ct154 - page 89

81
พื้
นที่
ราบระหว่
างเชิ
งเขา เป็
นที่
ลุ่
มน้
าใกล้
แหล่
งชุ
มชน สาหรั
บข้
าวไร่
(dry rice) เป็
นการทานาในป่
าหรื
ชายป่
าที่
พอมี
น้
าเลี้
ยงต้
นข้
าวได้
กล่
าวคื
อ เมื่
อโค่
นต้
นไม้
แล้
ว จะขุ
ดหลุ
ม และหยอดข้
าวตามหลุ
ม โดยจะ
ใช้
ไม้
ไผ่
ปลายแหลมเจาะดิ
นให้
เป็
นหลุ
ม แล้
วตั
ดกระบอกไม้
ไผ่
ยาวๆ เทข้
าวใส่
ลงกระบอก แล้
วกลบดิ
เพื่
อป้
องกั
นไม่
ให้
นก หนู
มากิ
น เมื่
อต้
นข้
าวขึ้
นก็
ดู
แลเพี
ยงถอนวั
ชพื
ช รอจนกว่
าข้
าวสุ
กก็
มาเก็
บเกี่
ยว
พั
นธุ์
ข้
าวไร่
นิ
ยมปลู
ก ได้
แก่
ข้
าวลายลู
กกะจ้
อน และข้
าวเหลื
องทอง เป็
นต้
น ส่
วนการปลู
กข้
าวลุ่
หรื
อนาดานั้
น มี
การจั
ดพื้
นที่
ปลู
ก โดยยกคั
นนาเป็
นแปลง แล้
วใช้
ควายไถนา คราดให้
ดิ
นที่
ไถไว้
แตก
ละเอี
ยดเป็
นเลน หลั
งจากคราดประมาณ 1-2 วั
น จึ
งทาการดาข้
าว จากต้
นกล้
าที่
เตรี
ยมไว้
ส่
วนน้
าที่
ใช้
ปลู
กข้
าว มี
ทั้
งการระบายน้
าจากลาคลองเข้
าสู่
นา และอาศั
ยน้
าฝน พั
นธุ์
ข้
าวที่
ปลู
ก ได้
แก่
ข้
าวนางกะลิ
ข้
าวขาวพงศ์
ข้
าวลายลู
กปลา และข้
าวขาวประแส เป็
นต้
น ซึ่
ง สุ
เรขา สุ
พรรณไพบู
ลย์
กล่
าวว่
า การ
ปลู
กข้
าวของชาวชอง จะเป็
นการทานาปลู
กข้
าวเพี
ยงเพื่
อกิ
นเท่
านั้
น ไม่
ใช่
ทานาปลู
กข้
าวเพื่
อการขาย
ดั
งนั้
น จึ
งทานาไม่
มากนั
ก และไม่
ต้
องพิ
ถี
พิ
ถั
น เพี
ยงให้
ในนามี
น้
าพอหล่
อเลี้
ยงต้
นข้
าวให้
เจริ
ญเติ
บโตและ
ออกรวงก็
พอแล้
ว (สุ
เรขา สุ
พรรณไพบู
ลย์
. 2530: 30) ซึ่
งหากมองความสั
มพั
นธ์
ทางภู
มิ
ศาสตร์
การผลิ
และผู้
คน จะพบว่
า ความแตกต่
างระหว่
างคนชองกั
บคนในพื้
นที่
ต่
างๆของภาคตะวั
นออก อย่
างหนึ่
ง คื
ภู
มิ
ศาสตร์
การตั้
งถิ่
นฐานของคนชองจะอยู่
บนที่
ดอนเชิ
งเขา สลั
บกั
บพื้
นที่
ลุ่
ม จะอาศั
ยพื้
นที่
ลุ่
มตั้
บ้
านเรื
อนและปลู
กข้
าวนาดา ขณะเดี
ยวกั
นก็
อาศั
ยพื้
นที่
ปลู
กข้
าวไร่
และเก็
บของป่
คนชองแต่
ละครั
วเรื
อนจะปลู
กข้
าวไว้
เพี
ยง 3 - 5 ไร่
มี
การช่
วยเหลื
อแรงงานซึ่
งกั
นและกั
น โดย
จะมี
การร่
วม “ลงแขก” หรื
อ เรี
ยกว่
า “เอาแรงกั
น” ในหมู่
เครื
อญาติ
ประเด็
นสาคั
ญ คื
อ พื้
นที่
ปลู
กข้
าว
นั้
นมี
วงขอบเขตจากั
ดในเขตตะเคี
ยนทอง และคลองพลู
และคนในพื้
นที่
นี้
ก็
เป็
นเครื
อญาติ
กั
นทั้
งหมด จึ
ต้
องมี
การช่
วยเหลื
อกั
นเพื่
อให้
มี
ผลผลิ
ตเพี
ยงพอต่
อการบริ
โภค หากบ้
านใดไม่
มี
พื้
นที่
ปลู
กข้
าวก็
จะนา
ผลผลิ
ตจากป่
ามาแลกเปลี่
ยนกั
บข้
าวภายในท้
องถิ่
น หรื
อเป็
นแรงงานปลู
กข้
าวให้
กั
บบ้
านอื่
น เมื่
อได้
ผลผลิ
ตข้
าวก็
จะแบ่
งสั
ดส่
วนข้
าวตามที่
ตกลงกั
นไว้
ซึ่
งการมี
ข้
าวไว้
บริ
โภคในครั
วเรื
อน เป็
นการสร้
างความ
มั่
นคงให้
กั
บครอบครั
ว โดยมี
ความหมายว่
า ครอบครั
วจะมี
อาหารเก็
บไว้
บริ
โภคตลอดฤดู
กาลนั้
นๆ ซึ่
พบว่
า การทานาข้
าวยั
งคงทากั
นมาจนถึ
งปั
จจุ
บั
น พื้
นที่
ที่
ใช้
เป็
นนาข้
าวคนชองบ้
านคลองพลู
ก็
ยั
งคง
อนุ
รั
กษ์
ไว้
เพื่
อปลู
กข้
าวไว้
บริ
โภคภายในครั
วเรื
อนอย่
างเดี
ยว และยั
งคงใช้
พั
นธุ์
ข้
าวพื้
นบ้
าน เช่
น พั
นธุ์
ข้
าว
นางกะลิ
ง ข้
าวขาวพงศ์
ข้
าวลายลู
กปลา ข้
าวนางกะทิ
ง และข้
าวขาวประแสร์
เป็
นต้
น และบางครอบครั
จะมี
การปลู
กข้
าวเหนี
ยวไว้
บ้
าง เช่
น ข้
าวเหนี
ยวแดง และข้
าวเหนี
ยวนางบ่
อ เป็
นต้
1...,79,80,81,82,83,84,85,86,87,88 90,91,92,93,94,95,96,97,98,99,...145
Powered by FlippingBook