ne190 - page 32

๓๒
แล้
วคว้
านเต้
าทางด้
านโคน คื
อตรงที่
เจาะรู
สํ
าหรั
บเป่
าให้
บุ
มลึ
กพอเหมาะกั
บริ
มฝี
ปากเวลาเป่
าทํ
าไม้
คั่
นกลางเพื่
อคั่
นไม้
ลู
กแคนทั
งสองแถวให้
แน่
นและเป็
นระเบี
ยบ
๒. ขั
นตอนการประกอบแคน เมื่
อเตรี
ยมลู
กแคนและเต้
าแคนเรี
ยบร้
อยแล้
วนํ
าลู
กแคน
ทั
งหมดมาสอดเข้
าไปในเต้
าแคนเป็
นคู
ๆตามลํ
าดั
บ ตามชื่
อลู
กแคน โดยให้
คู
แรกหั
นรู
นั
บมาทางปากเต้
ส่
วนคู
สุ
ดท้
ายหั
นรู
นั
บไปทางปลายเต้
าและลู
กอื่
นๆหั
นรู
นั
บให้
อยู
ทางด้
านข้
าง แล้
วใช้
ไม้
คั่
นกลางที่
เตรี
ยมไว้
สอดคั่
นระหว่
างลู
กแคนทั
งสองแถว นอกจากเพื่
อให้
ลู
กแคนติ
ดกั
นแน่
นและเพื่
อความเป็
ระเบี
ยบแล้
วยั
งทํ
าให้
ลู
กแคนไม่
เบี
ยดขบกั
นอี
กด้
วยจากนั
นใช้
ขี
สู
ดปิ
ดรอยต่
อระหว่
างเต้
าแคนกั
บลู
กแคน
ทั
งข้
างบนและข้
างล่
าง เพื่
อจั
บยึ
ดลู
กแคนให้
แน่
นและคงที่
ไม่
ให้
รวนและเพื่
อป้
องกั
นไม่
ให้
ลมเป่
ารั่
ออกมาลู
กแคนด้
านโคนหรื
อด้
านล่
างจะตั
ดให้
เสมอกั
นส่
วนด้
านปลายยาวสั
นไม่
เท่
ากั
น อั
นดั
บสุ
ดท้
ายก็
ใช้
เถาย่
านางมั
ดลุ
กแคนเป็
นเปลาะๆข้
างใต้
เต้
าลงไปประมาณสองเปลาะ และเหนื
อเต้
าประมาณสาม
เปลาะ เพื่
อตรึ
งลู
กแคนไม่
ให้
รวนอี
กส่
วนหนึ
ง เหตุ
ที่
ใช้
เถาย่
านางมั
ดลู
กแคนเพราะช่
างแคนมี
ความเชื่
อว่
แคนเป็
นเครื่
องดนตรี
ที่
มี
เพศหญิ
งซึ
งเป็
นครู
คนแรกมาสิ
งสถิ
ตอยู
ในแคนและเถาย่
านางมี
คํ
าว่
า ย่
า ซึ
งเป็
ผู
หญิ
งก็
จะสอดคล้
องกลมกลื
นกั
บเครื่
องดนตรี
แคน
นอกจากนี
ยั
งมี
ผู
ศึ
กษาตํ
านานนิ
ทานที่
เกี่
ยวข้
องกั
บประวั
ติ
การกํ
าเนิ
ดแคน มี
ตํ
านานเกี่
ยวกั
ที่
มาของคํ
าว่
า “แคน”นี
อยู
หลายตํ
านานทุ
กตํ
านานมี
เนื
อหาปลี
กย่
อยแตกต่
างกั
นไปบ้
าง
แต่
ที่
เหมื
อนกั
นทั
งหมดคื
อ อ้
างว่
าเสี
ยงแคนล้
วนเลี
ยนแบบเสี
ยงของนกการเวก (ไทย-ลาวเรี
ยกว่
า นก
กรวิ
ก ฝรั่
งเรี
ยกว่
านก nightingale บางตํ
านานบอกว่
า หญิ
งม่
ายเป็
นคนแรกที่
คิ
ดประดิ
ษฐ์
ขึ
นและทํ
าเต้
แคนให้
มี
รู
ปร่
างเหมื
อนเต้
านมของตน อย่
างไรก็
ดี
ช่
างแคนแทบทุ
กคนเชื่
อว่
าแคนเป็
นเพศหญิ
งแม้
เครื
เถาวั
ลย์
ที่
ใช้
ผู
กมั
ดแคนก็
ใช้
เครื
อ “หญ้
านาง” หรื
อ “ยานาง” และ “อ้
อ” หรื
อ “คาถา” สํ
าคั
ญในพิ
ธี
ไหว้
ครู
ของช่
างทํ
าแคนก็
กล่
าวอั
ญเชิ
ญ “นาง ” ต่
าง ๆ ลงมาช่
วยดลบั
นดาลให้
ช่
างทํ
าแคนมี
คุ
ณภาพดี
(สํ
าเร็
จ คํ
าโมง. ๒๕๓๘)
๕. เอกสารและงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข้
องกั
บช่
างแคนทั่
วไป
ช่
างแคน คื
อ ผู
ผลิ
ตแคนซึ
งเป็
นผู
มี
ความรู
ความสามารถในกระบวนการผลิ
ตแคนซึ
งขั
นตอน
วิ
ธี
การทํ
าคล้
ายกั
นแต่
มี
สิ่
งที่
แตกต่
างนั
นคื
อ ฝี
มื
อ แคนคุ
ณภาพขึ
นอยู
กั
บเสี
ยง จุ
ดกํ
าเนิ
ดเสี
ยงคื
อลิ
นแคน
ขั
นตอนการขู
ดลิ
นหาระดั
บเสี
ยง การฟั
งเสี
ยงเป็
นเทคนิ
คเฉพาะของการพั
ฒนา การเรี
ยนรู
ช่
างแคนที่
มี
ชื่
อเสี
ยงและได้
รั
บการยอมรั
บว่
ามี
ความสามารถในการผลิ
ตแคนได้
มี
ความไพเราะที่
สุ
ดในประทศไทย
คื
อ นายทุ
ย เรื
องศรี
อรั
ญ มหาวิ
ทยาลั
ยศรี
นคริ
นทรวิ
โรฒมหาสารคาม ได้
มอบปริ
ญญาดุ
ษฎี
บั
ณฑิ
กิ
ตติ
มศั
กดิ
สาขาดุ
ริ
ยางค์
ศาสตร์
ให้
แก่
นายทุ
ย เรื
องศรี
อรั
ญ ช่
างทํ
าแคนฝี
มื
อดี
เยี่
ยม เมื่
อวั
นที่
๒๙
ธั
นวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐
1...,22,23,24,25,26,27,28,29,30,31 33,34,35,36,37,38,39,40,41,42,...66
Powered by FlippingBook