในการอาศั
ยอยู
ร่
วมกั
น อี
กทั
งคนมลายู
ได้
ปรั
บเปลี่
ยนอั
ตลั
กษณ์
ของกลุ่
มตนในการอยู
ร่
วมกั
บคนจี
นและการ
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
ระหว่
างชาติ
พั
นธุ
ทํ
าให้
เกิ
ดสํ
านึ
กทางชาติ
พั
นธุ
ในสั
งคมเมื
อง
งานวิ
จั
ยของนิ
ปาตี
เมาะหะยี
หามะและอรอุ
ษาปุ
ณยบุ
รณะ (2549 :118-128) เป็
นเพี
ยงเรื่
องเดี
ยว
ที่
ศึ
กษาการผสมผสานทางวั
ฒนธรรมของกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
ทั
ง3กลุ่
มในปั
ตตานี
พบว่
าปั
จจั
ยที่
ก่
อให้
เกิ
ดการ
1...,52,53,54,55,56,57,58,59,60,61 63,64,65,66,67,68,69,70,71,72,...308
Powered by FlippingBook