73
คื
อ “คนคลองพลู
” เพื่
อผลประโยชน์
จากการพั
ฒนาที่
จะเข้
ามาสู่
ท้
องถิ่
นตนเอง จากการเข้
ามาตั้
งถิ่
นฐาน
บ้
านคลองพลู
เมื่
อประมาณ 100 ปี
ก่
อน มี
จานวนครั
วเรื
อนที่
เข้
ามาอยู่
อาศั
ยประมาณ 7-10 ครั
วเรื
อน
จนกระทั่
งปี
พ.ศ.2550 พบว่
า บ้
านคลองพลู
(หมู่
4 ตาบลคลองพลู
) มี
ประชากร 727 คน (ชาย 360 คน
หญิ
ง 367คน) (เฉิ
น ผั
นผาย. 2554: สั
มภาษณ์
)
ความสั
มพั
นธ์
ทางเครื
อญาติ
ของคนชองคลองพลู
และตะเคี
ยนทองพบว่
ามี
ความเข้
มข้
นมาก
และถ้
าจะกล่
าวโยงไปในเรื่
องการจั
ดการทรั
พยากรท้
องถิ่
น จะพบว่
าจากวิ
ถี
ชี
วิ
ตในช่
วงเวลาที่
สั
งคมบ้
าน
คลองพลู
ถู
กปิ
ดล้
อมด้
วยพื้
นที่
ป่
า เข้
ามายุ
คการพั
ฒนาท้
องถิ่
นสู่
ความทั
นสมั
ยที่
เกิ
ดขึ้
นในท้
องถิ่
น การ
เปลี่
ยนผ่
านยุ
คสมั
ยสะท้
อนให้
เห็
นถึ
งความสั
มพั
นธ์
ทางสั
งคมของผู้
คนในบ้
านคลองพลู
คื
อ ก่
อนปี
พ.ศ.
2450 เริ่
มมี
ผู้
อพยพเข้
ามาอาศั
ยอยู่
ในบ้
านคลองพลู
โดยเริ่
มแรกเข้
ามาตั้
งถิ่
นฐานในบริ
เวณที่
เรี
ยกว่
า
“แถบหลั
งเนิ
น” (บริ
เวณใกล้
กั
บสี่
แยกอนามั
ยคลองพลู
ในปั
จจุ
บั
น) และต่
อมาจึ
งมี
การย้
ายเข้
ามาตั้
งถิ่
น
ฐานบริ
เวณ “ท้
ายทุ่
ง” (ชุ
มชนบ้
านคลองพลู
) ตระกู
ลที่
อพยพเข้
ามาตั้
งถิ่
นฐานบริ
เวณท้
ายทุ่
ง หรื
อบ้
าน
คลองพลู
ได้
แก่
ตระกู
ลผั
นผาย พลอยงาม นาคสาย คงคาเขี
ยว สี
สมบั
ติ
และดอกพิ
กุ
ล ในขณะนั้
นมี
บ้
านเรื
อนอยู่
ประมาณไม่
เกิ
น 10 หลั
งคาเรื
อน และทุ
กตระกู
ลที่
เข้
ามาตั้
งถิ่
นฐานนั้
นใช้
ภาษาชองในการ
สื่
อสารระหว่
างกั
น และนิ
ยามตนเองว่
าพวกเขา คื
อคนชอง ซึ่
งการเข้
ามาตั้
งถิ่
นฐานในบ้
านคลองพลู
จะ
เข้
ามากั
นในลั
กษณะทั้
งครอบครั
ว และเมื่
อลู
กหลานเติ
บโตขึ้
น ส่
วนใหญ่
ก็
จะสมรสกั
นภายในท้
องถิ่
น
คลองพลู
หรื
อท้
องถิ่
นใกล้
เคี
ยง เช่
น น้
าขุ่
น และตะเคี
ยนทอง เป็
นต้
น แต่
เหตุ
ผลที่
ทาให้
ตระกู
ลผั
นผายมี
ผู้
ใช้
นามสกุ
ลกั
นมาก และเป็
นตระกู
ลที่
มี
บทบาทมากในท้
องถิ่
น ก็
เนื่
องจาก การมี
ลู
กหลานที่
เป็
นลู
กชาย
ในการสื
บสกุ
ลที่
มากกว่
าตระกู
ลอื่
นๆ และผู้
ชายเหล่
านั้
นก็
เป็
นแรงงานสาคั
ญในการขยายพื้
นที่
เพาะปลู
ก
และเข้
าถึ
งอานาจทางการปกครองได้
มากกว่
าตระกู
ลอื่
น
การเข้
ามาอาศั
ยอยู่
ในบริ
เวณบ้
านคลองพลู
นั้
น ซึ่
งเมื่
อก่
อนก็
คื
อพื้
นที่
เขตตะเคี
ยนทอง ชาวบ้
าน
มั
กจะถางป่
า เพื่
อปลู
กข้
าวไร่
ในพื้
นที่
ดอน แต่
สาหรั
บในที่
ลุ่
มชาวบ้
านจะปลู
กข้
าวทานาลุ่
ม เพื่
อเก็
บไว้
บริ
โภคในครอบครั
ว ซึ่
งการปลู
กข้
าวไร่
ชาวบ้
านก็
จะตั้
งศาลไร่
ไว้
บริ
เวณพื้
นที่
เพาะปลู
ก และพื้
นที่
ที่
ปลู
ก
ข้
าวลุ่
ม ชาวบ้
านก็
ตั้
งศาลนาไว้
เช่
นเดี
ยวกั
น โดยจะทาการเซ่
นไหว้
ศาลไร่
และศาลนา ในช่
วงก่
อน
เพาะปลู
ก และในช่
วงข้
าวออกรวง โดยมี
ความเชื่
อวิ
ญญาณศั
กดิ์
สิ
ทธิ์
จะคุ้
มครองดู
แลผลผลิ
ตของพวก
เขาให้
เจริ
ญงอกงามจนกระทั่
งเก็
บเกี่
ยวผลผลิ
ตเสร็
จแล้
ว หลั
งจากปลู
กข้
าวเสร็
จจะต้
องเตรี
ยมตั
วขึ้
นเขา
สอยดาว เพื่
อปลู
กกระวาน เจาะน้
ามั
นยาง และเก็
บของป่
าอื่
นๆ เพื่
อนาไปขายในเมื
องจั
นทบุ
รี
การขึ้
น
เขาสอยดาวแต่
ละครั้
งจะต้
องใช้
เวลาหลายวั
น บางครั้
งก็
15 วั
น บางครั้
งก็
เป็
นแรมเดื
อน ดั
งนั้
น จึ
งต้
อง
เซ่
นไหว้
เจ้
าป่
าเจ้
าเขาก่
อน การขึ้
นเขาไปเก็
บของป่
า เพราะเชื่
อว่
า ดิ
น น้
า ภู
เขา และป่
ามี
วิ
ญญาณ
ศั
กดิ์
สิ
ทธิ์
สิ
งสถิ
ตอยู่
ซึ่
งการเซ่
นไหว้
ก็
เพื่
อต้
องการให้
วิ
ญญาณศั
กดิ์
สิ
ทธิ์
คุ้
มครองดู
แล และการเข้
าป่
ามี
ข้
อกาหนดหรื
อข้
อห้
ามที่
ต้
องปฏิ
บั
ติ
และหากไม่
ประพฤติ
ปฏิ
บั
ติ
ตามข้
อห้
าม ก็
ถื
อว่
าเป็
นการลบลู่
วิ
ญญาณ