๙
เพื่
อปลู
กพื
ชเศรษฐกิ
จอื่
นเช
นเดี
ยวกั
บการเปลี่
ยนแปลงดงตาลโตนดมาเพื่
อทํ
าบ
านจั
ดสรรอาคารพาณิ
ชย
หรื
อตั้
งโรงงาน แม
ในป
พ.ศ. ๒๕๕๐ จะมี
โครงการปลู
กตาลล
านต
น แต
จะมั่
นใจได
อย
างไรว
าในอี
ก
ประมาณ๑๐ กว
าป
ข
างหน
า เมื่
อต
นตาลโตนดมี
อายุ
เพี
ยงพอที่
จะให
ผลผลิ
ตนั้
นจะเหลื
อต
นตาลโตนดกี่
ต
นที่
สํ
าคั
ญจะหาคนขึ้
นตาลที่
เป
นเกษตรกรรุ
นหนุ
มสาวจากที่
ใด ปรากฏการณ
ดั
งกล
าวเป
นสาเหตุ
ให
การสื
บทอดอาชี
พมี
แนวโน
มลดลงจนอาจกลายเป
นตํ
านานในอนาคตได
๒) หม
อตาลเมื
องเพชร
ในอดี
ตประมาณช
วงระยะเวลาก
อนป
พ.ศ. ๒๔๗๐ สมั
ยรั
ชกาลพระบาทสมเด็
จพระจอม
เกล
าเจ
าอยู
หั
ว (รั
ชกาลที่
๔) การค
าขายน้ํ
าตาลโตนดมี
ความสํ
าคั
ญต
อเศรษฐกิ
จหรื
อรายได
ของจั
งหวั
ด
เพชรบุ
รี
เป
นอย
างมาก กล
าวคื
อจากรายงานของมณฑลราชบุ
รี
เมื่
อ ร.ศ. ๑๑๗ (พ.ศ. ๒๔๔๐) เรื่
องการ
เรี
ยกเก็
บภาษี
รายได
จากการค
าขายน้ํ
าตาลโตนดของราษฎรในอั
ตราร
อยละ ๒บาท๓๒ อั
ฐ (สตางค
ใน
สมั
ยนี้
) เมื่
อมี
การค
าขายส
งออกจากจั
งหวั
ดเพชรบุ
รี
ไปยั
งกรุ
งเทพฯ ปรากฏว
ารั
ฐบาลสมั
ยนั้
น สามารถ
เรี
ยกเก็
บภาษี
ได
เป
นจํ
านวนเงิ
น รวม ๑๘๘,๗๑๗บาท๓๓ อั
ฐ นั
บได
ว
าเป
นสิ
นค
าส
งออกอั
นดั
บหนึ่
ง ซึ่
ง
การเก็
บภาษี
จากการค
าขายข
าวเปลื
อกยั
งเป
นลํ
าดั
บที่
สองรองจากตาลโตนด ที่
สํ
าคั
ญรายได
ภาษี
ของ
จั
งหวั
ดเพชรบุ
รี
จากอุ
ตสาหกรรมที่
เกี่
ยวข
องกั
บตาลโตนด อั
นได
แก
น้ํ
าตาลโตนดและผลิ
ตภั
ณฑ
หม
อตาล
ในระดั
บครั
วเรื
อนของชาวเมื
องเพชร ในหลวง (รั
ชกาลที่
๔) ท
านโปรดฯ ให
นํ
าไปเป
นค
าใช
จ
ายในการ
ก
อสร
างพระราชวั
งพระนครคี
รี
(เขาวั
ง) ซึ่
งเป
นมรดกทางสถาป
ตยกรรมที่
มากด
วยคุ
ณค
าทั้
งทาง
ประวั
ติ
ศาสตร
โบราณคดี
ศิ
ลปะและวั
ฒนธรรมและนั
บเป
นสถานที่
ท
องเที่
ยวที่
สํ
าคั
ญแห
งหนึ่
งของ
จั
งหวั
ดเพชรบุ
รี
ในป
จจุ
บั
น
ทั้
งนี้
น้ํ
าตาลโตนดที่
ผ
านการเคี่
ยวหรื
อหลอมให
เข
มข
นแล
วจะบรรจุ
ในภาชนะที่
เรี
ยกว
า
“หม
อตาล” เพื่
อสะดวกต
อการขนส
งและการตกลงซื้
อ-ขายกั
นในสมั
ยนั้
น
ลั
กษณะของหม
อตาลเป
นภาชนะที่
มี
รู
ปทรงกลมรี
ขนาดปากหม
อมี
เส
นผ
าศู
นย
กลาง
ประมาณ๑๔ เซนติ
เมตร มี
ขนาดความสู
งประมาณ๖ เซนติ
เมตร หม
อตาล ๑ ใบมี
ขนาดความจุ
น้ํ
าตาล
โตนด๑ ลิ
ตร หรื
อ ๑ กิ
โลกรั
ม ซึ่
งรู
ปลั
กษณะของหม
อตาลมี
ส
วนคล
ายกั
บหมวกของข
าราชการพลเรื
อน
และชาวบ
านมั
กจะเรี
ยกหมวกนั้
นว
า “หมวกทรงหม
อตาล”
ในระยะหลั
งของการใช
ภาชนะบรรจุ
ตาลโตนดได
มี
การพั
ฒนาให
ขนส
งได
คราวละปริ
มาณ
มากขึ้
นกว
าหม
อตาลแบบดั้
งเดิ
ม จึ
งใช
หม
อทะนน และป
บโลหะ ขนาดประมาณ ๑๐-๑๕ กิ
โลกรั
มแทน
จึ
งทํ
าให
หม
อตาลแบบดั้
งเดิ
มหมดความจํ
าเป
นและสํ
าคั
ญไป
แหล
งผลิ
ตหม
อตาลที่
สํ
าคั
ญในอดี
ต เรี
ยกว
า “บ
านหม
อ” คื
อบริ
เวณตั้
งแต
หน
าวั
ดยางขึ้
นไป
ด
านทิ
ศเหนื
อจรดกํ
าแพงวั
ดมหาธาตุ
วรวิ
หารไปด
านทิ
ศตะวั
นออกจรดแม
น้ํ
าเพชรบุ
รี
และเลื
อกริ
มฝ
ง
แม
น้ํ
าเพชรลงไปทางทิ
ศใต
จนถึ
งบริ
เวณวั
ดดอนไก
เตี้
ย และตรอกโรงน้ํ
าแข็
ง ซึ่
งก็
คื
อบริ
เวณถนนดํ
าเนิ
น
เกษม ช
วงตั้
งแต
วั
ดมหาธาตุ
วรวิ
หารถึ
งบริ
เวณวั
ดดอนไก
เตี้
ยในป
จจุ
บั
นนั่
นเอง