๒๕
แสงอรุ
ณ กนกพงศ์
ชั
ย ( ๒๕๔๘ ) กล่
าวว่
า ภู
มิ
ปั
ญญา (Wisdom) เป็
นความรู
้
ความสามารถ ความเชี่
ยวชาญ และศั
กยภาพในการแก้
ปั
ญหาของมนุ
ษย์
ที่
สื
บทอดจากอดี
ตสู
่
ปั
จจุ
บั
นอย่
าง
ไม่
ขาดสาย มี
ความเชื่
อมโยงกั
นทั
้
งระบบ ไม่
ว่
าเศรษฐกิ
จ การเมื
อง สั
งคม วั
ฒนธรรม ภู
มิ
ปั
ญญามี
ความ
ต่
อเนื่
องยาวนานมี
การสะสมความรู
้
ทุ
ก ๆ ด้
านที่
ผ่
านกระบวนการสื
บทอด พั
ฒนาปรั
บเปลี่
ยนให้
สอดคล้
องกั
บยุ
คสมั
ยและสิ่
งแวดล้
อมที่
มี
ความหลากหลายทางชี
วภาพและทางวั
ฒนธรรมเป้
าหมายสํ
าคั
ญ
คื
อ ความสมบู
รณ์
พู
นสุ
ขของประชากรทุ
กชาติ
ชั
้
นวรรณะ มิ
ใช่
จํ
ากั
ดแต่
เฉพาะกลุ่
มใดกลุ่
มหนึ
่
ง
อานั
นท์
กาญจนพั
นธุ
์
(๒๕๔๘) กล่
าวว่
า ภู
มิ
ปั
ญญาไม่
ใช่
สิ่
งที่
อยู
่
นิ่
งกั
บที่
ย่
อมมี
การ
เปลี่
ยนแปลงตลอดเวลา ซึ
่
งตรงกั
บ วิ
จารณ์
พานิ
ช (๒๕๔๖ : ๑๑-๑๖) กล่
าวว่
า ภู
มิ
ปั
ญญามิ
ได้
อยู
่
นิ่
งกั
บ
ที่
แต่
เป็
นภู
มิ
ปั
ญญาที่
เคลื่
อนไหว และไม่
ปฏิ
เสธการนํ
าความรู
้
เชิ
งวิ
ทยาศาสตร์
หรื
อเทคโนโลยี
สมั
ยใหม่
เข้
ามาเชื่
อม ภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ่
นเหมื
อนชี
วิ
ตตามมนุ
ษย์
ผู
้
เป็
นเจ้
าของภู
มิ
ปั
ญญา คื
อ มี
เกิ
ด มี
ดั
บ
ปรั
บเปลี่
ยนเรี
ยนรู
้
ใหม่
และงอกงามเสมอ (เอกวิ
ทย์
ณ ถลาง,๒๕๔๖)
๔. เอกสารและงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข้
องกั
บแคน
จากการศึ
กษาค้
นคว้
าเอกสาร งานวิ
จั
ย บทความ และหนั
งสื
อที่
เกี่
ยวข้
องกั
บการทํ
าแคน พบว่
า
แคนเป็
นเครื่
องดนตรี
ที่
สํ
าคั
ญที่
สุ
ดของภาคอี
สาน ( เจริ
ญชั
ย ชนไพโรจน์
,๒๕๒๖) เป็
นเครื่
องดนตรี
ที่
นิ
ยมที่
สุ
ดของชาวอี
สานมาแต่
สมั
ยโบราณ มี
หลั
กฐานเก่
าแก่
ที่
สุ
ดในยุ
คโลหะ วั
ฒนธรรมดองซอน เป็
น
เครื่
องมื
อศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
ของราชสํ
านั
กทุ
กแห่
งในสุ
วรรณภู
มิ
ซึ
่
งหลั
กฐานปรากฏลวดลายรู
ปคนเป่
าแคนบน
กลองมโหระทึ
กมี
อายุ
ประมาณ ๓,๐๐๐ ปี
(สุ
จิ
ตต์
วงษ์
เทศ,๒๕๔๙) นอกจากนี
้
แคนเป็
นส่
วนหนึ
่
งของ
ศิ
ลปะการแสดงที่
สํ
าคั
ญของคนอี
สาน ที่
มี
วิ
ถี
ชี
วิ
ตมี
ความผู
กพั
นกั
บแคน แคนนั
้
นถื
อว่
าเป็
นวิ
ถี
ชี
วิ
ต เป็
น
รากเหง้
าของความคิ
ดและพลั
งขั
บเคลื่
อนคนอี
สานเป็
นพลั
งสร้
างสรรค์
ซึ
่
งส่
งผลให้
วั
ฒนธรรมอี
สานยั่
งยื
น
และดํ
ารงอยู
่
(ชิ
งชั
ย มงคลธรรม,๒๕๔๑) นอกจากนี
้
ยั
งเป็
นเอกลั
กษณ์
ที่
มี
คุ
ณค่
าที่
สร้
างความเพลิ
ดเพลิ
น
บั
นเทิ
งใจ และมี
คุ
ณค่
าด้
านพิ
ธี
กรรมของกลุ่
มชน (ทรงคุ
ณ จั
นทจร, ๒๕๔๐)
แคน เป็
นเครื่
องดนตรี
ที่
ได้
รั
บการยกย่
องให้
เป็
นสั
ญลั
กษณ์
อี
สาน เป็
นผู
้
นํ
าเครื่
องดนตรี
ชนิ
ด
ต่
างๆที่
ใช้
ประกอบการบรรเลงเพลง หรื
อหมอลํ
า ใช้
ในพิ
ธี
กรรม ศาสนพิ
ธี
เทศกาลงานบุ
ญประเพณี
ของชาวอี
สาน (แวง พลั
งวรรณ, ๒๕๔๕) แคนเป็
นเครื
่
องดนตรี
ประเภทเครื่
องลมชนิ
ดที่
มี
ลิ
้
นอิ
สระ
เสี
ยงเกิ
ดจากการดู
ดหรื
อเป่
า ผ่
านกระแสลิ
้
นแคน (ชลิ
ต ชั
ยครรชิ
ตและคณะ,๒๕๔๔) วั
สดุ
ที่
ใช้
ในการ
ทํ
าแคนหาง่
ายในท้
องถิ่
น หรื
อเป็
นวั
สดุ
ที่
เกิ
ดขึ
้
นเองตามธรรมชาติ
นอกจากแผ่
นโลหะ ที่
ช่
างแคนได้
นํ
ามาทํ
าเป็
นลิ
้
นแคน (บุ
ญเลิ
ศ จั
นทร, ๒๕๓๑ :๔๑) ซึ
่
งมี
ผลต่
อการสร้
างระบบเสี
ยงของแคนโดยตรง
คื
อ ขั
้
นตอนในการเตรี
ยมลิ
้
นแคนและขั
้
นตอนการเตรี
ยมกู
่
สุ
รศั
กดิ
์
พิ
มพ์
เสน (๒๕๓๒) ได้
ทํ
าการศึ
กษาการทํ
าแคน : เฉพาะกรณี
ศึ
กษา บ้
านสี
แก้
ว ตํ
าบลสี
แก้
ว อํ
าเภอเมื
องร้
อยเอ็
ด จั
งหวั
ด