ne190 - page 31
๓๑
ร้
อนจั
ด จนเหล็
กแดงโพลง แล้
วเจาะไซปล้
องไม้
กู
่
แคน เรี
ยกว่
า “การซี
” จนทะลุ
ตลอดทั
้
งลํ
า เมื่
อเจาะ
ทะลุ
ทุ
กลํ
าตามที่
ต้
องการ ก็
เอาไม้
กู
่
แคนไปลนไฟ แล้
วดั
ดในไม้
มื
อลิ
ง ดั
งกล่
าวไว้
ข้
างต้
น เพื่
อไม่
ให้
ไม้
กู
่
แคนโค้
งงอ ซึ
่
งจะทํ
าให้
นํ
้
าในไม้
กู
่
แคนแห้
ง ทํ
าให้
ไม้
กู
่
แคนแข็
งแรง และยั
งทํ
าให้
กลายเป็
นสี
นํ
้
าตาลอม
เหลื
อง แลดู
สวยงามอี
กด้
วย
ขั
้
นต่
อไปก็
เจาะไม้
กู
่
แคนลํ
าละ ๔ รู
ทุ
กลํ
า ดั
งนี
้
๑.๒.๑ รู
แพ เจาะ ๑ รู
เจาะตอนบนของเต้
า ๑ รู
ตอนล่
างของเต้
า ๑ รู
โดย
เจาะด้
านในทั
้
งสองรู
การเจาะรู
แพนี
้
เจาะบากเพื่
อเป่
าเที
ยบเสี
ยงให้
สู
งตํ
่
าตามต้
องการ
๑.๒.๒ รู
ลิ
้
น เจาะกลางๆ ไม้
กู
่
แคนเป็
นรู
ปสี่
เหลี่
ยมผื
นผ้
าให้
พอเหมาะกั
บลิ
้
น
แคนที่
จะนํ
ามาเสี
ยบตรึ
งไว้
รู
ลิ
้
นจะอยู
่
ระหว่
างรู
กลางของแพทั
้
งสอง เพี
ยงแต่
อยู
่
คนละด้
าน คื
อ รู
แพอยู
่
ด้
านใน ส่
วนรู
ลิ
้
นอยู
่
ด้
านนอก โดยให้
รู
ลิ
้
นของไม้
กู
่
แคนทุ
กลํ
าอยู
่
ภายในเต้
าแคนด้
วยกั
น เพราะฉะนั
้
นรู
ลิ
้
นแคนจึ
งต้
องเจาะให้
มี
ระดั
บตรงกั
นหมดทุ
กลู
ก
๑.๒.๓ รู
นั
บ เป็
นรู
ที่
เจาะไว้
สํ
าหรั
บใช้
นิ
้
วมื
อปิ
ดและเปิ
ดเมื่
อเป่
าลมเข้
าไปในเต้
า
แคน เพื่
อให้
เกิ
ดเสี
ยงเป็
นทํ
านองเพลง รู
นั
บนี
้
จะเจาะเป็
นรู
กลมๆ เล็
กๆ เส้
นผ่
าศู
นย์
กลางประมาณ ๑
มิ
ลลิ
เมตรเท่
ากั
นทุ
กลู
กแคนด้
วยต้
องเจาะรู
นั
บเล็
กๆนี
้
เอง จึ
งต้
องเจาะด้
วยเหล็
กซี
ขนาดเล็
ก ซึ
่
งมี
รู
ปร่
าง
ยาวกลม ไม่
ใช่
แบนหรื
อเป็
นเหลี่
ยมทํ
าให้
ได้
รู
ที่
มี
ลั
กษณะตามที่
ต้
องการ ซึ
่
งรู
นั
บของลู
กแคนคู
่
แรกที่
อยู
่
ทางปากเต้
าที่
ใช้
เป่
านั
้
น เจาะรู
ทางด้
านปากเต้
าให้
สู
งจากปากเต้
าขึ
้
นไปประมาณ ๑ เซนติ
เมตรครึ
่
ง
