88
อย่
างไรก็
ตาม การปรั
บเปลี่
ยนการผลิ
ตสู่
ไร่
สาปะหลั
งนั้
น ก็
ทาให้
พ่
อค้
าและคนภายนอกมี
บทบาทสาคั
ญในการกาหนดทิ
ศทางการผลิ
ตในท้
องถิ่
น เพราะคนภายนอกที่
เข้
ามาทาไร่
มั
นสาปะหลั
งได้
นาเทคโนโลยี่
เข้
ามาสู่
ท้
องถิ่
น เช่
น รถไถ การบารุ
งรั
กษาพื
ชไร่
และการจ้
างแรงงานเก็
บเกี่
ยว เป็
นต้
น
กรณี
พ่
อค้
าก็
เข้
ามาผู
กขาดการรั
บซื้
อผลผลิ
ต โดยพ่
อค้
าจะนาปั
จจั
ยการผลิ
ตทั้
งเงิ
นทุ
นและเทคโนโลยี
มา
ป้
อนให้
กั
บชาวบ้
าน เมื่
อเก็
บเกี่
ยวผลผลิ
ตแล้
ว ชาวบ้
านต้
องนาผลผลิ
ตมาขายให้
กั
บผู้
ป้
อนปั
จจั
ยการผลิ
ต
และพ่
อค้
าก็
เป็
นผู้
กาหนดราคาผลผลิ
ตเอง ซึ่
งพบว่
าช่
วงแรกของการผลิ
ตพื
ชไร่
ได้
สร้
างรายได้
ได้
อย่
าง
มากมาย แต่
เมื่
อประมาณปี
พ.ศ.2516 ราคามั
นสาปะหลั
งตกต่
าลงทุ
กปี
จนเหลื
อราคากิ
โลกรั
มละ 60
สตางค์
ไม่
คุ้
มค่
ากั
บต้
นทุ
นที่
สู
ญเสี
ยไป จึ
งทาให้
ต้
องประสบภาวะหนี้
สิ
นที่
กู้
ยื
มจากกลุ่
มพ่
อค้
า และ
หน่
วยงานของรั
ฐ(ธกส.) เหตุ
การณ์
นี้
ผู้
วิ
จั
ยคิ
ดว่
าเป็
นความแตกต่
างระหว่
างการผลิ
ตของป่
ากั
บพื
ชไร่
กล่
าวว่
าการผลิ
ตของป่
าไม่
จาเป็
นต้
องใช้
ต้
นทุ
นหรื
อปั
จจั
ยการผลิ
ตภายนอกท้
องถิ่
น เพี
ยงหาของป่
าเท่
าที่
เก็
บรวบรวมมาได้
ขายหรื
อแลกเปลี่
ยนกั
บพ่
อค้
า แต่
การผลิ
ตพื
ชไร่
ต้
องนาปั
จจั
ยการผลิ
ตจากภายนอก
ทั้
งเงิ
นทุ
นและเทคโนโลยี
เข้
ามาเป็
นส่
วนหนึ่
งของกระบวนการผลิ
ต และราคาผลผลิ
ตก็
ขึ้
นกั
บระบบตลาด
จึ
งทาให้
การผลิ
ตต้
องเชื่
อมโยงกั
บสั
งคมภายนอก และก็
ไม่
สามารถต่
อรองราคาผลผลิ
ตได้
เนื่
องจากการ
พื
ชไร่
มี
การผลิ
ตในวงกว้
างของภู
มิ
ภาคตะวั
นออกราคาตลาดจึ
งถู
กกาหนดด้
วยความต้
องการของผู้
บริ
โภค
ที่
สั
มพั
นธ์
กั
บปริ
มาณผลผลิ
ต ตรงกั
นข้
ามกั
บการเก็
บของป่
าที่
มี
เฉพาะในพื้
นที่
บริ
เวณเขาสอยดาว จึ
งทา
ให้
ผลผลิ
ตที่
ออกสู่
ตลาดมี
ปริ
มาณน้
อยกว่
าความต้
องการบริ
โภค
แม้
ว่
าพื้
นที่
แถบบ้
านคลองพลู
จะมี
การผลิ
ตไร่
พื
ชกั
นอย่
างกว้
างขวาง ทั้
งจากคนท้
องถิ่
นและคน
ภายนอกที่
เข้
ามาบุ
กเบิ
กพื้
นที่
ทากิ
น และเปลี่
ยนพื้
นที่
ปลู
กข้
าวไร่
เป็
นพื้
นที่
ปลู
กไร่
มั
นสาปะหลั
ง แต่
ก็
พบว่
า สาหรั
บพื้
นที่
บริ
เวณช่
องเขาที่
ลุ่
มนั้
น คนท้
องถิ่
นยั
งคงปลู
กข้
าวนาลุ่
มด้
วยพั
นธุ์
พื้
นเมื
อง เพื่
อบริ
โภค
มี
การช่
วยเหลื
อด้
านแรงงานการผลิ
ต และมี
การนารถไถเข้
ามาทดแทนแรงงานควายเพื่
อทุ่
นกาลั
งแรงงาน
แม้
ว่
าการผลิ
ตข้
าวนาลุ่
มจะมี
ค่
าใช้
จ่
ายในการผลิ
ตเพิ่
มสู
งขึ้
น แต่
คนท้
องถิ่
นก็
เต็
มใจยอมแลกเปลี่
ยนกั
บ
ผลผลิ
ตข้
าวที่
ปลู
กไว้
เนื่
องจากความคิ
ดที่
ว่
า หากพวกเขาไม่
มี
เงิ
นทุ
นในการผลิ
ตพื
ชไร่
หรื
อมี
หนี้
สิ
น
เกิ
ดขึ้
น ก็
ยั
งคงมี
ข้
าวเก็
บไว้
บริ
โภคเป็
นต้
นทุ
นชี
วิ
ตให้
ดารงอยู่
ได้
ดั
งนั้
นพื้
นที่
แถบที่
ลุ่
มจึ
งเป็
นพื้
นที่
ที่
ไม่
ถู
ก
ขายให้
กั
บคนภายนอก ซึ่
งเป็
นแหล่
งของทรั
พยากรที่
สาคั
ญ ทั้
งน้
า ปลา และข้
าว เป็
นต้
น จากที่
กล่
าวมา
นี้
จะเห็
นว่
า คนท้
องถิ่
นมี
การแบ่
งแยกการผลิ
ต ระหว่
างการผลิ
ตเพื่
อการค้
า กั
บการผลิ
ตเพื่
อการบริ
โภค
อย่
างชั
ดเจน
การผลิ
ตพื
ชไร่
ที่
ผ่
านมา ได้
ส่
งผลกระทบต่
อคนบ้
านคลองพลู
ในเรื่
องภาระหนี้
สิ
น จึ
งผลั
กดั
นให้
ผู้
คนในท้
องถิ่
นต้
องแสวงหาทางเลื
อกในการผลิ
ตเพื่
อการค้
ามาอย่
างต่
อเนื่
อง ขณะนั้
นกระแสการผลิ
ตพื
ช
สวนได้
แพร่
ความนิ
ยมเข้
ามาจากเมื
องจั
นทบุ
รี
มาสู่
อาเภอมะขาม และแถบอาเภอเขาคิ
ชฌกู
ฎตามลาดั
บ
โดยในปี
พ.ศ.2515 มี
การนาพั
นธุ์
ส้
มเขี
ยวหวานเข้
ามาปลู
ก แต่
ไม่
ได้
รั
บความนิ
ยมเท่
าใดนั
ก เนื่
องจาก