สํ
าหรั
บนิ
้
วหั
วแม่
มื
อทั
้
งสองรู
นั
บ รู
นั
บของลู
กแคนคู
่
สุ
ดท้
ายที่
อยู
่
ทางปลายเต้
า จะเจาะรู
ทางด้
านเต้
า โดย
สู
งจากเต้
าประมาณ ๑ เซนติ
เมตรครึ
่
งเช่
นเดี
ยวกั
น สํ
าหรั
บนิ
้
วก้
อยนั
บทั
้
งสองนั
บ ส่
วนรู
นั
บของลู
กแคน
ระหว่
างกลางทั
้
งหมด จะเจาะรู
ทางด้
านข้
าง โดยสู
งจากเต้
าประมาณ ๕ เซนติ
เมตร เหมื
อนกั
นทุ
กลู
ก
สํ
าหรั
บนิ
้
วที่
เหลื
อจากทั
้
งสองมื
อ หลั
งจากนั
้
นนํ
าลิ
้
นที่
เตรี
ยมไว้
เสี
ยบติ
ดกั
บลู
กแคนที่
เจาะไว้
ทุ
กลู
ก แล้
ว
ใช้
ปู
นขาวทายาร่
องลู
กแคนกั
บลิ
้
นแคนให้
สนิ
ทกั
นไม่
ให้
ลมรั่
วออกขณะที่
เป่
า ให้
ลมเดิ
นเฉพาะลิ
้
นแคน
ช่
องเดี
ยว เมื่
อประกอบลิ
้
นเสร็
จเรี
ยบร้
อย จะมี
การขู
ดแต่
งลิ
้
น เพื่
อปรั
บเสี
ยงให้
ได้
ระดั
บตามที่
ต้
องการ
ทั
้
งนี
้
อาศั
ยความชํ
านาญของช่
างแคนแต่
ละคนเป็
นสํ
าคั
ญ
๑.๓ การเตรี
ยมเต้
าแคน การเตรี
ยมเต้
าแคนนี
้
จะตั
ดไม้
เนื
้
อแข็
ง เช่
น รากประดู
่
ที่
จะ
นํ
ามาทํ
าเป็
นเต้
าให้
มี
ท่
อนขนาดใหญ่
และยาวพอเหมาะเท่
าที่
ต้
องการ แล้
วนํ
ามาถากและเหลา ขู
ดแต่
งจน
เกลี
้
ยงเกลาให้
เป็
นรู
ปป่
องกลาง ปลายทั
้
งสองข้
างสอบคล้
ายตะโพน ช่
างแคนมั
กจะกลึ
งปลายเต้
าด้
านหนึ
่
ง
ให้
เป็
นยอดแหลม เพื่
อให้
ดู
สวยงาม จากนั
้
นเจาะตรงกลางเต้
าแคนให้
ทะลุ
เป็
นรู
ปสี่
เหลี่
ยมผื
นผ้
าโดยให้
โคนเต้
าใหญ่
กว้
าง และรู
ค่
อยๆ เล็
กและสอบลงไปจนถึ
งด้
ายปลายเต้
า รู
นี
้
เพื่
อสอดลู
กแคนเรี
ยงกั
นไป
ตั
้
งแต่
ลํ
าใหญ่
สุ
ดอยู
่
ข้
างหน้
าโคนเต้
าและลดหลั่
นกั
นลงไปเรื่
อย ๆตามลํ
าดั
บ แล้
วเจาะทางหั
วเต้
าเป็
น
รู
ปกลม เส้
นผ่
าศู
นย์
กลางประมาณ ๑ เซนติ
เมตร จนทะลุ
ถึ
งรู
ใหญ่
ที่
เจาะไว้
สํ
าหรั
บสอดลู
กแคน เสร็
จ
1...,21,22,23,24,25,26,27,28,29,30
32,33,34,35,36,37,38,39,40,41,...66